คิดเรื่องงาน (89) ทุนประกอบอาชีพระหว่างเรียน (ระบบและกลไกการหนุนเสริมการเรียนรู้ของนิสิต)

ผมชอบนิสิตกลุ่มนี้มาก ไม่ได้งอมืองอเท้ารอใครๆ ให้ก้าวเข้าไปช่วยเหลือ หากแต่รักในการที่จะเรียนรู้อย่างมีศักดิ์ศรี มิใช่ขอกันเปล่าๆ เสมือนการศรัทธาต่อการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ และเจ้าการลงมือทำนี่แหละคือประสบการณ์ หรือทักษะชีวิตหลากมิติที่พวกเขาจะได้รับ

          นานมากโขเลยทีเดียวกับการห่างหายไปจากเวทีกรรมการคัดกรองทุนหมุนเวียนประกอบอาชีพอิสระระหว่างเรียนของนิสิต
          วันนี้ (๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๗)  เป็นอีกครั้งที่ผมหวนกลับไปเป็นกรรมการดังกล่าว

     


           ทุนหมุนเวียนประกอบอาชีพอิสระระหว่างเรียน เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นให้นิสิตมากู้ยืมไปประกอบอาชีพระหว่างเรียนโดยไม่คิดออกเบี้ย โดยนิสิตจะทำคนเดียว หรือทำเป็นกลุ่ม หรือมีหุนส่วนก็ได้ ซึ่งมีระยะเวลาทำงาน ๑ ปีเต็มๆ
           โครงการดังกล่าวนี้ฯ เกิดขึ้นยุคแรกในราวๆ ปี ๒๕๔๒ นิสิตที่มาขอรับทุน สามารถนำทุนดังกล่าวกลับไปทำที่บ้านเกิดได้ แต่ระยะหลังๆ ส่วนใหญ่แล้วนิสิตที่มาขอกู้ยืมก็มักดำเนินการอยู่ในจังหวัดมหาสารคามแทบทั้งสิ้น
โดยส่วนตัวผมชอบโครงการนี้มาก เพราะมันดีกว่าการมาขอรับทุนให้เปล่า เพียงเพราะขาดแคลน หรือไม่ก็เรียนเก่ง ฯลฯ
           โครงการดังกล่าวนี้นิสิตได้ฝึกประสบการณ์ชีวิตหลากหลายอย่าง ใครมีความฝันใดก็จัดทำร่างโครงการมาเสนอต่อกรรมการ แต่ต้องไม่กระทบต่อการเรียน และต้องไม่ใช่การขอกู้ไปแล้วนำไปใช้ในทางที่ผิดๆ

            นิสิตบางคนมาเสนอขอกู้ยืมเงินไปทำของที่ระลึก บ้างก็เสื้อและการสกรีนเสื้อ บางคนก็ไปทำไอติมทอด บางคนกู้ยืมไปทำชานม-กาแฟ เฉาก๊วย ฯลฯ





ม่รู้สิครับ, ผมชอบนิสิตกลุ่มนี้มาก ไม่ได้งอมืองอเท้ารอใครๆ ให้ก้าวเข้าไปช่วยเหลือ หากแต่รักในการที่จะเรียนรู้อย่างมีศักดิ์ศรี  มิใช่ขอกันเปล่าๆ   เสมือนการศรัทธาต่อการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ  และเจ้าการลงมือทำนี่แหละคือประสบการณ์ หรือทักษะชีวิตหลากมิติที่พวกเขาจะได้รับผ่านโครงการที่นำเสนอฯ

           ภายหลังการพิจารณากลั่นกรองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมถือวิสาสะถามคณะกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ซึ่งกำกับดูแลเรื่องนี้ในหลายประเด็น เช่น ระบบการหนุนเสริมการทำงานของนิสิต การประเมินผล ฯลฯ

 ผมให้ข้อเสนอแนะง่ายๆ เพื่อให้นำกลับไปทบทวนว่าดีหรือไม่ เช่น---

  • จัดทำฐานข้อมูลของนิสิตกลุ่มนี้ และสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ให้นิสิตอย่างเป็นรูปธรรมอย่างหลากหลายทาง ทั้งอินเทอร์เน็ต หนังสือแจ้งเวียนตามคณะ
  • นำนิสิตเหล่านี้ออกรายการวิทยุ-ทีวีในมหาวิทยาลัย เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ การเป็นต้นแบบ หรือกระทั่งการประชาสัมพันธ์
  • ป้อนงานแก่นิสิตผ่านเวทีที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยเป็นระยะๆ
  • จัดเวทีให้นิสิตเหล่านี้เข้ามาพบปะแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ในเวทีกิจกรรมสำคัญๆ เช่น โครงการฝึกอาชีพอิสระระหว่างเรียน เปิดโลกกิจกรรม นัดพบตลาดงาน วิชาพัฒนานิสิต
  • มีการอบรมให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบบัญชีและการตลาด พร้อมทั้งเชิญนิสิตรุ่นก่อนๆ ที่ได้รับทุนมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนิสิตรุ่นปัจจุบันที่กำลังดำเนินงาน
  • เชิญนิสิตกลุ่มนี้มาเป็นวิทยากรในโครงการฝึกอาชีพระหว่างเรียน ทั้งเพื่อการประชาสัมพันธ์สินค้าและการเป็นต้นแบบของการรับผิดชอบต่อตนเองผ่านการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
  • ฯลฯ







ครับ, ผมมีความเชื่อว่าข้อเสนอแนะของผม  หาใช่ผิดเพี้ยน  หรือเกินความจริงที่สามารถจัดทำขึ้นได้  มันเป็นเสมือนระบบและกลไกของการหนุนเสริมการดำเนินงานของนิสิต  เป็นการหนุนเสริมเชิงรุกหลากระบบ  มิใช่แค่การติดตามเยี่ยมเยียน ซึ่งนานๆ  ถึงจะไปที (๖ เดือน/ครั้ง)

              นอกจากนั้นผมยังฝากข้อคิดเล็กๆ ว่าจะดีแค่ไหน  เมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้ว  ถอดบทเรียนแต่ละคนออกมาเป็นหนังสือเล่มเล็กๆ  เพื่อเป็นชุดบทเรียนแห่งการเรียนรู้ผ่านการเรียนและการใช้ชีวิต...

              และนั่นยังรวมถึงการทำสกุ๊ปเผยแพร่เป็นระยะๆ  ในจดหมายข่าวรายสัปดาห์ขององค์กร   ซึ่งผมเชื่อว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ยากเลย  ขอเพียงกล้าเปลี่ยนความคิด  ทิศทางและวิธีการก็จะเปลี่ยนไปพร้อมๆ กัน กระบวนการเหล่านี้ จะทำให้นิสิตรู้สึกมีขวัญและกำลังใจ  มิใช่รู้สึกว่าพอได้รับทุนมาแล้วก็ถูกปล่อยให้สู้รบปรบมือกับสภาวะต่างๆ อย่างเดียวดาย

             ซึ่งในหลายปีก่อนในสมัยที่ผมเคยดูแลรับผิดชอบงานทำนองนี้  ผมถึงขั้นป้อนงานต่างๆ แก่นิสิต  ประสานคณะต่างๆ ช่วยจ้างงาน ซื้อสินค้าของนิสิต  หรือกระทั่งการหนุนให้มหาวิทยาลัยได้จัดหาพื้นที่ให้นิสิตเหล่านี้ได้โชว์สินค้า  และจำหน่ายสินค้า  ซึ่งมีทั้งเอาสินค้าของนิสิตมาโชว์ไว้ที่หน่วยงานเลยก็เคยทำ
             ยิ่งไปกว่านั้นยังรวมถึงการพยายามผลักดันให้เกิดถนนคนมีฝันขึ้นมา  (คล้ายถนนคนเดินนั่นแหละ)   เพื่อรองรับการขับเคลื่อนในเรื่องเหล่านี้ไปพร้อมๆ กัน



สำหรับผมแล้ว ดีใจและสุขใจมากกับการได้หวนกลับไปร่วมพิจารณากลั่นกรองในเรื่องเหล่านี้ และจะสุขใจทบทวีอย่างมหาศาล หากข้อเสนอของผมถูกนำไปประยุกต์ใช้ในระบบ –



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 

ชื่นชมมากค่ะที่เกิดการเรียนในท้องถิ่น

เขียนเมื่อ 

ใช่ครับ  krutoom

ผมเชื่อว่าในอนาคตกิจกรรมในทำนองนี้  จะเป็นการวางรากฐานให้นิสิตดูแลตัวเองได้ หรือกระทั่งกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด หรืออื่นๆ อย่างพอเพียงได้...

เขียนเมื่อ 

ชอบโครงการนี้มากค่ะอาจารย์

ดีกว่าให้อะไรเปล่าๆ อย่างที่อาจารย์ว่า  นิสิตได้ฝึกการยืนบนลำแข้งตัวเอง ไม่งอมืองอเท้า  เกิดการเรียนรู้ชีวิตจริงๆ ที่ยิ่งใหญ่มาก ที่สำคัญพวกเขาจะเห็นคุณค่าของเงิน และคุณค่าของการทำงาน (ที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่เห็น)

ต้องขอขอบคุณอาจารย์และมหาวิทยาลัยที่สนับสนุนเรื่องนี้แบบครบวงจร

เขียนเมื่อ 

อยากเห็นโครงการแบบที่คุณแผ่นดินเสนอ

จำได้ว่านิสตขายของ

มีหนังสือและของมือสองด้วย

ดีใจที่ได้ทบทวนและทำงานแบบนี้ครับ

ชอบนิสิตกลุ่มนี้มากค่ะ ไม่ได้งอมืองอเท้ารอใครๆ ให้ก้าวเข้าไปช่วยเหลือ หากแต่รักในการที่จะเรียนรู้อย่างมีศักดิ์ศรี....สร้างคนดี บ่มเพาะจิตใจให้เข้มแข็ง เป็นฐานอันมั่นคงของแผ่นดิน ขอบคุณมากค่ะ

-สวัสดีครับ

-กิจกรรมของน้องๆ นักศึกษาถือเป็นแบบอย่างที่ดีและเพื่อสานฝันและบ่มเพาะอาชีพในอนาคตด้วยนะครับ

-เป็นกำลังใจให้นะครับ

เขียนเมื่อ 

ครับคุณ krutoom...

ชุมชน เป็นห้องเรียน
ชุมชน คือคลังความรู้ครับ..
นั่นคือสิ่งที่เราเชื่อและศรัทธา เสมอมา

เขียนเมื่อ 

ครับ คุณnui

นิสิตที่มาขอทุนนี้  ถือเป็นกลุ่มนักเรียนรู้ขนานเอกที่ต้องได้รับการหนุนเสริม สนับสนุนครับ
ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ
เรียนรู้เพื่อให้เกิดทักษะชีวิตและเห็นกลไกของสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ในแต่ละปีตั้งงบไว้สนับสนุนนิสิตในวงเงินสองแสนบาท
ถือว่าน้อยมากครับ แต่เราก็ยังยึดมั่นและหนุนเสริมต่อไป...

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

ครับ อ.ขจิต ฝอยทอง

ในอนาคต  คงได้ฟื้นโครงการหลายๆ โครงการอีกครั้ง
ยิ่งทุกวันนี้ ตลาดคลองถมโหมสะพัดเหลือหลาย
พื้นที่คุณภาพบางอย่าง บางเรื่องในสถานศึกษาก็น่าจะมีขึ้นได้
โดยเฉพาะในมิติการแลกเปลี่ยนสิ่งของ เหมือนแบ่งปันกันใช้..ประมาณนี้....