ตอนที่ 8.. จาริกบุญหลังคาโลก : วัดโจคัง (Jokhang Monastery)

วัดโจคัง (Jokhang Monastery) หรือวัดต้าเจาซื่อ (Dazhao Si) ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองลาซา (Lhasa) เมืองหลวงของทิเบต เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานกันระหว่าง ทิเบต จีน และอินเดีย/เนปาล  สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 647 โดยพระเจ้าซงซัน กัมโป (Songtsen Gampo) กษัตริย์องค์ที่ 33 ของทิเบต  เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศากยมุนี โจโว รินโปเช  (Jovo  Rinpoche) ซึ่งเจ้าหญิงเหวินเฉิง (Wenchen) จากราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty)ของจีนได้อัญเชิญมาไว้ที่วัดโจคังเมื่อครั้งที่เดินทางมาอภิเษกสมรสกับพระเจ้าซงซันกัมโป พระพุทธรูปองค์นี้หล่อที่แคว้นมคธ ใช้โลหะผสมกันหลายชนิด  เชื่อกันว่าหล่อจากพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าเมื่อมีพระชนมายุได้ 12 ชันษา
พระพุทธรูปโจโว รินโปเช เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ สีทอง มีอายุมากกว่า 1300 ปี สูง 1.5 เมตร ทรงเครื่องทรงแบบกษัตริย์ ซึ่งประดับด้วยมณีอันล้ำค่า  เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงสุดของชาวทิเบต  ชาวพุทธทิเบตมักมีศรัทธาอย่างแรงกล้าและปรารถนาจะเดินทางมากราบอัษฎางคประดิษฐ์ รอบพระวิหารวัดโจคัง  บางคนปรารถนาที่จะกราบทุกหนึ่งก้าวจากเมืองอื่น จนมาถึงที่นี่เป็นระยะทางนับพันกิโลเมตร ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา
ภายในวิหารวัดโจคังนอกจากมีพระพุทธรูปโจโว แล้ว ยังประดิษฐานพระศรีอาริยเมตไตรย์ พระคุรุ ปัทมสัมภวะ รินโปเช  พระอวโลกิเตศวรพันกร 
บนดาดฟ้าของวิหาร เรา จะเห็นหลังคาทองคำ  3 ยอด  มีกงล้อพระธรรมจักรและกวางหมอบอยู่ 2 ข้าง  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการปฐมเทศนาของศาสนาพุทธ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน มีกระบอกมนตราทำด้วยโลหะสีทองขนาดใหญ่ อยู่บนดาดฟ้า  หากมองตรงไปเบื้องหน้าจะ

เห็นพระราชวังโปตาลา (Potala Palace) ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร  หากมองลงไปด้านล่างจะเห็นเป็นลานขนาดใหญ่  มีผู้คนสัญจรรอบ ๆ วัดมากมาย ทั้งชาวทิเบตและนักท่องเที่ยว   มีตลาดแปดเหลี่ยม  ซึ่งมี 4 ถนนใหญ่และ 4 ถนนเล็ก แยกออกไปสู่ถนนสายอื่นรอบนอก 

  อาจารย์ ดร. กฤษดาวรรณ  เมธาวิกุล และอาจารย์ มิว เยินเต็น (Meu Yontan)ได้นำพวกเรากราบอัษฎางคประดิษฐ์หน้าวิหาร  นำสวดมนต์ขอพรจากพระพุทธรูปโจโว  พระอวโลกิเตศวรกวนอิม  พระดุรุ ปัทมสัมภวะ รินโปเช   พระโพธิสัตว์ และพระธรรมบาล อีกเป็นจำนวนมาก ได้ชมที่ประทับขององค์ดาไลยลามะ และห้องโถงที่ใช้ทำพิธี แม้ว่าทางวัดไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในวัด พวกเราก็คงจะถ่ายภาพที่เห็นจากตาไว้ในใจ  อาจารย์พยายามขออนุญาตให้คณะเราได้เข้าไปกราบ ภาวนาและถวายทองคำแด่องค์พระอวโลกิเตศวรใกล้ ๆ ทางวัดก็พยายามช่วย โดยบอกให้พวกเราไปชมที่อื่นก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่ เพราะมีกลุ่มใหญ่ ๆ อื่น ๆ เข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่จนแล้วจนรอดก็ทำไม่ได้ เพราะตลอดเวลามีคนเข้ามากราบจำนวนมาก คณะเราจึงได้ยืนสวดมนตราของพระองค์ เสียงดังกังวานไพเราะมาก เรายืนสวดและอธิษฐานจนเป็นที่พอใจ จึงออกมารู้สึกประทับใจมากที่ได้มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และชมวัดโจคังอีกครั้งหนึ่ง
ขอขอบคุณอาจารย์ทั้งสองท่านมากค่ะที่นำทางคณะเรามาที่วิหารแห่งนี้ รู้สึกประทับใจและมีความสุขมากค่ะ
นำบุญมาฝากเพื่อน ๆ ด้วยค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Beautiful World



ความเห็น (10)

เป็นบุญตามากครับ ที่ได้เห็นสิ่งสวยงามบนโลกใบนี้ครับอาจารย์

ขอบคุณมากนะครับ

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยครับฯ..

"เป็นบุญตาของชาวบล็อก" ...
ผมชอบเรื่องราวแนวนี้ครับ เห็นสถานที่ และเห็นบทบาทของสถานที่ที่มีต่อผู้คน-สังคม....

ขอบพระคุณครับ

-สวัสดีครับ

-สาธุ......

-ขอให้สุขภาพเข็งแรง ๆๆ  สาธู!!!!!

-ขอบคุณภาพสวย ๆ ครับ


เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอาจารย์ ดร.ชยพร อาจารย์แผ่นดิน คุณอักขณิช และคุณเพชรมากค่ะ ที่เข้ามาชมภาพและอ่านบันทึกนี้ วัดโจคังตั้งอยู่ใกล้ ๆ วังโปตารา อยู่กลางเมืองลาซา มีพระุทธรูปโจโว (พระศรีศากยมุนี) ที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากค่ะ มีผู้คนไปกราบรอบวัดตลอดวัน จรดกลางคืน ไม่ขาดสาย ภูมิทัศน์บนดาดฟ้าก็งดงามมากค่ะ   

เขียนเมื่อ 

ขอน้อมรับบุญที่คุณกุหลาบนำมาฝากด้วยความขอบคุณค่ะ บรรยากาศสดชื่นสวยงามสงบและศักสิทธิ์ค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณอาจารย์ ดร.กัลยามากค่ะ อนุโมทนาบุญร่วมกันค่ะอาจารย์

เขียนเมื่อ 

ชอบใจที่นี่ครับ

เข้าใจว่าที่นี่อากาศเย็นใช่ไหมครับ

ทึ่งการกราบแบบ ษฎางคประดิษฐ์ เสมอเลยครับ

เขียนเมื่อ 

อากาศเย็นและเบาบางค่ะอาจารย์ขจิต ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 3,700 เมตร แต่ที่ไกลาส จุดที่ขึ้นไปสูงสุด ประมาณ 5,700 เมตร หนาวกว่าและอากาศเบาบางกว่าเยอะ แต่ระหว่างทางได้ปรับตัวไปเรื่อย ๆ จึงไม่เป็นปัญหามากนักค่ะ

การกราบอัษฎางคประดิษฐ์ (มือสอง เข่าสอง เท้าสอง ลำตัว และศีรษะจรดพิ้นพร้อมกัน เริ่มต้นจากการยืนก่อน และภาวนาว่า "ด้วยกาย(มือพนมเหนือศีรษะ) วาจา(พนมมือที่คอ) ใจ(พนมมือที่อก) ข้าพเจ้าจะขอยึดพระรัตนตรัยเป็นสรณะจนกว่าจะถึงการหลุดพ้น" แล้วจึงกราบค่ะ

ข้างล่างนี้เป็นรูปอาจารย์ ดร.กฤษดาวรรณ และพี่กุหลาบกำลังกราบ ณ. จุดที่ได้เห็นเขาไกลาสเป็นครั้งแรกในชีวิต

ขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่ให้ความสนใจบันทึกนี้

เขียนเมื่อ 

ได้กราบอัษฏางคประดิษฐ์คงไม่ง่ายนะคะสำหรับคนที่ไม่เคยทำ อนุโมทนาบุญนะคะ

วัดทิเบตทุกวัดต้องมีชื่อจีนกำกับด้วย  พี่อ่านก็เศร้าค่ะ  เพราะตอนจีนเข้า่ยึดครองทิเบตใหม่ๆ สิ่งที่จีนทำ คือ เปลี่ยนชื่อทุกอย่างเป็นจีน นำคนจีนเข้ามาอาศัยในทิเบตเพื่อกลืนชาติ จับคนทิเบตไปเข้าค่าย (เหมือนที่จีนทำกับคนของตัวเองตอนปฏิวัติวัฒนธรรม) จับคนต่อต้านไปขัง ฯลฯ

หนังสือเล่มหนึ่งที่พี่เพิ่งอ่านเขียนโดยน้องสาวของดาไลลามะค่ะ  หนังอีกเรื่องที่เพิ่งดูเล่าเรื่องการค้นหาดาไลลามะ และการรุกคืบเข้ายึดครองทิเบตของจีน 

เขียนเมื่อ 

พี่นุ้ยทราบเรื่องความขัดแย้งของจีนและทิเบตมาก ๆ เลยนะคะ พูดอะไรมากในสื่อสาธารณะก็คงไม่ดี วันหลังหากมีโอกาสได้เจอกัน กุหลาบมีเรื่องเล่ามากมายเลยค่ะพี่นุ้ย อาจารย์ ส. ศิวรักษ์ ถูกปฏิเสธวีซ่าเข้าประเทศจีนเมื่อเดือนเมษายนปีนี้เอง เพราะเรื่องไปวิจารณ์การเมืองของเขาค่ะ

การกราบอัษฎางคประดิษฐ์เป็นท่ากายบริหารที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งนะคะ กุหลาบกราบครั้งแรก ๆ ไม่เกิน 15 ครั้งต่อเนื่องกัน วันรุ่งขึ้นก็เจ็บกล้ามเนื้อท้อง แต่พอกราบบ่อย ๆ ก็ชินขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ เขาว่ากราบบ่อย ๆ หน้าท้องจะแข็งแรงแบนราบค่ะ คนทิเบตเขากราบเป็นหลาย ๆ แสนด้วยความศรัทธา กราบที่บ้าน กราบรอบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือกราบจากวัดหนึ่งไปอีกวัดหนึ่งด้วยระยะทางหลายพันกิโลเมตร  หากไม่ค่อยมีพื้นที่ในการกราบ เขาก็กราบเบ็ญจางคประดิษฐ์ คือคล้ายกับการกราบของเรา แตกต่างกันที่เขาต้องเริ่มต้นจากการยืนก่อน ภาวนาเสร็จแล้วจึงนั่งคุกเข่าค่ะ เห็นแรงศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนาของชาวทิเบตแล้วทึ่งสุดใจ ขอบคุณพี่นุ้ยมากค่ะ