วัดโจคัง (Jokhang Monastery) หรือวัดต้าเจาซื่อ (Dazhao Si) ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองลาซา (Lhasa) เมืองหลวงของทิเบต เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานกันระหว่าง ทิเบต จีน และอินเดีย/เนปาล  สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 647 โดยพระเจ้าซงซัน กัมโป (Songtsen Gampo) กษัตริย์องค์ที่ 33 ของทิเบต  เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศากยมุนี โจโว รินโปเช  (Jovo  Rinpoche) ซึ่งเจ้าหญิงเหวินเฉิง (Wenchen) จากราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty)ของจีนได้อัญเชิญมาไว้ที่วัดโจคังเมื่อครั้งที่เดินทางมาอภิเษกสมรสกับพระเจ้าซงซันกัมโป พระพุทธรูปองค์นี้หล่อที่แคว้นมคธ ใช้โลหะผสมกันหลายชนิด  เชื่อกันว่าหล่อจากพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าเมื่อมีพระชนมายุได้ 12 ชันษา
พระพุทธรูปโจโว รินโปเช เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ สีทอง มีอายุมากกว่า 1300 ปี สูง 1.5 เมตร ทรงเครื่องทรงแบบกษัตริย์ ซึ่งประดับด้วยมณีอันล้ำค่า  เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงสุดของชาวทิเบต  ชาวพุทธทิเบตมักมีศรัทธาอย่างแรงกล้าและปรารถนาจะเดินทางมากราบอัษฎางคประดิษฐ์ รอบพระวิหารวัดโจคัง  บางคนปรารถนาที่จะกราบทุกหนึ่งก้าวจากเมืองอื่น จนมาถึงที่นี่เป็นระยะทางนับพันกิโลเมตร ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา
ภายในวิหารวัดโจคังนอกจากมีพระพุทธรูปโจโว แล้ว ยังประดิษฐานพระศรีอาริยเมตไตรย์ พระคุรุ ปัทมสัมภวะ รินโปเช  พระอวโลกิเตศวรพันกร 
บนดาดฟ้าของวิหาร เรา จะเห็นหลังคาทองคำ  3 ยอด  มีกงล้อพระธรรมจักรและกวางหมอบอยู่ 2 ข้าง  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการปฐมเทศนาของศาสนาพุทธ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน มีกระบอกมนตราทำด้วยโลหะสีทองขนาดใหญ่ อยู่บนดาดฟ้า  หากมองตรงไปเบื้องหน้าจะ

เห็นพระราชวังโปตาลา (Potala Palace) ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร  หากมองลงไปด้านล่างจะเห็นเป็นลานขนาดใหญ่  มีผู้คนสัญจรรอบ ๆ วัดมากมาย ทั้งชาวทิเบตและนักท่องเที่ยว   มีตลาดแปดเหลี่ยม  ซึ่งมี 4 ถนนใหญ่และ 4 ถนนเล็ก แยกออกไปสู่ถนนสายอื่นรอบนอก 

  อาจารย์ ดร. กฤษดาวรรณ  เมธาวิกุล และอาจารย์ มิว เยินเต็น (Meu Yontan)ได้นำพวกเรากราบอัษฎางคประดิษฐ์หน้าวิหาร  นำสวดมนต์ขอพรจากพระพุทธรูปโจโว  พระอวโลกิเตศวรกวนอิม  พระดุรุ ปัทมสัมภวะ รินโปเช   พระโพธิสัตว์ และพระธรรมบาล อีกเป็นจำนวนมาก ได้ชมที่ประทับขององค์ดาไลยลามะ และห้องโถงที่ใช้ทำพิธี แม้ว่าทางวัดไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในวัด พวกเราก็คงจะถ่ายภาพที่เห็นจากตาไว้ในใจ  อาจารย์พยายามขออนุญาตให้คณะเราได้เข้าไปกราบ ภาวนาและถวายทองคำแด่องค์พระอวโลกิเตศวรใกล้ ๆ ทางวัดก็พยายามช่วย โดยบอกให้พวกเราไปชมที่อื่นก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่ เพราะมีกลุ่มใหญ่ ๆ อื่น ๆ เข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่จนแล้วจนรอดก็ทำไม่ได้ เพราะตลอดเวลามีคนเข้ามากราบจำนวนมาก คณะเราจึงได้ยืนสวดมนตราของพระองค์ เสียงดังกังวานไพเราะมาก เรายืนสวดและอธิษฐานจนเป็นที่พอใจ จึงออกมารู้สึกประทับใจมากที่ได้มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และชมวัดโจคังอีกครั้งหนึ่ง
ขอขอบคุณอาจารย์ทั้งสองท่านมากค่ะที่นำทางคณะเรามาที่วิหารแห่งนี้ รู้สึกประทับใจและมีความสุขมากค่ะ
นำบุญมาฝากเพื่อน ๆ ด้วยค่ะ