วัดชีอู (Chiu Gompa Monastery) เป็นวัดเล็ก ๆ ที่สร้างอยู่บนหน้าผาของยอดเขา ประหนึ่งว่าเป็นส่วนหนึ่งของภูเขา วัดนี้อยู่ใกล้กับทะเลสาบมนัสโรวาร์ (Manasarovar) และเขาไกลาส (Mount Kailash)มาก ทำให้ผู้จาริกบุญมักจะมาแวะที่วัดนี้ด้วย เนื่องจากผู้ที่เดินทางมาทางทิเบตตะวันตกส่วนใหญ่จะมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ 3 อย่างคือ
หนึ่ง มาเดินภาวนา (kora /circumambulation /parikarma) รอบเขาไกลาส ระยะทาง 52 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 3 วัน)
สอง เดินภาวนารอบทะเลสาบมนัสโรวาร์ 88 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 4 วัน) และแวะสักการะวัดต่าง ๆ ที่อยู่รอบทะเลสาบ ซึ่งสมัยโบราณมีอยู่ 8 วัด ปัจจุบันเหลือเพียงวัดชีอู (Chiu) เพียงแห่งเดียวที่ยังคงอยู่และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีของนักเดินทางชาวพุทธ
สาม แวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และวัดต่าง ๆ ในบริเวณนี้และวัดตามเส้นทางที่ผ่าน
ผู้เดินทางที่เป็นนักท่องเที่ยว นักถ่ายภาพ ผู้ทำสารคดีก็มีบ้าง แต่น้อยมาก
สำหรับชาวพุทธ วัดชีอูเป็นวัดที่สำคัญมากที่เขาอยากมาสักการะ ภาวนา และเวียนรอบวัด เพราะมีถ้ำโบราณเล็ก ๆ แคบ ๆ อายุกว่า 1200 ปี ที่พระคุรุ ปัทมสัมภวะ รินโปเช (Guru Padmasambhava Rinpoche) เคยมาภาวนา ปฏิบัติธรรมที่นี่ และท่านใช้สัปดาห์สุดท้ายของชีวิตท่าน ในปี ค.ศ. 774 ที่ถ้ำแห่งนี้
วัดชีอูอยู่ใกล้กับที่พักของเรามาก เราจึงเดินขึ้นเขาไปวัดแบบสบาย ๆ เพราะผ่านเส้นทางขึ้นเขาไกลาสมาแล้ว จากนี้ไปการเดินทางไปไหนก็จะเป็นเรื่องเล็กสำหรับคณะเราแล้วค่ะ
ภายในถ้ำเล็ก ๆ นั้น คณะเราผลัดกันเข้าไปกราบสักการะรูปปั้น และรอยพระบาทที่ปรากฏบนหิน ของท่านคุรุ ปัทมสัมภวะ รินโปเช และพระฑากินี เราภาวนาและรำลึกถึงพระคุณของท่านที่ได้นำศาสนาพุทธ มาสู่ทิเบต ท่านและสาวกอีก 25 รูป/คนได้แปลธรรมะลัทธิตันตระจากต้นฉบับเดิมที่เขียนไว้เป็นภาษาสันสกฤตมาเป็นภาษาทิเบต จำนวนมากมาย เป็นเวลาหลายปี ท่านคุรุปัทมสัมภวะ รินโปเช ได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของนิกายนิงมะ (Nyingma pa) ซึ่งเป็นนิกายที่เก่าแก่ที่สุดใน 4 นิกายของพุทธศาสนา วัชรยาน ทั้ง 4 นิกายนั้นประกอบด้วย นิกายนิงมะ (Nyingma pa) นิกายกาจู (Kagyu pa) นิกายสาเกีย (Sakya pa) และนิกายเกลุก (Geluk pa) ด้วยความรอบรู้ทั้งด้านพระพุทธศาสนาและพระเวทย์ของท่าน จึงทำให้ชาวทิเบตเมื่อ 1200 ปีที่แล้วซึ่งนับถือศาสนาอื่นอยู่ มามีความเลื่อมใสศรัทธาในศาสนาพุทธอย่างแรงกล้าตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 8 เป็นต้นมา แม้ว่าพุทธศาสนาจะถูกทำลายไปหลายครั้งหลายครา แต่รากฐานที่ท่านคุรุ รินโปเชได้วางไว้ ยังยั่งยืนสืบทอดมาได้จนถึงบัดนี้ ชาวทิเบตจึงสักการะบูชาท่านเสมือนหนึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่สองของเขา
บนยอดเขาวัดชีอู เราได้เห็นทิวทัศน์ที่งดงามรอบด้าน โดยเฉพาะความงามของสีน้ำในทะเลสาบมนัสโรวาร์ ซึ่งเป็นน้ำเงินเข้มและสดใสมาก ส่วนสีของท้องฟ้าก็เป็นสีฟ้าเข้ม แต่สดใสต่างเฉดสีกัน มีความลดหลั่นของชั้นบนเทือกเขาหิมาลัยเป็นฉากหลังของทะเลสาบ
นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นภาพงามตาอย่างนี้
ขอขอบคุณมูลนิธิพันดารา รศ. ดร. กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล ประธานมูลนิธิ และอาจารย์ มิว เยินเต็น (Meu Yontan) อาจารย์ชาวทิเบต ผู้ช่วยของท่าน ที่นำคณะเรามาจาริกบุญที่นี่ รู้สึกปลื้มใจ และมีความสุขเป็นอย่างยิ่งค่ะ
นำบุญมาฝากเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ





























สวัสดีจ้ะคุณกุหลาบ ขอบคุณสำหรับเรื่องดี ๆ และภาพสวย ๆ นะจ๊ะ
ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะคุณกุหลาบ...สถานที่แห่งบุญสง่างดงาม ...สงบนิ่งมากนะคะ
คุณมะเดื่อคะ กุหลาบขอขอบคุณคุณมะเดื่อมากค่ะที่เป็นกัลยาณมิตรที่ดีท่านหนึ่งของกุหลาบ ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทักทายกันเสมอมา ในยามท้อแท้ก็ให้กำลังใจกัน วันหลังคงมีโอกาสได้พบกันบ้างนะคะ กุหลาบเห็นมีผ้าป่าที่กำลังจะจัดในเร็ว ๆ นี้ อยากมีโอกาสร่วมบุญกับคุณมะเดื่อและเด็ก ๆ ด้วยค่ะ กรุณาส่งรายละเอียดบัญชีธนาคารให้ทางอีเมลด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ภาพของคุณมะเดื่อคล้ายกับภาพเนินเขาของวัดชีอูมากนะคะ ยามฟ้าใส ๆ คงสวยงามเช่นกัน
กุหลาบขอขอบคุณท่านอาจารย์พจนาเป็นอย่างสูงเช่นกัน ที่เข้ามาเยี่ยมกุหลาบและเป้นกำลังใจให้เสมอมา ตั้งแต่บันทึกแรก ๆ ที่เริ่มเขียนบันทึก เป็นเวลาปีเศษมาแล้ว ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องของธรรมชาติของป่าและนกเป็นอันมาก เห็นนกสวย ๆ ที่ไหนก็นึกถึงอาจารย์ทุกครั้ง และคิดว่าอาจารย์ต้องอธิบายได้แน่เลยว่านกนี้คือนกอะไร ธรรมชาติของมันเป็นอย่างไร
วัดชีอูเป็นวัดเล็ก ๆ เก่าแก่โบราณที่ชาวพุทธทิเบตรู้จักดี และมุ่งมั่นที่จะมาเดินภาวนารอบวัดแห่งนี้ เพราะเชื่อและมีศรัทธาอย่างสูงต่อพระปัทมสัมภวะ คุรุรินโปเชซึ่งหลาย ๆ คนถือเป็นพระยี่ตัมของเขา (พระYidam หมายถึงพระพุทธรูปองค์ที่เขาสวดมนต์เคารพ สักการะบูชาเป็นประจำ) สำหรับนักท่องเที่ยว วัดชีอูเป็นจุดชมวิวที่เห็นทิวทัศน์รอบตัวได้งดงามที่สุดค่ะ
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ และอนุโมทนาบุญร่วมกันนะคะ
ขอบคุณอาจารย์ทั้ง 3 ท่าน.. อาจารย์ ดร.ภูฟ้า อาจารย์ ดร.พจนา และอาจารย์มะเดื่อ ที่มอบกำลังใจในบันทึกนี้ค่ะ
-สวัสดีครับ
-ตามมาร่วมสัมผัสบรรยากาศการทำบุญครับ
-ตามรอยบุญ..
-ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ คุณเพชร อนุโมทนาบุญร่วมกันนะคะ การเดินทางครั้งนี้ได้ไปสถานที่สำคัญหลายแห่ง ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังกว่าครั้งก่อน ๆ นำบุญมาฝากครอบครัวคุณเพชรและทุก ๆ คนนะคะ
ภาพสวยมาก ๆค่ะ ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะท่านอาจารย์ ดร.กัลยา ท้องฟ้าเปิด อากาศดี ฝนไม่ตก มีชัยกว่าครึ่งค่ะ อนุโมทนาบุญร่วมกันนะคะอาจารย์
ขอบคุณ คุณใบไม้ร้องเพลงมากค่ะที่ให้ความสนใจบันทึกนี้
น้ำในทะเลสาปสวยมาก
พี่กำลังคิดว่าอุบายของการเดินภาวนาเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะ ได้ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ คนที่จะไปต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจสูงมาก ต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรง ขณะเดินก็ได้ฝึกความอดทน ความอึด ในเมื่อมีใจที่มุ่งมั่นในบุญแล้ว ความยากลำบากนี่เป็นเรื่องเล็กไปเลย
อย่างน้องบอกว่าหลังจากเดินภาวนาขี้นเขาไกลาส ๓ วันแล้ว การขึ้นวัดชีอูนี่เป็นเรื่องง่ายไปเลย
น่าศรัทธาจริงๆ
จุดนี้ทะเลสาบสวยค่ะ ที่จริงตรงนี้มีทะเลสาบอยู่สองแห่งนะคะ มองเห็นทะเลสาบที่ส่วนหนึ่งเป็นรูปยาวรี ที่มีน้ำสีเข้ม มาก ๆ ไหมคะ มีอยู่หลายรูปค่ะ นั่นก็เป็นทะเลสาบ(น้ำเค็ม)ที่สวยงามเช่นกัน แต่ชาวทิเบตถือว่าเป็นทะเลสาบปีศาจ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ อาศัยอยู่ได้ แม้แต่ไม้ดอก หรือไม้พุ่ม อยู่เคียงคู่กับทะเลสาบ (น้ำจืด) มนัสโรวาร์ (ค่อนข้างกลม) ซึ่งเขาถือว่าเป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ ที่เขาจะมากราบ สวดมนต์ และภาวนาวนรอบเป็นระยะทาง 88 กิโลเมตร ลักษณะตามแผนที่นี้ค่ะ
หากเรามีศรัทธาต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างมั่นคง และเพียงพอ เราจะมีกำลังใจทำได้จริง ๆ นะคะ
ขอบคุณพี่นุ้ยมากค่ะ ที่ให้ความสนใจบันทึกนี้ และมาให้กำลังใจในการเขียนตลอด