บันทึกการเดินทางด้วยรอยเท้าตนเอง (32) : เดินทางกลับบ้าน

การเดินทาง คือความรื่นรมย์ของชีวิต
ผมเชื่อว่าผู้คนจำนวนไม่น้อย รู้สึก นึกคิดเช่นเดียวกับผม
ร่วมสิบปีเศษ ผมมีโอกาสได้ใช้ชีวิตเที่ยวท่องไปยังที่ต่างๆ อยู่เรื่อย
และเกือบทั้งหมดก็เป็นการเที่ยวท่องใช้ชีวิตผ่านการเดินทางเป็นวิทยากร
ถึงแม้จะไม่ใช่การเที่ยวท่องพักร้อน-ลาพัก
กระนั้นก็ยอมรับว่า คือ ความรื่นรมย์ของชีวิต


ผมไม่ใคร่สุขใจกับการเดินทางด้วยเครื่องบิน
ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับภาวะความเสี่ยงใดๆ เสียทั้งหมด
หากแต่ไม่รู้และบอกไม่ถูกเหมือนกันว่า เป็นเพราะเหตุใด
เว้นเสียแต่ระยะทางการเดินทางนั้นมันไกลแสนไกล หลีกหลบไม่ได้จริงๆ
ผมถึงจะจำยอมต่อการเดินทางด้วยนกเหล็ก






ใครๆ ที่มักคุ้นกับผม จะรู้ดีว่าผมหลงรักการเดินทางผ่าน “รถยนต์”
โดยเฉพาะการขับรถไปไหนต่อไหนด้วยตนเอง
ครับ-การขับรถไปที่ไหนต่อที่ไหนด้วยตนเอง ถือเป็นความรื่นรมย์อย่างที่สุด
อยากแวะตรงไหนก็แวะได้ อยากเอนกายในรถ ก็เป็นชีวิตในอีกมิติที่ดูไม่เลวร้ายอะไร
อยากแวะจิบกาแฟ เยี่ยมชมดอกไม้ ดอกหญ้า หรือกระทั่งผู้คนที่สัญจรในมุมนั้นๆ-ก็ทำได้


หากแต่ระยะหลังไม่ถึงสองเดือน การเดินทางของผมเริ่มเปลี่ยนมุมไปอีกครั้ง
ผมกลับเริ่มหันกลับมาเดินทางไปไหนต่อไหนด้วยรถโดยสารประจำทาง-
ครับ-โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางกลับบ้านเกิดด้วยรถยนต์โดยสารประจำทาง






การได้มานั่งรอรถยังป้ายรถเมล์ อันเนิ่นนาน มันทำให้เรามีเวลาได้พูดคุยกับตัวเอง
มีเวลาได้เฝ้ามองผู้คนรอบกายที่อยู่ในบริบทตรงนั้น
บางคนรู้จักทักทายกัน หลายต่อหลายคนไม่รู้จัก และไม่ทักทายกัน
หลายต่อหลายคนมีคนมาส่งขึ้นรถ โบกไม้โบกมือแสดงอาการอาทรอ่อนไหว –สัมพันธ์
หลายต่อหลายคนวุ่นวนอยู่กับปลายสายจากมือถือ ซึ่งมีทั้งที่นัดหมายเวลาแห่งการพบพาน
หรือกระทั่งทักถามถึงสุขและทุกข์เฉกเช่นคนคุ้นเคย






ชานชาลารอรถเหมือนชานชาลาชีวิตในอีกมิติหนึ่ง
เพียงแต่ว่าเราและเราที่อยู่ตรงนั้น จะข้ามพ้นโลกอันเร้นลับส่วนตัวออกมาทักทายกับคนรอบกาย หรือไม่เท่านั้นเอง

เช่นเดียวกับการทอดตัวนั่ง และโหนตัวบนรถโดยสารประจำทางก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน
ทุกสิ่งอย่างล้วนมีโลกหลายใบซ้อนทับกันอยู่ตรงนั้น
โลกแต่ละใบหมุนเคลื่อนเดินทางในทุกวี่วัน ใกล้-ไกล ก็ไม่เคยหยุดหมุน หยุดเคลื่อนตัว

สายลมที่ผ่านพัดเข้ามายังช่องหน้าต่างรถบัสรุ่นเก่าก่อน
ในบางจังหวะเหมือนใบหน้าแห่งเราถูกสะกิดอย่างละมุมละไม ขณะทางจังหวะประหนึ่งถูกตบราวกับขุ่นเคืองกันมาแสนนาน






การเดินทางกลับบ้านด้วยรถโดยสารประจำทางเช่นนี้
ทำให้ชีวิตผมเดินทางช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
ได้เห็นชีวิตอีกหลายชีวิตที่ผมแทบจะหลงลืมไปจนสิ้น
และที่สำคัญคือการได้เห็นชีวิตตนเองในอดีตกาลที่ดูเหมือนนับวันผมก็โบยบินห่างออกมาทีละนิดๆ

ความเรียบง่าย มีพลังซุกซ่อนอยู่ตรงนั้น
อดีตกาลของการก่อเกิดตัวตนแห่งเรามีพลังเหลือล้นสำหรับการเดินทางของเราเอง

นั่นคือสิ่งที่ผมเชื่อและศรัทธา
เพียงแต่ที่ผ่านมา เรื่องบางเรื่องก็จำต้องใช้เครื่องมือและวิธีการอื่นๆ ในการนำพา
และเมื่อมีเวลาจึงพาตัวเองหวนกลับสู่เครื่องมือและวิธีการเดิมที่เราก่อเกิดและจากมา --




...


คิดถึงบ้าน
จุดเริ่มต้นและปลายทางอันจริงแท้ของชีวิต

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

เคยลองนั่งรถเมล์ฟรีในกทม..เหมือนกันลองดูนะชีวิต

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  อ แผ่นดิน

 การเดินทางด้วยรถประจำทางก็ดีค่ะทำให้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศที่แท้จริงได้เห็นเหตุการณ์ต่างได้จริง  แม้ว่าการเดินทางจะช้าลงบ้าง  แต่ทำให้ได้ข้อมูลนำมาเขียนได้ตรงตามความเป็นจริงค่ะ

เขียนเมื่อ 

ครับ พี่ Oraphan ...  ชีวิตผม ห่สงหายจากรถเมลใน กทม  มาร่วมยี่สิบปีแล้วครับ
หากแต่จดจำบรรยากาศต่างๆ ได้
ชอบนั่งรถเมล์ในห้วงดึกๆ...สงบเงียบ...เปิดหน้าต่างรับลม ถนนโล่ง...

ไม่เงียบเหงา แต่ก็ไม่ถึงกับอบอุ่น...แต่ที่แน่ๆ ดีกว่ารถติด ครับ

เขียนเมื่อ 

ครับ  ครูทิพย์

ผมเองยังตั้งคำถามเลยว่า
ในแต่ละวัน
ทำไมผู้คนเดินทางกันไม่หยุดหย่อน
ไปไหน...ไกล ใกล้...
ทุกวัน และทุก วัน......