GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สงสัยจัง..คนสมัยก่อนเขาจีบกันยังไง

" สงสัยจังค่ะ สมัยก่อนเขาไม่มีมือถือ ไม่รู้ว่าคนสมัยก่อนเขาจีบกันยังไงนะพี่นะ "

 

เมื่อคืนนี้ตอนปลายเวร..หลังจากงานเริ่มซา คนไข้ส่วนใหญ่ก็พักผ่อน เราก็นั่งสรุปงานพิมพ์บันทึกทางการพยาบาลของคนไข้แต่ละห้อง อยู่ๆก็ได้ยินน้อง Orderly (น้องพนักงานช่วยการพยาบาล) คนหนึ่งก็เปรยขึ้นว่า

" สงสัยจังค่ะ  สมัยก่อนเขาไม่มีมือถือ ไม่รู้ว่าคนสมัยก่อนเขาจีบกันยังไงนะพี่นะ "

เราได้ยินแล้วก็นึกขำ

จริงด้วยนะ สมัยนี้โทรศัพท์มือถือ แทบเป็นปัจจัยที่ห้า ที่สำคัญต่อชีวิตไปแล้ว การใช้ติดต่อสื่อสาร ไม่ได้เพียงแต่โทรส่งข่าวที่จำเป็น แต่ยังใช้แม้พูดคุยทักทาย เล่าถามความกัน ประหนึ่งว่าบุคคลที่อยู่ห่างไกลอีกฝั่งหนึ่งนั้น เดินเคียงคู่อยู่ข้างๆร่วมกิจกรรมต่างๆอยู่ใกล้ๆ

แทบไม่มีใครที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะเด็กหนุ่มๆสาวๆ  ที่พอว่างเป็นไม่ได้ ต้องกดมือถือโทรถึงกัน ให้อดข้าว เด็กเหล่านี้คงพออดได้ แต่ให้อดโทรหากัน คาดว่าคงขาดใจ

  • " อยู่ไหนน่ะ ? "
  • " ทำไรอยู่ ? "
  • " กินข้าวรึยัง ? "
  • " งานหนักไหม ? "
  • " คิดถึงจัง..."

คำสั้นๆแค่นี้ แค่ให้กดหากันแค่นี้ แต่ก็เป็นประหนึ่งน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตจิตใจกันและกัน

ก็น่าอยู่หรอก ที่น้องคนนั้นจะเปรยถามขึ้นว่า

" สงสัยจังค่ะ  สมัยก่อนเขาไม่มีมือถือ ไม่รู้ว่าคนสมัยก่อนเขาจีบกันยังไงนะพี่นะ "

จึงเป็นคำถามที่น่าสนใจ

ความน่าสนใจของมัน ไม่ได้อยู่ที่ "คำตอบคืออะไร ?"

หากแต่อยู่ที่...นึกได้ไง นึกอะไรอยู่ ถึงได้ถามคำถามนี้

นั่นแสดงให้เห็นถึงว่า โทรศัพท์มือถือมีความสำคัญต่อคนสมัยนี้มากมายใช่ไหม ?

เด็กสมัยนี้ถึงได้สงสัยว่า เมื่อก่อนที่เขาไม่มีโทรศัพท์มือถือนั้น

เขาอยู่กันได้ยังไง ??

..............


เราตอบน้องคนนั้นว่า...

เดี๋ยวพี่ไปหาคำตอบมาให้นะ  คนใน gotoknow จะมีคนรุ่นก่อนโทรศัพท์มือถือเยอะ ไว้จะถามให้ว่า เขาจีบกันยังไง 

จึงอยากขอเชิญมา ลปรร กันให้หน่อยนะคะ  ทุกท่านล้วนมากน้ำมิตรน้ำใจ หวังว่าโปรดช่วยเอ็นดูเด็กน้อยที่อยากรู้คำตอบคนนั้นด้วยเถิด

ขอบคุณค่า  ^__________^


....

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 57585
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 8
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

  • ใช่..ใช่..อยากทราบมาก แม่ไม่เคยเล่าให้ฟัง
  • พี่เม่ย พี่โอ๋ พี่รัตติยา พี่เมตตา หรือท่านอื่นๆทราบไหมครับ
  • โอย อยากรู้ อยากรู้

คุณยายเคยขายเส้นก๋วยเตี๋ยว แบบยังไม่ตัด เป็นแผ่นขาวพับเรียงทับๆกันใส่ไว้ตระกร้าสาน

นึกออกรึเปล่าค่ะ แบบมีใบตองรอง

คุณตาเขียนจม แล้วแอบเอาไปใส่ ระหว่าง ชั้นแผ่นก๋วยเตี๋ยวหน่ะค่ะ เด็ดไม่ค่ะ  : )

คุณยายเพิ่งเสียเมื่อต้นปีนี้ แต่งงานกับคุณตามา 60 กว่าปีแล้วค่ะ

แต่ข้อความในจม.คืออะไรนั้นไม่เคยถามเหมือนกันค่ะ (ตอนนี้คงถามไม่ได้เพราะคุณตายังคิดถึงคุณยายมาก พูดถึงเดียวซึมอ่ะค่ะ) 

  • เคยถามคุณพ่อคุณแม่ว่าเขาแต่งงานกันได้ไง....จีบกันก่อนมั๊ย....ท่านตอบว่าผู้ใหญ่ชักมาหากัน นัดดูตัวกันครั้งเดียว แล้วก็สู่ขอแต่งงานกันเลย...ไม่ได้รักกันมาก่อน...และไม่ได้จีบกันด้วย แต่มีลูกได้ติด ๆ กัน รวม 6 คนค่ะ
  • ส่วนน้าสาวน้องคุณแม่เล่าให้ฟังว่าก่อนจะใจอ่อนตกลงปลงใจแต่งงานกับน้าเขย ฝ่ายชายต้องแวะเวียนมานั่งทานบัวลอยไข่หวานทุกคืน เพราะตอนนั้นคุณน้ามีอาชีพเป็นแม่ค้าบัวลอยไข่หวาน.....นั่งทานที่ร้านอย่างเดียวคงไม่อาจชนะใจได้ เลยต้องเหมาใส่ถุงไปทุกคืน เป็นเวลาสองสามเดือน...ก็ไม่รู้ว่าน้าเขยเขาเหมาไปเลี้ยงใคร...แต่ที่รู้ในที่สุดก็ได้รับเลี้ยงน้าสาวของดิฉันมาจนทุกวันนี้ จนมีลูกหญิง-ชาย รวม 4 คนค่ะ
  • ทั้งสองคู่ รักกันยั่งยืนมาตราบเท่าทุกวันนี้ค่ะ.....
  • เป็นเรื่องราวของเพื่อน ยุคที่มีมือถือแล้ว  แต่ค่าโทรยังแพงมาก + เครื่องก็มีราคาแพงมากด้วย .... เพื่อนจึงมิได้ใช้"มือถือ"จีบ   อาศัยว่าไปทัวร์ไหว้พระวันหยุดเทศกาล เจอกันหลายครั้ง .... เริ่มคุ้นหน้า .... น่าจะเรียกได้ว่า "พระ" เป็นสื่อ  .... มีความชอบคล้ายกัน  ที่สุดก็ลงเอยแต่งงาน .... มีบุตรด้วยกัน ..... มีความสุขดี
  • อยากมีแฟน  .....  อย่าเก็บตัว .... ออกมาทำกิจกรรมที่ชอบ ....  จะได้เจอ "แฟน" ที่มีความชอบคล้าย ๆ กัน เป็น "พื้นฐาน" ..... แล้ว อื่น ๆ ที่ดี ๆ ก็จะตามมาเอง   ...ระวัง ! อาจไม่ลงเอยด้วยการแต่งงานเสมอไป  อย่าคาดหวังมาก   แค่ได้เพื่อนดี ๆ เพิ่มมาอีกคน  ก็น่าจะพอใจแล้ว ...

ขอโทษด้วยค่ะ เพิ่งมาตอบคอมเม้นต์ ^^''

 

คุณ  ขจิต ฝอยทอง  โอ๊ะ โอ๋ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเป็นเด็กหลังยุคมือถือ  อิอิ

................

  •  คุณ มัทนา เรื่องราวของคุณตาคุณยาย น่ารักดีจังค่ะ  ความรักที่ผ่านห้วงเวลามาหลายสิบปี ไม่เพียงแค่รัก ยังมีความผูกพันอันลึกซึ้ง น่าตื้นตันจริงๆ นึกถึงความรู้สึกของคุณตา เมื่อต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และก็อดพลอยใจหายไปด้วยนะคะ T_T
  • ................
  •  คุณ ปวีณา  เรื่องคลุมถุงชน มันก็ดีไปอย่างนึงเนอะ ยิ่งถ้าหากได้เนื้อคู่ ที่คู่กัน อยู่กันจนถึงแก่ชราถือไม้เท้า  นี่จึงเป็นบทพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า  ชีวิตคู่ที่มั่นคง ก่อกำเนิดจากการวางแผนที่ดี ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นที่ความรักก็ได้เนอะ  ^_^
  • .....................
  • คุณสุทิน แหมพูดซะสะดุ้งเลยนะคะนั่น 5555  มีคำกล่าวว่า เนื้อคู่ที่แท้ แม้นานแค่ไหนสักวันก็ได้เจอกันเอง  หากไร้เนื้อคู่.. เที่ยวท่องหาสุดขอบฟ้า ก็หาไม่เจอ  คนมีครอบครัว เขาก็มีความสุขไปตามประสาคนมีครอบครัว  คนโสดก็สามารถมีความสุขไปตามประสาคนโสด  พอใจตามอัตภาพและมิตรภาพ ชีวิตคน..สวรรค์ลิขิตมาแล้วค่ะ   สำหรับตัวจูนก็ไม่ซีเรียส ปล่อยไปตามฟ้าลิขิต  ( อิอิ.. พูดซะอย่างกับในนิยายเลย 555)

 

 

 

ผมมันเด็กสมัยหม่ายก็ไม่รู้จะตอบยังไงครับ

แต่ขอคาดเดาดังนี้ครับ

คนสมัยก่อนมักจะห่างกันไกล (จริงๆ ไม่ไกลหรอกแต่การเดินทาง สื่อสารคงไม่สะดวกเหมือนตอนนี้) ทำให้มีเวลาคิดถึงกันมากครับ เวลาห่างไกลกันทำให้รู้คุณค่าของการอยู่ร่วมกันมากขึ้น (กรณีที่มีใจให้กันแล้วนะครับ) ถ้าไม่มีใจให้กันก็คงลืมไปเลยครับ อิอิ

ที่มา: รักแท้แพ้ใกล้ชิด (สมัยก่อนยี่ห้อรักแท้คงเป็นที่นิยมมากเลยครับ)

หนูจูน

 

ป้า เฮ้ย...พี่จำได้ว่าสมัยอยู่มัธยม มีหนุ่มมาจีบ โดยใช้วิธีเขียนจดหมายส่งทางไปรษณีย์  โทรศัพท์ขอเพลงจากสถานีให้กันฟัง ไปวิ่งออกกำลังกันตอนเช้า (โอ้ยจะบอกว่ารุ่นไหนเนี่ย)  โต้ตอบกันจนถึง ม.ปลาย  แล้วเธอก็ไปถูกใจคนอื่น  วุ่นวายใจเล็กน้อย  แต่ก็มีความสุขดี

 

แต่ปัจจุบันนี้เปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2537- บัด now ใช้มือถือเป็นว่าเล่น  แต่ไม่เห็นใครติดกับ(ดัก)สักคน ......แสดงว่า.......มือถืออย่างไรก็ไม่ใช่เครื่องมือที่สื่อสารให้ตรงกับใจได้เสมอไป

 

แล้ววิธีไหนดีละคะ

อ่านวิธีการจีบของคุณ Miss somporn poungpratoom  คิดถึงสมัยเป็นเด็กๆคะ  (บ้านของจันทร์เจ้าอยุ่ในแถบภูธรคะ) ตอนเรียนประถม เวลาที่เพื่อนผู้ชายฉีกกระดาษให้ ..ให้ดินสอ...ยางลบ ..... นั่งใกล้กันหรือเวลาที่เล่นกันแล้วขว้างทรายใส่กัน...เพื่อนๆก็จะล้อว่าจีบกันแล้วคะ...เป็นแฟนกันแล้วคะ