๒๗/๐๘/๒๕๕๗

************

เรื่องเล็กที่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ในธุรกิจ


เสียงการสนทนาของลูกค้าคนหนึ่งแว่วอยู่ในโสตประสาทตอนที่มาถามหาเงินที่หายว่า

“อาวหนาน...หันสตางค์วางเฮี่ยอยู่ต๋ามหมู่นี่พ่องก่อ?”

“อื่อ...หันกะ เต่าใดหย่อ?” ลองถามหยั่งเชิง

“มีแบ๊งค์ห้าร้อยหรือแบ๊งค์ซาวพ่องนี่ก่อหนะฮึ”

“ผมหันแต่แบ๊งค์ห้าร้อยมีห้าร้อยบาทเต่าอั้นละ” แล้วก็รีบเปิดลิ้นชักโต๊ะหยิบส่งให้

“ลืมไปว่าจกสตางค์แบ๊งค์ร้อยออกวางไว้...แล้วเอาแบ๊งค์ซาวหื้อไอ้น้องนั้นไป...พอไปถึงบ้านเซาะหาบ่อปะเหียแล้ว...กะเลยฟั่งมาเนี่ยะ”

“พอดีน้องเบ๊นมาขอแลกสตางค์แบ๊งค์ซาว...เขาหันเกาะเลยหยิบมาวางไว้หื้อ...ผมเกาะเก็บใส่ลิ้นจั๊กไว้หื้อ...กึ้ดแล้วว่าจะต้องเป๋นของป้าลอยแน่ๆ...เดวคงจะกับมาเอา”

“ดีใจ๋เนาะได้ปะคนดี ได้ตังค์คืน วันหน้าเฮาจะมาอุดหนุนแถมใหม่...ขอบคุณหลายๆ เน่อ” มองที่ตาเห็นน้ำตาซึมได้เงินคืนห้าร้อยบาท

“เบาะเป๋นหยังดอกครับ...เงินมันหลาย ของอะหยังถ้ามาลืมไว้ ผมจะเอาคืนหื้อหมดละ...ของหละอ่อนซ้ำนักเบาะหันมีไผมาถามหาเลย”

“ขอบคุณอาวหนานแหมเตื่อเน้อ กลับละหนา”

“ครับ” แล้วเธอก็เดินออกไปหารถเครื่องที่จอดอยู่และขับกลับบ้านไป



(เธอลืมกระเป๋าไว้ตรงชั้นที่วงกลมมีตัวเลขสีแดงนั่นแหละครับ)


วันนี้ผมเปิดร้านช้ากว่าปกติคือมาสายนิดหน่อย หลานชายมาเปิดประตูม้วนช่องเล็กครึ่งบาน แล้วขายคลิปหนีบกระดาษให้เขา เขาล้วงเงินแบ๊งค์ห้าร้อยออกจากถุงยางวางไว้แล้วหาแบ๊งค์ยี่สิบมาจ่ายให้หลานชาย หลานชายกำลังทอนตังค์อยู่ผมก็มาถึงพอดี จังหวะนั้นก็คงหันเหความสนใจมาที่ตัวผมบวกกับความมืดของบ้านด้วยจึงลืมเงินแบ๊งค์ร้อยเอาไว้ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็คงจะสายแล้ว...จึงกลับมาถามหาเงินที่ตนเองลืมไว้

ป้าลอยแกก็เป็นคนที่ลำบากในการหาเงินมาจุนเจือครอบครัวอยู่เหมือนกัน เขาเล่าให้ฟังว่า ไปรับลอตเตอรี่จากกรุงเทพฯมาขาย ขายใบละหนึ่งร้อยได้มากน้อยอย่างไรไม่แน่ใจ สามีเป็นคนพิการทางสายตา ที่บ้านของทั้งสองก็เปิดเป็นสถานที่รับนวดแผนโบราณด้วย ขยันทำงานต่อสู้ชีวิตกัน และทั้งสองคนก็ไม่มีลูกด้วยกันเลย...

สำนึกศีลธรรมด้านความเป็นมนุษย์ คือการไม่เบียดเบียนรังแกผู้อ่อนด้อยกว่าตน บวกกับจริยธรรมการค้าขายที่ผู้ค้าควรมี ไม่ควรถือเอาข้าวของเงินทองของลูกค้ามาฟรี ๆ โดยที่ไม่มีของตอบแทนหรือแลกเปลี่ยนเลย...

คิดตามหลักใจเขาใจเรา เรารักสุขเกลียดทุกข์ เรารู้สึกเจ็บเมื่อมีคนทำร้ายร่างกาย เรารู้สึกหวงแหนเสียดายเมื่อมีคนขโมยของ เรารู้สึกเจ็บแค้นผิดหวังเมื่อมีคนมาพรากเมีย ลูก หรือญาติของเรา เรารู้สึกไม่พอใจเมื่อมีคนมาด่าว่าเราเช่นไร คนอื่นก็ทุกข์เจ็บแค้นไม่พอใจเป็นเช่นเราเหมือนกัน...

ฉะนั้น จึงไม่ควรถือเอาเงินหรือสิ่งของของลูกค้ามาเป็นของตนโดยประการใด ๆ ทั้งปวง...

คืนให้เขาดีกว่า ก่อให้เกิดความเห็นใจ สุขใจ ดีใจ ปลอดโปร่งใจ ต่อกันทั้งสองฝ่าย ความเป็นกัลยาณมิตรเอื้อเฟื้อเกื้อหนุนกันก็จะตามมา ดั่งคำที่เธอพูดไว้ว่า...


“ดีใจ๋เนาะ...ได้ปะคนดี ได้ตังค์คืน วันหน้าเฮาจะมาอุดหนุนแถมใหม่...ขอบคุณหลาย ๆ เน่อ”


ข่าวเรื่องคุณภาพของสินค้า ความสะอาด คุณภาพการบริการ เช่น การคืนเงินคืนสิ่งของที่หลงลืมไว้ที่ร้านค้าหรือบริษัทให้กับลูกค้า หากแพร่กระจายไปถึงแห่งหนตำบลใด ใกล้ไกลแค่ไหน นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า ร้านค้าหรือบริษัท การบริการของเราจะได้รับความไว้วางใจ ได้รับการกล่าวถึง ยกย่อง แนะนำแบบปากต่อปาก โดยที่เราไม่ต้องจ้างโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์หรือติดป้ายใด ๆ เลย...


ในขณะเดียวกันหากมีข่าวเกี่ยวกับการบริการที่ไม่ดีหรือฝ่ายลบ นั่นก็คือขาดหลักศีลธรรมจริยธรรม เช่น การพูดจาไม่ดี ด่าว่า กระแทกแดกดันต่อลูกค้า ลูกค้าที่เข้ามาซื้อของที่ร้านหรือบริษัทจะรู้สึกอย่างไร...

ยกตัวอย่างประสบการณ์ตรงของตนเอง เมื่อประมาณปีกว่าที่ผ่านมาผมกับภรรยาไม่ได้ย่างกลายเข้าร้านไอทีที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันไปทั้งประเทศว่ามีราคาถูกที่สุด หลายท่านคงรู้ว่าคือร้านอะไร ในจังหวัดของผม เพราะคำพูดของฝ่ายเคลมสินค้าที่ไม่ได้เรื่อง และการไม่แสดงความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือแรมที่หายไป ราคาคงไม่มากเท่าไหร่ ประมาณ ๘๐๐ บาท การบริการหลังการขายมีความบกพร่อง ทางร้านไม่แนะนำกลับตำหนิลูกค้าต่าง ๆ นานา เกี่ยวกับสินค้าที่นำมาส่งเคลม ลูกค้าหลายแห่งบ่นเป็นเสียงเดียวกัน ร้านผมไม่เคยมีเอกสารใด ๆ ติดต่อกลับมาสักครั้งเดียวในระยะปีกว่าที่ไม่ได้เข้าร้านมานี้

ทางร้านไอทีคงคิดว่าตนเองขายของไม่แพงราคาถูก อย่างไรก็คงต้องมีคนมาซื้ออยู่แล้ว ก็ถือว่าถูกอยู่ในระดับหนึ่ง เพราะของถูกใคร ๆ ก็อยากซื้ออยากได้อยู่แล้ว แต่หากมองให้ลึกลงไปสิ่งที่ทางร้านจะต้องเสียไปคือ...

๑.ขาดลูกค้ากระเป๋าหนักที่เคยมาอุดหนุนกับทางร้านอยู่เป็นประจำไปถึง ๒ ร้าน (อาจไม่มีแต่ร้าน ของ ผมก็ได้)

๒.แต่ละเดือนทางร้านเคยได้เงินจากการซื้อวัสดุอุปกรณ์ ของร้านลูกค้าทั้งสองอย่างน้อยรวมกันไม่ต่ำ ๕ พันบาท ก็ต้องขาดไป

๓.ทางร้านคงไม่รู้หรอกว่าลูกค้าหายไปไหน ๒ คน เพราะไม่ตรวจสอบและไม่สนใจ และผู้บริหารที่ทำงานอยู่ไม่ใช่เจ้าของเงิน จึงไม่ใส่ใจอะไรนัก

๔.หากวันข้างหน้ามีร้านวัสดุอุปกรณ์ไอทีดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ทางร้านเดิมจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ ลูกค้าที่เคยมาซื้อของที่ร้านนี้จะหายไปเป็นครึ่ง หรืออาจมากกว่าครึ่งก็ได้ หากร้านที่เปิดใหม่ดูดีกว่า บริการดีกว่า สินค้าถูกกว่า และที่สำคัญมีคุณธรรมจริยธรรมมากกว่า อะไรจะเกิดขึ้น

ผิดกันกับอีกร้านหรือบริษัทหนึ่งที่เทคแคร์เอาใจใส่ลูกค้าแม้ว่านาน ๆ จะไปเดินเล่นเลือกซื้อของจำเป็นสักครั้งหนึ่ง คือร้านที่มีสัญลักษณ์สีเขียว ส่งเอกสารมาให้บ่อย ๆ พร้อมกับคูปองเพื่อนำไปแลกซื้อสิ่งของแบบลดราคาอีกหลายใบ แต่ผมก็ไม่ได้นำไปใช้สิทธิ์กับเขาสักทีหรอกครับ...ทั้งสองร้านมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด...

ศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรมของการค้าขาย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ที่ผู้ทำการค้าขาย ไม่ควรมองข้าม อย่าคิดว่าเรื่องละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีความจำเป็น หากไม่นำหลักการดังกล่าวมาใช้ในธุรกิจแล้วไซร้ ต่อไปลูกค้าของเราที่เคยมีก็จะหายไป ๆ จนแทบจะหาผู้มาใช้บริการไม่มีเลยก็เป็นได้...

ผมคงไม่กล่าวเกินเลยไปใช่ไหมครับ

ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ ขอบคุณ GotoKnow