วิสาหกิจชุมชุน (Community enterprise)

  • 1.ความหมาย

วิสาหกิจชุมชน (community enterprise) หมายถึง การรวมตัวกันของสมาชิกในชุมชนตั้งแต่ 7 คน ขึ้นไป เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการกิน การอยู ่ การประกอบอาชีพ การจัดการทรัพยากร การจัดการ ชุมชน กิจการของชุมชนเกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการหรือการอื่น ๆ ที่ดำเนินการโดยคณะบุคคลที่มี ความผูกพัน มีวิถีชีวิตร่วมกันและรวมตัวกันประกอบกิจการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลในรูปแบบใด หรือไม่เป็นนิติบุคคล เพื่อสร้างรายได้และเกิดการพึ่งพาตนเองของครอบครัว ชุมชนและระหว่างชุมชน ความหมายของวิสาหกิจชุมชนโดยสรุป คือ การประกอบการเพื่อการจัดการ "ทุนของชุมชน" อย่าง สร้างสรรค์เพื่อการพึ่งตนเอง

"ทุนของชุมชน" ไม่ได้หมายถึงแต่เพียงเงิน แต่รวมถึงทรัพยากร ผลผลิต ความรู้ ภูมิปัญญา ทุนทาง วัฒนธรรม ทุนทางสังคม (กฎเกณฑ์ทางสังคมที่ร้อยรัดผู้คนให้อยู่ร่วมกันเป็นชุมชน เป็นพี่เป็นน้องไว้ใจกัน)

วิสาหกิจชุมชน มีหลักการคิดคล้ายสหกรณ์ เพียงแต่มีขนาดที่เล็กกว่า (ถ้าเปรียบเทียบสหกรณ์ เหมือนรถเมล์หรือรถไฟ วิสาหกิจชุมชนก็คล้ายกับรถตู้ที่วิ่งรับส่งคนได้คล่องตัวกว่า มีความสะดวกในการ เดินทางมากกว่า) วิสาหกิจชุมชนดำเนินกิจการในชุมชน ไม่ใช่รวมตัวกันไปรับเหมาข้างนอกหรือไปทำ กิจกรรมต่างๆ ข้างนอกชุมชน อาจจะใช้วัตถุดิบจากข้างนอกได้ แต่กระบวนการต่างๆ ทำในชุมชน ใน ท้องถิ่น โดยสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนั้นๆ เป็นเจ้าของกระบวนการผลิต ไม่ใช่เป็นแค่ลูกจ้างของเถ้าแก่ที่ เค้าให้ทำในหมู่บ้าน

เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน หมายถึง คณะบุคคลที่รวมตัวกัน โดยมีวัตถุประสงค์ในการทำกิจกรรม อย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงาน ของวิสาหกิจชุมชนในเครือข่าย

  • 2.ลักษณะสำคัญของวิสาหกิจชุมชน

มีองค์ประกอบอย่างน้อย 7 ประการ

2.1 ชุมชนเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ

2.2 ผลผลิตมาจากกระบวนการในชุมชน โดยใช้วัตถุดิบ ทรัพยากร ทุน แรงงานในชุมชน เป็นหลัก

2.3 ริเริ่มสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมของชุมชน

2.4 เป็นฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสมผสานภูมิปัญญาสากล

2.5 มีการดำเนินการแบบบูรณาการ เชื่อมโยงกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ

2.6 มีกระบวนการเรียนรู้เป็นหัวใจหลัก

2.7 มีการพึ่งพาตนเองของครอบครัวและชุมชนเป็นเป้าหมาย

3.วิสหกิจชุมชนอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

3.1 วิสาหกิจชุมชนพื้นฐานอันได้แก่ การดำเนินการต่าง ๆ เพื่อกินเพื่อใช้ในชุมชน เพื่อให้ ครอบครัวพึ่งตนเองได้ ให้ชุมชนเกิดความพอเพียงอย่างน้อยให้พออยู่พอกิน หรือพอกินพอใช้ เมื่อลด รายจ่าย รายได้ก็เพิ่มขึ้น แปลว่า แม้ทำเพื่อกินเองใช้เองก็ทำให้เกิดรายได้เหมือนกัน และน่าจะดีกว่าอีก เพราะถ้ามุ่งแต่เพิ่มรายได้ โดยไม่เน้นการทำทดแทนการซื้อ เราก็จะมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ซึ่งก็คือ ที่มา ของปัญหาหนี้สินหรือสถานการณ์ "ชักหน้าไม่ถึงหลัง" ของผู้คนในขณะนี้

3.2 วิสาหกิจชุมชนก้าวหน้าอันได้แก่ การนำผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเข้าสู่ตลาด บริโภค และรวมไปถึงผลผลิตทั่วไปที่เหลือกินเหลือใช้ในท้องถิ่นที่นำออกสู่ตลาดบริโภค โดยการปรับปรุง คุณภาพผลผลิต หีบห่อ การตลาด และการจัดวางต่าง ๆ เพื่อให้สามารถ "แข่งขัน" ได้ อย่างไรก็ดี ชุมชนต้อง ไม่กระโดดข้ามขั้น ต้องพัฒนาจากขั้นพื้นฐานไปสู่ขั้นก้าวหน้าทีละขั้น

เช่น การทำโรงสี โยงไปถึงการเลี้ยงไก่เพราะมีปลายข้าว มีข้าวเปลือก มีรำไปเลี้ยงหมู มีปลายข้าว ไปเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ มีแกลบไปทำพลังงาน ไปปั้นอิฐ มีมูลสัตว์ไปทำปุ๋ย มีข้าวและอื่นๆ ทำอาหารสัตว์ มี การโยงไปถึงแปรรูปข้าว การทำข้าวกล้อง การส่งเสริมสุขภาพไปถึงสมุนไพร

เช่น การแปรรูปอาหาร การทำเครื่องแกง โยงไปถึงการผลิตวัตถุดิบเอง การปลูกตะไคร้ ใบมะกรูด ขิง ข่า พริก โดยไม่ใช้สารเคมี ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพดี ปลอดสารพิษ

เช่น การทำสปาแบบชุมชน นวด อบ สมุนไพร บรรยากาศดีๆ มีของฝาก ของซื้อจากท้องถิ่นติดมือ กลับไปด้วย การทำน้าสมุนไพร ข้าวกล้องงอก ผัก ผลไม้ ปลอดสารพิษ