กิจกรรมบำบัดภาวะการนอนได้อย่างไร?

ขอขอบพระคุณกรณีศึกษา ก. ที่ให้โอกาสดร.ป๊อปได้ศึกษาจริงจังโดยนัดหมายให้สังเกต ประเมิน และให้กิจกรรมบำบัดที่บ้านน้อง ก. ตั้งแต่ 17.30 น. ของเมื่อวาน ค้างคืน และออกจากบ้านน้องก. 11.00 น.

หลังจากดร.ป๊อปได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกรณีศึกษาน้อง ก. (วัย 20 ปี) ให้เข้าใจถึงภาวะความล้าทางความคิดสู่จิต กาย จนถึงวิตกกังวล (ย้ำคิดย้ำทำ) สู่ซึมเศร้ามานานมากกว่า 2 ปี น้องก.ก็ได้ไลน์มาบอกผมว่า "พี่ป๊อปครับ คืนนี้นอนไม่หลับ รู้สึกเศร้ามากๆ หงุดหงิดโมโหข้างใน อ่อนแรง ทรมาณจนอยากตายมากกว่าอยู่ ร้องไห้กับตัวเอง ผมไม่รู้จะทำยังงัย ไม่อยากให้พ่อแม่และหมอเครียด ผมรู้ว่าต้องแก่จากอารมณ์จริงๆ ครับ ทำอย่างไรดีครับผม"

ผมเลยตั้งใจทำการบ้านและอยากศึกษาจริงจังจึงขออนุญาตผู้ปกครองน้อง ก. เข้าไปสังเกต ประเมิน และทดลองกระบวนการพัฒนาทักษะการจัดการอารมณ์ในฐานะนักกิจกรรมบำบัดเชี่ยวชาญทางจิตสังคมหรือสุขภาพจิตคนแรกและคนเดียวของไทย โดยขอค้างคืนเพื่อศึกษาว่า เหตุทางจิตสังคมอะไรที่ทำให้น้องก.ไม่สามารถนอนหลับได้อย่างเป็นสุข?

และผมก็พบว่า มีสองเหตุทางจิตสังคม ได้แก่ ภาวะการปรับพฤติกรรมจากโรคไบโพล่าร์หรืออารมณ์แปรปรวนสองขั้ว (ขั้วซึมเศร้าเป็นภาวะส่วนใหญ่) กับภาวะกลัวสังคม ที่ได้รับการวินิจฉัยจากจิตแพทย์และได้รับยาอย่างเดียวมา 2 ปี โดยไม่ได้รับการพัฒนาทักษะชีวิตจากนักกิจกรรมบำบัด ... หลังจากมีปมความภาคภูมิใจต่ำหลังจากที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จทางการเรียนตามที่คาดหวังไว้และต้องไปรักษาตัว 1 ปี แล้วกลับมาเรียนกับรุ่นน้อง แต่เพื่อนๆในรุ่นสอบเข้าปี 1 มหาวิทยาลัยหมดแล้ว ซึ่งน้องก.เป็นเด็กเรียนเก่ง 1 ใน 3 ของรร.แต่ก่อนจะมีปม ได้เกรด 4 ทุกตัวแต่คะแนนไม่ติด 1 ใน 10 ของรุ่น ทำให้เริ่มมีอาการนอนไม่หลับ ไม่อยากตื่นไปรร. เพราะรู้สึก "ใจหาย" ไม่มีเพื่อนและกลัวการไม่ยอมรับจากครูและเพื่อนๆเหมือนเดิม 

อีกเหตุทางจิตสังคม ได้แก่ บุคลิกภาพแบบย้ำคิดย้ำทำและสมบูรณ์แบบเนื่องจากเป็นคนชอบวางแผนและคิดนอนกรอบตั้งแต่เด็ก และมีภาวะโรคสมาธิสั้นไม่อยู่นิ่งตอน 7 ปี ได้รับยาจากจิตแพทย์และทดลองกินยาเพิ่มเองตอนสอบ โดยไม่ได้รับการพัฒนาทักษะใดๆจากนักกิจกรรมบำบัด

เมื่อคืนหลังจากดร.ป๊อปพยายามสร้างความไว้ใจและแสดงบทบาทเป็น "พี่ชาย" น้องก.ก็ยอมที่จะออกจากบ้านเป็นครั้งแรกไปทานอาหารเย็นกับครอบครัว (ตรงกับรูปแบบอารมณ์เศร้าที่เวลา 17.00-20.00 น.) และจากทานอาหารไม่ลงบ่อยครั้ง ก็ต้องกระตุ้นไม่เกิน 5 ครั้งพร้อมตั้งคำถามและพูดให้กำลังใจและสัมผัสตัวให้ผ่อนคลาย ก็ทำให้น้องก.ทานอาหารได้หมด แต่ก็ยังคิดมากมากกว่าแสดงความรู้สึกถึงรสชาดอาหาร เมื่อกลับมาถึงบ้าน ดร.ป๊อปก็พยายามกระตุ้นความคิดให้รับรู้ตนเองด้วยการวัดชีพจรให้คงค่าปกติ 60-90 ครั้งต่อนาที มีการหายใจเข้า นับในใจ 1-5 และหายใจออก นับในใจ 1-10 ถ้ารู้สึกเหนื่อยใจ (ค่าสูงกว่า 90 ครั้งต่อนาที ก็ให้หายใจออกทางปากในท่าขณะทำกิจกรรมนั้นๆ มิให้ล้มลงในท่านอน) หรือถ้ารู้สึกหน้ามืด เบื่อ นำ้ตาไหล หาวนอน (ค่าต่ำกว่า 90 ครั้งต่อนาที ก็ให้หายใจสบายๆ ไม่กำหนดจำนวนครั้ง อยู่ในท่านอน ยกขาสูงกว่าหัวใจเล็กน้อย แล้วใช้มือวางให้รับความรู้สึกของการหายใจด้วยตนเองที่หน้าท้อง วัดชีพจรทุกๆ 3-5 นาที จำนวน 3 ครั้งจนค่าอยู่ที่ปกติ) แล้วก็ตั้งใจให้วางแผนทำกิจกรรมต่อไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น อาบน้ำอุ่นให้ผ่อนคลายตามด้วยน้ำเย็นหลังถูสบู่ให้สดชื่น แต่งตัวสบายๆ แล้วก็เปิดห้องเย็นๆ มาพูดคุยกันถึงเทคนิคการจัดการอารมณ์ [Acknowledgement: www.en.wikipedia.org] และการสงวนพลังงานให้เหลือพอตื่นมาด้วยอารมณ์ไม่เศร้าและพร้อมๆที่จะไปโรงเรียนได้ (ตรงกับรูปแบบอารมณ์ตื่นตัวมีพลังงานที่เวลา 20.00-03.30 น.) ซึ่งครอบคลุมการฟื้นความทรงจำเชิงบวก การปรับโหมดฟังเพลงเศร้าสลับกับเพลงสุข การออกกำลังกายที่ใช้ออกซิเจนสลับกันหลายๆชนิดพร้อมฝึกหายใจลึกนานเท่าอายุ รวมกัน 20 นาที (แต่ถ้าไม่มีสุขภาวะทางเพศด้วยการช่วยตนเองและฝันเปียกน้อยหรือมากกว่า 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละมากกว่า 5 นาที ก็บ่งชี้ว่าต้องออกกำลังกายเพิ่มเป็น 20 นาที) การสร้างอารมณ์ขันและไม่ย้ำว่า น้องก.ยังคงป่วยและมีปัญหาที่ต้องแก้ไข" กับครอบครัว รวมทั้งการประชุมทางการกับโรงเรียนเพื่อเพิ่มทางเลือกว่าจะจบม.6 แบบ Project-based learning ให้งานมาทำตอนที่มีพลังงานกลางคืนหรือบ่าย เข้าโรงเรียนได้เท่าที่น้องทำได้ หรือเรียนการศึกษานอกโรงเรียน หรืออื่นๆ โดยขอความช่วยเหลือจากสมาคมบ้านเรียนไทย 

ถ้าปรับตารางให้นอนเร็ว 22.00 น. ก็จะหลับได้จริงตอน 03.30 น. เพราะสมองปรับเวลาเป็นตื่นตัวในตอนกลางคืนแล้วมานาน ทำให้น้องก.ไม่สามารถตื่นนอนเพื่อไปโรงเรียนได้จริงในตอน 6.30 น. ตื่นมาด้วยอารมณ์เศร้าและไม่อยากไปรร. แม้พยายามจะตื่นเองบ้างแต่ก็จะมีอาการอ่อนแรง เบื่อ เพลีย ใจหาย และขอล้มตัวลงนอนที่โซฟารับแขกจนตื่นอีกทีแบบมีพลังงานที่น้อยกว่ากลางคืนครึ่งหนึ่งที่เวลา 13.00-17.00 น. ก็จะเข้าวงจรเดิมข้างต้น 

แต่เมื่อคืนผมสอนเทคนิคการผ่อนคลายโดยให้สัมผัสที่หัวใจและหน้าท้องแล้วหายใจเข้าออกที่หน้าท้องช้าๆ พร้อมให้ฟังเสียงตัวเองสัก 3 ครั้งว่า "หลับตา ผ่อนคลาย สบาย นอนหลับ แล้วตื่นขึ้นมาด้วยความสุข" แล้วก็สะท้อนข้อมูลให้น้องก.ทราบว่า ชีพจรผ่อนคลายอยู่ในค่าปกติ หลับให้สบายๆๆ แล้วดร.ป๊อปก็พยายามตื่นขึ้นมาด้วย "ใจของพี่ชาย" มาทำแบบนี้ซ้ำๆ ทุก 2 ชม. หลังจากส่งน้องนอนและผมนอนเตียงข้างๆ เวลา 01.00 น. ก็พบว่า น้องพยายามนอนอย่างผ่อนคลายแต่ก็หลับไม่สนิท แล้วหลับได้สนิทตอน 03.30 น. จึงได้แนะนำให้ฝึก Dark Therapy ติดต่อกันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์  [Acknowledgement: www.psychoeducation.org] และที่สำคัญน้องมีภาวะย้ำคิดย้ำทำในกิจกรรมการจัดยา กิจกรรมการจัดกระเป๋าเรียน กิจกรรมการวางแผนฝึกต่างๆ ที่เขียนบนกระดาษซ้ำๆ ซึ่งดูแล้วก็พอรับได้คือไม่เกิน 3 รอบต่อหนึ่งกิจกรรม แต่ที่มากกว่า 5 รอบในทุกๆ 5 นาทีหลังจากนอนคือ ลุกไปปัสสาวะและรู้สึกว่า ออกเพียง 1-2 หยดก็ยังต้องลุกไปเป็นประจำมา 6 เดือนแล้ว ดร.ป๊อปจึงแก้ไขโดยนอนเฝ้าข้างเตียง เมื่อใดที่น้องจะลุกไป ก็จะแตะที่หน้าท้องน้อยแล้วให้น้องพูดเสียงที่ได้ยินชัดคือ "ฉี่ไปแล้ว ตอนนี้ไม่ปวด นอนต่อได้ๆๆ" แล้วพยายามคุมไม่ให้น้องลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็ทำให้น้องลุกไปลดลงเหลือ 2 ครั้งเท่านั้น ทำให้น้องนอนเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นก็แนะนำให้มีแก้วน้ำแล้วทาน 1 แก้ว ก็ให้มองแก้วว่า ไม่มีน้ำแล้ว จะถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานก็ได้ จะได้ลดย้ำคิดย้ำทำ ผมสำเร็จสุดท้ายคือ น้องตื่นได้แบบมีพลังงานเหลือ 9/10 คะแนน รู้สึกสดชื่น ฝืนเศร้าเล็กน้อย และใช้เวลาเตรียมตัว 6.30-7.00 น. แล้วให้ดร.ป๊อปกระตุ้นไม่เกิน 4 ครั้งในการเปลี่ยนชุดนอนเป็นชุดนักกีฬาแล้วก็ขึ้นรถไปเดินออกกำลังกายในสวนสาธารณะและทานอาหารเช้าได้เยอะอ่ย่างอร่อย เมื่อกอดน้องและย้ำความรู้สึกที่ได้รับแทนการคิดวางแผนก็พบว่า "น้องก.บอกว่ารู้สึกดีมากๆ และขอบคุณมากครับพี่ป๊อป"

ทั้งหมดนี้ ดร.ป๊อป ก็ทำเต็มความสามารถแล้ว และเพียงหวังว่า เมื่อไรประเทศไทยจะมีระบบการช่วยเหลือน้องๆ แบบนี้อย่างจริงจังและช่วยสร้างบุคลากรทางสุขภาพจิตเพื่อการบำบัดภาวะการนอนที่มืออาชีพมากขึ้น มิใช่ให้แต่ยาแล้วก็ทำลายอนาคตของเด็กดีๆแบบนี้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดชีวิต



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 

สวัสดค่ะ คุณหมอ   Dr. Pop ครูทิพย์  หายไปเสีย นานค่ะ เนื่องจาก สุขภาพ   วันนี้ดีขึ้นจึงมีกำลังใจ  ออกท่องเที่ยว  เพราะเป็นกิจกรรมที่ชอบ   ได้อ่านกิจกรรมบำบัดของคุณหมอแล้วมีประโยชน์ดีค่ะ   หวังว่าคุณหมอคงจะสบายดีนะคะ  และอย่าลืมไปเยี่ยมครูทิพย์นะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ดร.ป็อป

เข้าใจว่าตัวผมคนหนึ่งครับที่มีอาการย้ำคิด แต่ไม่ย้ำทำมากเท่าไหร่ ในบางเรื่องที่มีปัญหาหากยังไม่ได้แก้ไข แก้ปัญหา หรือจัดการกับเรื่องนั้น ก็จะนำมาคิดวนเวียนอยู่ไม่จบสิ้น 

อย่างเรื่องงานที่ค้างคาอยู่เมื่อวันศุกร์ ก็จะคิดอยู่ถึง2วัน กว่าจะถึงวันจันทร์ ที่พอไปถึงหน้างานก็ไม่ต้องอาศัยการจัดการอะไรมากหรอก เพียงแค่ได้พูดคุยกับทีมงาน กับหัวหน้า ก็จะผ่านไปด้วยดี

ปัญหาคือ 2 วันที่เป็นวันหยุดนี้สิ ได้หยุดโดยไม่สุขเท่าไหร่ พยายามจะหากิจกรรมอื่นๆทำ พยายามจะใช้ธรรมะช่วย แต่พอเผลอ ก็จะคิดเรื่องนั้นขึ้นมาอีก 

เคยเป็นเมื่อตอนป่วยและรักษาไวรัส-ซี เมื่อ 2 ปี ถึงขั้นใช้ยานอนหลับ

โชคดีที่ปัจจุบันนอนหลับได้ง่ายกว่าเมื่อก่อน ไม่ต้องใช้ยานอนหลับ

แต่ก็ยังเก็บไปฝันอยู่

อยากถาม ดร.ป๊อป ว่า

ผมเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือไม่ครับ

ขอบพระคุณมากครับคุณครูทิพย์ ผมสบายดีครับ ขอให้คุณครูทิพย์มีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขกายสบายใจในทุกๆวันนะครับผม 

ขอบพระคุณมากครับคุณพ.แจ่มจำรัส อาจจะไม่มีโรคค้างแต่ยังคงมีภาวะย้ำคิดย้ำทำตามบุคลิกภาพ แต่ก็มีความสุขได้แน่นอนด้วยการปฏิบัติธรรมด้วยการเจริญสติ 

เขียนเมื่อ 

Dr.Pop ... ได้ทำงานช่วยคนเยอะเลยนะคะ   ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

ขอบพระคุณมากครับพี่ดร.เปิ้น ผมก็พยายามดูแลสุขภาพเต็มที่ก่อนดูแลผู้รับบริการทางกิจกรรมบำบัดครับผม

เขียนเมื่อ 

แทบทุกบันทึกที่อาจารย์ตั้งคำถามถึงระบบดูแลเด็กๆ ที่มีปัญหานะคะ พี่เองก็อยากเห็นค่ะ

เจอคนไข้มีปัญหาการนอนทุกวัน  ส่งไปแผนกจิตเวชก็จะได้ยา  จริงๆ แล้วมีวิธีบำบัดที่ไม่ต้องใช้ยาใช่มั๊ยคะ แต่ต้องใช้เวลา

ถูกต้องเลยครับพี่ Nui การใช้ยามีผลทางลบมากและหลายเคสที่เลิกยาไปเอง จึงทำให้เกิดช่องว่างว่าทำไมไม่มีระบบการใช้ยาร่วมกับระบบการฟื้นฟูสุขภาวะการนอนหลับ ใช้เวลามากๆเลยครับและต้องฟื้นฟูแบบตัวต่อตัว ขอบพระคุณมากครับผม

ขอบพระคุณมากครับพี่โอ๋ คุณเพชรน้ำหนึ่ง และคุณมะเดื่อ