อย่าลืมนะครับ...ปัญหาด้านคุณภาพบางตัวในโรงเรียน ไม่ต้องใช้นวัตกรรม แต่แก้ปัญหาได้โดยครู และถ้าครูไม่รู้จักสอน หรือไม่อยู่เพื่อจัดการสอน..นวัตกรรมสูงส่งเพียงใดก็ช่วยไม่ได้

นับวัน..ภาวะการณ์ทางการศึกษา ยอมรับกันได้หรือยังว่าตึงเครียด ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองต่างห่วงใย มีทั้งวิพากษ์และวิจารณ์ มีทั้งตัดพ้อต่อว่า ฝ่ายบริหารสูงสุดด้านการศึกษามีปัญหาและความต้องการ ก็บอกทหารที่กำลังทำงานหนักเพื่อคืนความสุขให้ประชาชน ข้างฝ่ายทหาร ผู้มีทั้งความรู้และประสบการณ์ ผนวกกับห่วงใยชาติและลูกหลาน จึงคิดอ่านโครงการฯเข้ามาช่วยเยียวยาและเดินหน้าจัดการศึกษา ให้มีคุณภาพ

ผมไม่แปลกใจที่คุณภาพทางการศึกษาของไทยตกต่ำลงไปเรื่อยๆ แต่ผมตกใจ ที่เวลาทราบผลการประเมินว่า "ตกต่ำ" หรืออยู่ในอันดับที่ไม่เหมาะสม ในระดับเอเชียและระดับโลก..ผู้มีอำนาจหรือผู้บริหารระดับสูง ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จะค้นหา "นวัตกรรม"มาแก้ปัญหาการเรียนการสอน โดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ช่วงหลัง..นวัตกรรมที่ว่า จะเน้นวัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือ ที่ทันสมัย แต่ใช้ทุนสูง บริหารจัดการทั้งประเทศต้องใช้งบประมาณมหาศาล อันนี้ล่ะ ที่ผมตกใจ คิดอ่านอะไรกันแต่ละปี ลงท้ายที่เงินทั้งนั้น ใช้เงินไปแลกเอาอุปกรณ์และเครื่องมือ มาให้ครูใช้ และมาใช้แทนครู

ผมกลับมาคิดว่า ..การศึกษาไทย..พึ่งพานวัตกรรมเดิมๆน้อยลงจะดีไหม เพราะเท่าที่มีอยู่และใช้กันมาแล้ว ผลที่ได้ก็ยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ ทางออกคือ เรามาหาทางคิดอ่าน ให้ครูทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สอนอย่างถูกวิธีและมีศิลปะด้านการสอนมากขึ้น.....น่าจะดีกว่าไหม

ให้ความสำคัญกับครู โดยสอนการจัดการความรู้ให้กับครู..น่าจะเป็นวิธีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ยั่งยืนและใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

ครู..ในที่นี้หมายรวมถึงบุคลากรทางการศึกษา ที่ทำงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาด้วย ซึ่งเรายังไม่ได้จัดการให้เข้าระบบระเบียบที่ควรจะเป็น อย่างน้อยก็ให้เขาได้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่อย่างแท้จริง อยู่สำนักงาน ก็ทำหน้าที่บริการครู มากกว่าการไปอยู่ในโรงแรมเพื่อประชุมอบรมสัมมนา ปีละหลายๆครั้ง มีหน้าที่นิเทศกำกับติดตาม ก็ออกไปตรวจสอบประเมินผลการจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน ดีกว่าไปทำโครงการรองรับส่วนกลาง ที่ไม่ใช่ปัญหาของเขตพื้นที่แต่อย่างใด....ผมคิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ที่น่าจะทำได้มาตั้งนานแล้ว

ครับ..เท่านี้แหละ การศึกษาก็ไม่น่าจะยุ่งยาก และสิ้นเปลืองอะไร ส่งผลให้ครูผู้สอน มีเวลาอยู่โรงเรียนมากขึ้น อยู่กับเด็กนานขึ้น ใกล้ชิดและเข้าใจปัญหาในห้องเรียน ปัญหาการเรียนการสอนก็จะได้รับการเยียวยาแก้ไข...

อย่าลืมนะครับ...ปัญหาด้านคุณภาพบางตัวในโรงเรียน ไม่ต้องใช้นวัตกรรม แต่แก้ปัญหาได้โดยครู และถ้าครูไม่รู้จักสอน หรือไม่อยู่เพื่อจัดการสอน..นวัตกรรมสูงส่งเพียงใดก็ช่วยไม่ได้

 

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗