ทุกครั้งที่ฉันไปเยี่ยมบ้านนักเรียนโดยเฉพาะเยี่ยมบ้านคราวละหลายหลังที่อยู่ละแวกเดียวกัน
ฉันพบช่องว่างและความแตกต่างมากมายของเด็กที่ฉันดูแลในฐานะครูที่ปรึกษา
บ่อยครั้งที่รู้สึกอิ่มเอมกับความรักความอบอุ่นในครอบครัว
บ่อยครั้งที่หัวใจต้องสั่นสะเทือนกับเรื่องราวที่พบเห็น เรื่องราวมากมายที่พรั่งพรูบอกเล่า
ถึงการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัว
เฉกเช่นวันนี้ คุณแม่ของนักเรียนเล่าเรื่องการสูญเสียสามีซึ่งเป็นครูเมื่อปีที่แล้วด้วย
อุบัติเหตุทางรถยนต์ ต่อมาอีกหนึ่งเดือนเธอก็สูญเสียคุณแม่วัยแปดสิบเศษอย่างไม่มีวันกลับ
"โหดร้ายจริงหนอโชคชะตา"
ในวันที่เธอมีบ้านหลังใหญ่ มีสวนถึง ๒๐ ไร่แต่กลับเป็นวันที่เงียบเหงาเพราะไม่มีสามี
อยู่เคียงข้าง ซ้ำยังปวดหลังเพราะกระดูกเคลื่อนเนื่องจากยกของหนัก
ฉันสัมผัสถึงดวงตาแห่งความทุกข์ที่แห้งผากได้แต่ปลอบขวัญและให้กำลังใจ
สู้เพื่อลูกในวัยเรียนทั้งสองคนต่อไปเถิดนะ...ฟ้าหลังฝนมักงดงามเสมอ ฉันเชื่อเช่นนั้น
ธรรมทิพย์
๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๗
-สวัสดีครับ
-ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ท่านนี้ด้วยครับ
-สู้ ๆ
เป็นกำลังใจให้คุณครู นะคะ .... เหนื่อยหน่อย ...แต่ได้เรียนรู้อะไรๆๆ มากมาย นะคะ และเด็กๆ ที่คุณครูไปเยี่ยมเขา ...เขาคงดีใจ นะคะ
สวัสดีค่ะพี่ครูไปเยี่ยมบ้านก็จะพบความแตกต่างของแต่ละคนบางทีก็มองข้ามไปมากเพราะแบบบันทึกของระบบดูแลช่างไม่มีช่องให้เขียนรายละเอียดจึงบอกได้ไม่หมด นำมาบันทึกไว้แบบนี้ช่างดีจริงๆค่ะ ขอบคุณที่เล่าสู่กันอ่านค่ะ
ขอบคุณ คุณเพชรน้ำหนึ่งที่มาให้กำลังใจเสมอค่ะ
ขอบคุณ ดร.เปิ้ลที่มาทักทายให้กำลังใจค่ะ อีกหนึ่งภารกิจของคนเป็นครูคือการเยี่ยมบ้านเด็กค่ะ
เรื่องราวมากมายที่เราพบเห็นบันทึกไว้ก็ได้ประโยชน์ในการแบ่งปัน
เปิดโลกทัศน์แลกเปลี่ยนเรียนรู้....
ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปกครอง
ต้อสู้ต่อไปครับ