ผมได้ไปเดินดูหนังสือในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ส่วนใหญ่ผมชอบอ่านหนังสือที่อ่านแล้ว ผมมีความรู้สึกว่าผมละความเป็นอัตตา (ตัวกู .. ของกู ตามแนวของท่านพุทธทาส  วันนี้ผมทราบจากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่าท่านพุทธทาสได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก) การอ่านหนังสือที่ทำให้ผมคิดนอกกรอบได้จะทำให้ผมมีความคิดสร้างสรรค์ในสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ยึดตึดกับกรอบอะไรมากนัก ความจริงผมยังอยากอ่านหนังสือของดร.ประพนธ์ ที่ชื่อว่า หลุด ครับ ผมเดินไปสะดุดกับหนังสือเล่มหนึ่งในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติที่ชื่อว่า การฝึกปฏิบัติพลังแห่งจิตปัจจุบัน เป็นหนังสือแปลและเรียบเรียงโดย พรรณี ชูจิรวงศ์ ผู้เขียนคือ เอ็กค์ฮาร์ท โทลเลอ เปิดอ่านแล้วสนใจจึงได้ซื้อมาอ่านที่บ้าน อ่านแล้วทำให้ผมมีสติและรู้จักตัวเองมากขึ้น มีบทความหลายตอนที่น่าสนใจและสะดุดความคิดผม ขอหยิบบางตอนมาแบ่งปันกันครับ

การเริ่มต้นของอิสรภาพคือ

การตระหนักได้ว่าคุณไม่ได้เป็น "ผู้คิด"

เมื่อคุณเริ่ม "จับตาดูผู้คิด" มันจุดประกาย

ที่ยกระดับความรู้ตัวสูงขึ้น

คุณเริ่มตระหนักว่า อาณาจักรแห่งปัญญานั้น

กว้างใหญ่ไพศาสนัก

มากไปกว่าการคิดซึ่งเป็น

เพียงเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ของปัญญาเท่านั้น

คุณตระหนักว่า ทุกสิ่งล้วนมีสาระในตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นความงาม

ความรัก ความคิดสร้างสรรค์ ความหรรษา

ความสงบนิ่งภายใน

ทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อพ้นไปไกลจากความคิด

และแล้วคุณจะ "ตื่น"

        Blog นี้ผมไม่ได้มาโฆษณาหนังสือนะครับ แต่อ่านแล้วช่วยยกระดับคุณภาพทางจิต จึงนำมาเล่าสู่กันฟังครับ เพราะจิตที่มีสมรรถภาพ และมีสติอยู่กับปัจจุบัน  จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการดำเนินชีวิตของเราครับ (ลองทำวิจัยทางความคิดของตัวเราเองดูครับว่าจิตเราอยู่กับปัจจุบันได้นานแค่ไหน)

บอย

ชุมชนสำนักงานเลขานุการ