หากทลึ่งเปรียบการแต่งงานเหมือนการเสี่ยงดวง..นับว่าดิฉันเป็นคนดวงดีมากคนหนึ่ง.......

ต่อจาก ตอนที่ 1 แล้วดิฉันก็เจอนางฟ้า  ดิฉันคบกับนางฟ้าของดิฉันโดยรู้เพียงเขามีอาชีพครู เป็นคนสงขลา เสาร์-อาทิตย์เขาเรียนต่อ  ชีวิตไปตามปกติ  เขาช่างสม่ำเสมอต่องานไม่เกเรไม่มาเฝ้าหมั่นเทียวไล้เทียวขื่ออย่างที่ดิฉันอยากให้เป็นแต่อย่างใด ดิฉันเกิดนึกอยากเอาชนะขึ้นมา ….  เรียนรู้กันไม่มาก ไม่ได้เที่ยวไปไหนเหมือนคู่รักอื่นๆ (ขาดช่วงศึกษาดูใจให้แน่ชัด)   ดิฉันเองแอบไปตรวจดวงชะตา… หมอดูบอกว่าดิฉันจะมีเกณฑ์คู่กับคนมีพันธะ” ผิวคล้ำเป็นคนทางทิศตะวันตก (ดูได้ขนาดนั้น…เหลือเชื่อจริงๆ…)  ใครกันคนมีพันธะพระเอกคนนี้หรือเปล่า….ตายหล่ะหว่าหากไม่ใช่คนนี้ดิฉันคงจะขึ้น kran...แน่แท้.…ดิฉันเคยถามตรงๆ พีมีพันธะแล้วยัง เขามองหน้าดิฉันแต่ไม่ตอบ  ดิฉันไม่ติดใจจะได้คำตอบถามกึ่งเล่นกึ่งจริง(ดิฉันไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทีเรื่องต้องซีเรียสดิฉันกลับไม่สนใจคำตอบจริงจัง…คงอยู่ในช่วงอยากได้อยากเอาชนะ…)..เราคบกันมาเขาเรื่อยๆ  ครบ 3 ปี จึงแต่งงานกัน ใช้เวลาปรับตัวกันอยู่สัก 2 ปี จึงจะนิ่งและอยู่กันอย่างสงบสุขได้….นั่นสรุปได้ว่าหากเราตัดสินใจสั้นในการใช้ชีวิตร่วมกันโดยมีปัจจัยของอายุมากดดันไม่ดี (คำว่า คนมีพันธะ คงก้องในหูดิฉันเรื่อยมาจน เมื่อลูกคนโตดิฉันอายุได้สองขวบ ดิฉันจึงพบว่าหมอดูคนนั้นทำนายแม่น)   .แม้กระนั้นหากทลึ่งเปรียบการแต่งงานเหมือนการเสี่ยงดวง..นับว่าดิฉันเป็นคนดวงดีมากคนหนึ่ง.......และตั้งแต่วันนั้นมาดิฉันก็ออกกฎเกณฑ์การสมัครเรียนว่ายน้ำว่า นักเรียนที่อายุเกิน  12 ปี ต้องมาสมครเรียนกับดิฉันหากอายุต่ำกว่า 12 ปี สมัครได้กับครูโดยตรง.....(นับมาเรื่องที่ต้องเข้มงวดของดิฉันเลยทีเดียว.....ฮ่า......ฮ่า.......ฮ่า......)

จำไว้แม่สาวและพ่อหนุ่ม
:
 1.
 เลือกคู่อย่าเพียงดูปัจจุบันให้ย้อนดูอดีต วิเคราะห์ไปถึงอนาคต
 2. อย่ากลัวขึ้นคาน....ต้องดูให้แน่ใจก่อน
 3.ทุกคนมิได้ดวงดีในการแต่งงาน
 4. การปรับตัวเป็นเรื่องสำคัญยอมวาง ยอมปล่อย...ลดอัตตาลงจะเป็นสุขขึ้นมาก
 5.รักกันรบกันเป็นเรื่องปกติของชีวิตคู่ แต่ต้องสร้างอารมณ์รักมากกว่าอารมณ์รบเพราะบ้านเราเป็นสนามรักมิใช่สนามรบ.....