เมื่อสมัยที่ผมทำงานเป็นอาจารย์อยู่นั้น
ในคาบเรียนแรกของการเรียนการสอนในแต่ละเทอมนั้น ในรายวิชาบรรยาย เป็นอันรู้กันดีว่า วันนี้จะเป็นการแจก Course Outline แนะนำตัว ทำความรู้จักซึ่งกันและกัน ทำความรู้จักระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ ทำความรู้จักระหว่างนักศึกษากับรายวิชาที่กำลังจะศึกษาในอีก 14 สัปดาห์ที่เหลือ จนกระทั่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็น "วัฒนธรรมองค์กร (Organization Culture)" ที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา
ตอนนั้นเอง ความรู้สึกเสียดายเวลา 3 คาบ (คาบละ 50 นาที) ที่นักศึกษาต้องอาบน้ำแต่งตัว เดินทางมายังมหาวิทยาลัย "จะทำอย่างไรดีให้นักศึกษาได้ประโยชน์มากที่สุด"
จากความคิดนี้เองจึงทำให้ผมเริ่มหาวิธีการที่จะทำอย่างไรที่จะทำให้คาบเรียนแรกของเราได้รู้จักกัน รู้จักรายวิชา และที่ทำสำคัญทำอย่างไรให้นักศึกษาได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ากับการเดินทางมาเรียนในวันนั้น
ในขณะนั้น ผมจึงได้เริ่มนำเอาเทคนิคที่ใช้กับการทำงานวิจัยแบบ PAR (Participatory Action Research) ในการศึกษาบริบทแบบมีส่วนร่วม โดยตั้งโจทย์ให้เป็น "การศึกษาบริบทของนักศึกษา โดยนักศึกษาเพื่อนักศึกษา"
โจทย์นั้นถูกปฏิบัติการโดยใช้เครื่องมือ Mind Map ประยุกต์ใช้แผนที่ทางความคิดมาเป็นแผนที่บริบทชั้นเรียน บริบทของเพื่อน ๆ ทุก ๆ คนในห้องเรียน
ผมเริ่มทำครั้งแรกกับนักศึกษาธุรกิจบริการ กศ.บป. รุ่น 19 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาเขตน่าน (ทุ่งศรีทอง) จังหวัดน่าน
วัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมวันนั้น
-
เพื่อให้นักศึกษารู้จักกันเองให้มากขึ้น
-
เพื่อให้นักศึกษาใช้ประโยชน์จากความรู้จักสร้างเครือข่ายกัลยาณมิตรแบบต่อเนื่องกันตลอดไป
-
เพื่อให้อาจารย์และนักศึกษาเข้าใจบริบทกันและกันมากขึ้น
โดยวัตถุประสงค์ทั้ง 3 ข้ออยู่บนพื้นฐานของความคิดที่ว่า "ทำเพื่อนักศึกษา" เราไม่ต้องการข้อมูล ไม่ต้องจัดกิจกรรมเพื่อจะเอาอะไร ทำเพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักกันและรับประโยชน์จากกิจกรรมนี้ให้มากที่สุด
กิจกรรมวันนั้นเริ่มต้นด้วยการที่ "ผมแนะนำตัวเองก่อน" เปิดเราก่อน ก่อนที่จะเปิดคนอื่น
จากนั้นก็เริ่มให้นักศึกษาแนะนำตัว ประวัติคร่าว ๆ และสิ่งที่นำมาเป็นโจทย์ในการเขียน Mind map นอกจากชื่อแล้ว ก็จะมี "โรงเรียนเดิม" ก่อนที่จะเข้ามาศึกษาที่นี่ หรือสถานศึกษาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ในวันนี้เพียงโจทย์แรก ก็ทำให้มีประเด็นในการสนทนากันมากขึ้น เพราะนักศึกษาบางคนเรียนกันมาเป็นเวลาหนึ่งปีกว่า ๆ ก็ไม่รู้ว่า "จบทีเดียวกันมา" ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมโรงเรียน รุ่นพี่รุ่นน้องมีมากขึ้น "นักศึกษารักกันมากขึ้น"
ประเด็นต่อมาก็จะเป็น ภูมิลำเนา (บ้านเกิด) และสถานที่อยู่ปัจจุบัน ประเด็นนี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ครับ เพราะส่วนใหญ่นักศึกษาค่อนข้างจะรู้กันดีแล้ว เพราะการเดินทางมาเรียนที่วิทยาเขตทุ่งศรีทองนี้ ต้องเดินทางค่อนข้างไกล (20 กว่ากิโลเมตร จากตัวเมืองน่าน) ดังนั้น บ้านใครอยู่ใกล้ๆ กันก็จะเดินทางมาด้วยกัน (Car Full)
ประเด็นที่ 3 วัน เดือน ปีเกิด วัตถุประสงค์ของการทำเรื่องนี้นั้นมีอยู่ 2 ประการ ก็คือ การทำให้นักศึกษามีโอกาสรู้จักและเอาใจใส่กันมากขึ้นกับกิจกรรมวันเกิด ประด็นที่สองก็คือ การรู้จักและสร้างความสัมพันธ์แบบพี่และน้อง นับปี นับเพื่อน นับญาติกัน เคารพซึ่งกันและกัน
กิจกรรมในคาบแรกนั้น จากเดิมที่อาจารย์จะเป็นผู้พูดฝ่ายเดียว เวลากว่าสองชั่วโมง ทำให้เกิดประโยชน์มากขึ้นได้จากการทำกิจกรรมเพื่อศึกษาบริบทในชั้นเรียน
กิจกรรมวันนั้นยังไม่จบครับ ในช่วงต้นของสัปดาห์ต่อมาอีกหลายครั้ง นักศึกษาที่ขาดเรียนวันแรก หรือยังไม่มีประวัติใน Mind Map แผ่นนั้นก็จะแนะนำตัวให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักจนครบทุก ๆ คน
หลังจากนั้น นักศึกษาที่เป็นตัวแทนของห้อง (คุณกิตติพงษ์) เดินเข้ามาถามผมว่า "อาจารย์ครับ กระดาษแผ่นนี้มีประโยชน์มาก อาจารย์จะเอากลับไปอุตรดิตถ์หรือเปล่าครับ ถ้าไม่พวกเราขอไว้ได้ไหมครับ"
ผมก็เลยตอบว่า "ไม่เอาไปไหนหรอกครับ ผมทำไว้เพื่อพวกคุณนี่แหละครับ ให้ทุก ๆ คนไว้ใช้ประโยชน์ เอาไปใช้ได้เลย"
จากกระดาษแผ่นหนึ่งที่ราคา 3 บาท ก็เป็นกลายที่มีคุณค่าได้กับการจัดเก็บบริบทของชั้นเรียน
บันทึกจากช่วงชีวิตหนึ่งที่จังหวัดน่าน
ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ
ดีจังเลยคะ คงไม่ว่านะคะ หากจะนำแนวคิดอันนี้ไปใช้ในกระบวนการฝึกอบรม
เรียน อาจารย์ ปภังกร
ผมทดลอง และฝึกใช้ Mind Map อยู่เรื่อย ๆ ผมยืนยันได้เลยครับว่า ผมใช้กับเกษตรกรเขาชอบครับ และเขาบอกผมว่ามันดูแล้วเข้าใจง่ายมองภาพเรื่องที่พูดคุยนั้น ๆ ออกได้ง่ายขึ้นครับ
ในส่วนของเราเองในขณะที่เป็นวิทยากร ก็สามารใช้การมองภาพต่อยอดออกไปก็ทำได้ง่ายนึกได้เร็วครับ