ขอขอบพระคุณน้องเป้...น้องชายดร.ป๊อป ที่ให้ความสนใจในการฝึกสั่งการจิตใต้สำนึก (Neuro-Linguistic-Programming, NLP) เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเตรียมตัวสอบในวันพระนี้

วันพระวันนี้ ดร.ป๊อปได้ทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ คือ การฝึกน้องชายของตนเองให้เรียนรู้กระบวนการทำงานของจิตใต้สำนึกให้คลายปัญหาที่ไม่มีเวลาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบตำแหน่งงานใหม่ และไม่มีความมั่นใจการในจดจำข้อมูลที่อ่านหนังสือเพื่อเพิ่มความสำเร็จในการสอบให้จงได้ หลังจากสอบมาแล้วพลาดถึง 2 ครั้ง

ดร.ป๊อปได้นำความรู้เรื่อง Neuro-Linguistic Programming (NLP) ที่จัดการนิสัยผลัดวันปะกันพรุ่งหรือ Procrastination [ศึกษาเพิ่มเติมในเวปไซด์ของ Heidi Heron & Peter Shallard และ Memory Training ใน Youtube.com  รวมทั้งการประเมินระบบความรู้สึกเด่นในจิตใต้สำนึก กับการประเมินด้วย SCORE Model ] มาประยุกต์ใช้ในการฝึกน้องชายครั้งนี้ 

โดยสรุปพอสังเขป คือ:-

1. จากการตั้งคำถาม (30 นาที) ถึงเหตุการณ์ในอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต พบว่า น้องชายมีความล้า (ขี้เกียจ-เบื่อ) ความกังวล ความคาดหวัง การตั้งเงื่อนไขในเวลาที่จำกัด และรูปแบบการอ่านหนังสือที่ไม่ยืดหยุ่น และต้องการปรับเปลี่ยนนิสัยของการตั้งเงื่อนไขข้างต้นให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น พร้อมๆกับความจำที่ดีขึ้นด้วย 

2. มาถึงการสรุปกระบวนการสั่งการจิตใต้สำนึกใน 3 มิติ ได้แก่ การเพิ่มความมั่นใจ การเพิ่มความจำ และการเพิ่มคุณค่าของอาหารสมอง

3. อีก 30 นาทีในการเพิ่มความมั่นใจ รวมฝึกฝนอยู่ 3 รอบ 

รอบที่ 1 ยังใช้ความคิดมากกว่าความรู้สึกภายในจิตใต้สำนึก: ไม่อยากสอบ-เราก็ต้องสอบ (เพราะเห็นคนอื่นสอบ)-อยากสอบมากขึ้น-ทำสอบให้เต็มที่ (เท่าที่อ่านได้จำกัดเงื่อนไข) กลายเป็นรอบที่ 2-3: กังวล-คลายกังวล-พอจะทำได้บ้าง-ทำเท่าที่ทำได้ (ลองสังเกตภาษากายก็มีการปรับเปลี่ยนด้วยจิตใต้สำนึกที่มีความรู้สึกจากลบไปบวกอย่างค่อยเป็นค่อยไป 

4. อีก 30 นาทีในการเพิ่มความจำในอ่านเนื้อหาที่มีระดับความยากพอๆกันด้วยหลายเทคนิค

แบบที่เร็วที่สุดและได้เนื้อหา 100% คือ การอ่านไปออกเสียงไปในท่านั่ง (ภาษากายนิ่ง ใช้เวลา 1.19 นาที) 

แบบที่เร็วรองลงมาและได้เนื้อหา 80% คือ การเดินและยืนแบบอ่านออกเสียง (ภาษากายไม่นิ่ง ใช้เวลา 2.57 นาที) ซึ่งจิตใต้สำนึกของน้องได้คาดว่า น่าจะเป็นวิธีที่อยากลองทำ เพราะคิดว่าอาจจะได้ผล

แบบที่เร็วรองมาและได้เนื้อหา 100% คือ การอ่านไปไม่ออกเสียงและเขียนไป (ภาษากายไม่นิ่ง รู้สึกอึดอัด ใช้เวลา 5.59 นาที)

แบบที่ช้าอยู่และได้เนื้อหา 100% คือ การอ่านออกเสียง + การเขียน + นั่งโต๊ะ (ภาษากายไม่นิ่ง รู้สึกดี ใช้เวลา 7.21 นาที)

แบบที่ช้าที่สุดและได้เนื้อหา 10% คือ การนั่งนึกจำ + การอ่านไม่ออกเสียง (ภาษากายไม่นิ่ง รู้สึกไม่ดี ใช้เวลา 4.36 นาที) ซึ่งจิตใต้สำนึกของน้องได้คาดว่า น่าจะเป็นวิธีที่ดี เพราะเคยทำได้ในอดีต

5. นอกจากนี้ใช้เวลาอีก 5 นาทีในการแนะนำการจัดการอาหารสุขภาพเพื่อสมอง ได้แก่ ลดการกินชา เพิ่มการกินผักผลไม้ ลดปริมาณข้าวขัดสี แต่เพิ่มปริมาณข้าวกล้องร่วมกับการทานข้าวกล้องกับผัก แยกโปรตีนออกไปและให้ทานแบบไม่มีไขมันมากเกินไป