ปาฎิหารย์

เช้านี้ (๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๗) ฉันได้แวะที่ Bank เพื่อนำเช็คค่าเช่าบ้านไปขึ้นเงินก่อน เพราะเลยมาเกือบ ๒๐ วันแล้ว

ที่ไม่ได้นำไปขึ้น...ระหว่างอยู่ที่ Bank น้องรินได้ Line มาบอกกับฉันว่า...ขอไปดูพี่อ้อที่โรงพยาบาลพุทธชินราช

เพราะความดันต่ำ อาการแย่ลง...ฉันก็เลย line ตอบไปว่า...เมื่อพี่เสร็จธุระที่ Bank แล้วพี่จะแวะเข้าไปดูอาการ

ของอ้อที่โรงพยาบาล...

เสร็จจากธุระที่ Bank ฉันขับรถยนต์เข้าไปที่โรงพยาบาล ฯ (สงสัยว่าวันนี้ทำไมถึงโล่ง ไม่มีประชุม ไม่มีงานอื่น ๆ)

ฉันเข้าไปเยี่ยมน้องอ้อ แม้ว่าจะเลยเวลาเยี่ยม...ฉันเข้าไปทันได้ยินอาจารย์หมอที่ผ่าตัดสมองของน้องอ้อ

เล่าอาการของน้องอ้อให้กับสามีและพ่อของน้องอ้อฟัง...ท่านเล่าว่า...เมื่อคืนความดันของอ้อต่ำลงมาก...

ครั้งแรกคิดว่าจะผ่าตัดเช้าวันนี้ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ แต่ความดันต่ำมาก เลยผ่าไม่ได้...ซ้ำร้ายปัจจุบัน...

เส้นเลือดแตกเพิ่มอีกเป็นรอบ ๒...อะไรจะปานนั้นกันล่ะ "อ้อเอ้ย!!!!"...เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเสียจริง ๆ...

พยาบาลมาบอกญาติว่า...จะทำอะไรก็ให้ทำได้ไม่ห้ามตอนนี้...เพราะรอเวลาให้ญาติมาเยี่ยม...

ระหว่างนั้น ฉันก็โทร.บอกน้อง ๆ ในห้องว่า...ถึงเวลาสุดท้ายของอ้อแล้ว...ใครว่างก็มาที่โรงพยาบาลกันนะ

เพราะอ้อไม่มีญาติมากนัก ทั้งสามีและอ้อเป็นคนต่างจังหวัด...สิ่งที่พวกเราทำได้ ก็คือ การได้เห็นใจกัน

ทำเท่าที่ทำได้...ฉันบอกม่วยเจ้าหน้าที่อีกคนว่า...รู้จักพระหรือเปล่า? นิมนต์มา ๑ รูป มาที่เตียงของอ้อนะ

และซื้อสังฆทานมาให้อ้อ ๑ ชุด ...สัก ๑๐.๐๐ น. พระมาที่เตียง พวกเราได้พากันนำสังฆทานไว้ให้ที่มือของ

น้องอ้อ...พร้อม ๆ กับนางพยาบาลและเจ้าหน้าที่ในห้องนั้น...อุทิศส่วนกุศลที่เราได้ทำกันให้กับเจ้ากรรมนายเวร

ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว พร้อมด้วยตัวเอง...ให้มารับผลบุญที่พวกเราทำร่วมกัน...ถ้ามีปาฏิหารย์จริง...

พวกพี่ ๆ และน้อง ๆ ในกอง ก็ขอให้น้องอ้อหาย ฟื้นกลับคืนชีวิตมาอีกครั้งหนึ่ง..พวกเรารอปาฏิหารย์กันนะ "อ้อ"...

ส่วนสามีของอ้อ สังเกตบางคราวก็พูดไม่ค่อยได้สติ ฉันเตือนว่า "ตั้งสติให้ได้นะ" เรายังมีคนข้างหลัง

คือ "ลูก" อีก ๑ คน...ถ้าอ้อไป เขาก็ไปสบายนะ พ้นกรรมในชาตินี้ไป...

ฉันนั่งจับมือของน้องอ้อตั้งแต่เช้าจนเที่ยง...จึงขอตัวกลับมาเคลียร์งานที่ที่ทำงานก่อน...

"ก่อนจาก ฉันพูดกับเธอว่า...กรรมใดที่น้องอ้อ หรือพี่บุษทำกันในชาตินี้ ก็ขออโหสิกรรมให้

สำหรับหัวหน้างานอย่างพี่ ๆ ไม่เคยคิดจองเวรหรือพยาบาทกับลูกน้องเลย...มีแต่จะอภัยให้ด้วยใจบริสุทธิ์

ถ้าไหวก็จงสู้และฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง...แต่ถ้าสู้ไม่ไหวก็จงหลับให้สบาย จะได้ไปในทิศทางที่ดี ๆ ไม่ต้องห่วงงาน

หรือห่วงอะไรข้างหลังแล้วนะน้องรัก"...แต่..."พวกเรารอปาฏิหารย์กันอยู่นะ"...

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๗