สวัสดีลูกศิษย์และชาว Blog ทุกท่าน
วันนี้ผมได้รับเกียรติจาก สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษา อนุมัติให้สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา มาบรรยายหัวข้อ ผู้นำกับการคิดนอกกรอบ ให้มาผมบรรยายและพัฒนานักบริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ ให้กับคณาจารย์และครู กว่า 70 คนทั่วประเทศ
ผมจึงขอใช้ Blog นี้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อไปครับ
Thinking outside the box .... ดีจรองๆค่ะ เคารพ-รัก ท่านอาจารย์เสมอมา ค่ะ
สรุปโ่ดยทีมงานวิชาการ Chira Academy
การบรรยายเรื่องภาวะผู้นำกับการคิดนอกกรอบ
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วันที่ 20 มิถุนายน 2557
ณ ห้องพุทธรักษา อาคารเอนกประสงค์
สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคคลากรทางการศึกษา
เกริ่นนำ
การอยู่ในกระทรวงการศึกษาธิการ มีทั้งโชคดี และโชคร้าย ต้องมีศักยภาพและได้ทำด้วย
การพัฒนาการศึกษาในอดีตล้มเหลวสิ้นเชิง แต่ตอนหลัง ๆ บรรยากาศดีมาก
ในห้องนี้ต้องช่วยกันทำงานต่อเนื่องไป
การรู้จักกันหรือ Networking คือความสำเร็จของการทำงานในอนาคต
ก่อนที่จะพูดหัวข้อนี้ เราต้องเข้าใจสิ่งที่เราจะพูดเสียก่อน ถ้าในห้องนี้ไม่ใช่ผู้นำจะไม่เชิญมาฝึก แค่คิดไม่พอ ต้องคิดและไปทำด้วย ต้องคิดทั้งในกรอบและนอกกรอบและต้องนำไปทำด้วย
อยากให้รวมตัวกันและเอาความคิดบางอย่างไปทำต่อ เพราะว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือความต่อเนื่อง
สถานการณ์เปลี่ยนได้ ต้องคิดว่าคุณอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการไปทำไม
การทำงานโดยไม่มีแบรนด์ อยากให้วันนี้ตั้ง Purpose ของเราเอง และค้นหาตัวเองอีกครั้งหนึ่งคือ Where are we? สถานการณ์เป็นอย่างไร? ต้องยกศักยภาพของคุณให้ดีขึ้น กระเด้งไปที่ลูกค้า โรงเรียน พ่อแม่
ตั้งวัตถุประสงค์ว่าไม่ใช่การ Transfer Knowledge
มูลนิธิฯ ตั้งโดยมติ ครม. ต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
อยากเรียนให้ทราบว่าในวันนี้ถ้าเริ่มต้นวัตถุประสงค์ร่วมกัน และใช้ความหลากหลายในพื้นที่ กระทรวงศึกษาธิการมีประสบการณ์มาก
ผู้นำระดับอธิบดี เลขาสพฐ. อยู่ในแนวหน้าของสังคมไทยหรือไม่ ข้าราชการต้องรวมตัวกัน ไม่ต้องเป็นขี้ข้านักการเมือง ตั้งเป้าหมายด้วย
เราต้องรู้เรื่องผู้นำและความคิดนอกกรอบ
Quotation
"We can't solve problems by using the same kind of thinking we used when we created them."
… Albert Eisnstein
วัตถุประสงค์
1. สร้างความเป็นเลิศ กระตุ้น Platform ให้คุณเล่น
2. ต้องให้อยากเรียน หาความรู้ อย่าง Learning how to learn
คิดเสร็จต้องปะทะกับความจริง
3. จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกท่านเกิดพลังในการเป็นผู้นำความสำเร็จขององค์การด้วยการมีวิธีการคิดแบบสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบได้
3)วิธีการเรียนรู้ของ ดร.จีระ
แม้ 3 วันนี้จะเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้ แต่จะเป็น Ladder Theory ให้
- 4L’s
Learning Methodologyต้องการกระตุ้นให้คิด มีความสุข
Learning Environment มีบรรยากาศ
Learning Opportunities ได้ปะทะกันทางปัญญา
Learning Communities เอาอุปนิสัยการหาความรู้โดยไม่ต้องเข้าห้องเรียนติดตัวท่านไป
- 2R’s
Reality – มองความจริง ต้องค้นหาตัวเองว่าความจริงตอนนี้อยู่ตรงไหน Where are we? สถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง
Relevance – ตรงประเด็น ต้องค้นหาประเด็นใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับประสบการณ์ของเรา
อย่างไรก็ตาม แต่ละท่านต้องมี Deep Dive ตัวอย่างเช่นจีนไม่จำเป็นต้องพูดดีเหมือนจีน
- 2I’s
-3L’s
- C & E
-C – U – V
การคิดนอกกล่องสามารถใช้ 3V ได้ เราต้อง Mix กับคนอื่นมากขึ้น จะ Link กับเขาอย่างไรในอาเซียน การสร้างมูลค่าเพิ่มแบบ 3 V
แนะนำหนังสือเรื่องThinking in New Boxes เขียนโดยคุณ Luc De Brabandere และ Alan Iny ซึ่งเป็นอดีตที่ปรึกษา Boston Consultingเป็นที่มาของแนวคิด 3 แนว
1. อยู่ในกล่องเดิมแต่ทำให้ดีที่สุด
2. ออกนอกกล่องเดิม เพื่อทำงานท้าทายมากขึ้น
ในกระทรวงศึกษาธิการบางครั้งไอเดียอาจถูกสกัดกั้นได้ Bureaucracyกล่องเดิมยังอยู่ แต่การ Outside the box อาจมีทั้งแบบกว้าง(เปิดหมด) และไม่กว้าง (เปิดไม่หมด)
บางครั้งไม่ converse กัน ถ้าเรามีคุณธรรมจริยธรรม มี Customer in mindจะดีมากถ้าไม่ Thinking อาจไม่ทำให้การศึกษาดีขึ้น มีปัญหา Corruption เรื่องความโปร่งใส
การ Thinking outside the box จะทำให้งานมีคุณภาพสูงขึ้น ทำเพื่อส่วนรวมมีเป้าหมายที่ดี ให้ลองสำรวจว่ากรณีไหนบ้างที่สำเร็จ ต้องดังข้างนอกและข้างในด้วย
3. สามารถสร้าง Box ใหม่ได้
ในยุคที่มีสภาปฏิรูปกับสภานิติบัญญัติ ถ้ามี Idea ให้เสนอไปเลย
ตัวอย่าง ศศินทร์ มี วอร์ตัน กับ นอร์ทอีสเทิร์นมาช่วย คนเป็นกรรมการอยู่ได้ 4 สมัยไม่จำเป็นต้องอยู่ในระเบียบ
ซึ่งอาจมีอะไรคล้ายๆกัน แต่บางอย่างอาจจะไม่เหมือนกัน คือ มีBox ใหม่ ก็หมายถึง สร้างวิธีการทำงานใหม่เลย อาจะเลิกใน Boxเก่า แต่อย่าลืม Box เก่า ก็มีอะไรที่น่าสนใจอยู่ คล้ายๆมีหนังสือเล่มหนึ่งบอกว่า ถ้าจะออกจาก Box เก่า ต้องรู้ว่า Box เก่ามีอะไรดี และไม่ดี ทิ้งไม่ดีแต่เก็บของดีๆไว้
แนวคิดของหนังสือเล่มนี้น่าสนใจ คือ มีกฎ 5 ข้อที่จะทำให้ผู้บริหาร หรือผู้นำไปสู่ Boxes ใหม่ได้
-Doubt everything ขี้สงสัยในทุกๆเรื่อง
-Probe the possibility แสวงหาโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ตลอดเวk
-Diverse มองหาวิธีการใหม่ๆ
-Converge หาจุดรวมที่พอดี
-Reevaluate ต้องประเมินซ้ำแล้วซ้ำอีก ดูว่าที่ทำอยู่เป็นอย่างไร แต่ไม่ใช่แค่หนเดียว
ในทางวิชาการมีคำว่า Paradigm Shift คือทำสิ่งไม่เหมือนเดิม มี Thinking outside the box มี Value Added Value Creation Value Diversity แต่โดยที่สุดเราต้องร่วมมือกับอาเซียนด้วย
Leadership ในมุมมองต่าง ๆ
1. Leaders / Managers
ผู้นำ
ผู้บริหาร
ผู้นำต้องมีความสามารถในการบริหารผู้บริหารด้วย และผู้นำยุคต่อไปคนรุ่นใหม่ ลูกน้องต้องเก่งกว่าเรา ผู้นำต้องเรียนรู้ที่จะเก็บความรู้สึกบ้างในกรณีลูกน้องพูดจาโผงผาง ไม่ได้ดังใจ แต่เก่ง และตราบใดที่การศึกษาไทยดีขึ้นต้องยอมบ้าง
คนที่เป็นผู้นำวันนี้ ถ้าเทียบกับ เหมาเซตุง ถ้าไม่มี Thinking Outside the Box จะรอดหรือไม่ ไม่อย่างนั้นจะไม่รอด เพราะว่ามีแรงกดดันมหาศาล
สิ่งสำคัญต้องสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ต้อง Gloom Leader คนใหม่ แล้วการศึกษาไทยอีก 10-20 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
อยากให้คนในห้องนี้รวมตัวกันและป้องกันตนเอง
กระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่ส่งทรัพยากรมนุษย์ไปทำงาน สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักเศรษฐกิจ สังคม หอการค้าระหว่างประเทศ สร้างผู้นำดี ๆ พบปะกับคนข้างนอกเพื่อสร้างความคิดสร้างสรรค์
ผู้นำกับความคิดสร้างสรรค์
การพัฒนาทุนทางความคิดสร้างสรรค์..เริ่มจากวันนี้ ลองถามตัวเองตัวเองดูว่าเรามี ideas ใหม่ ๆ แล้วหรือไม่ และเราจะมีไอเดียใหม่ ๆ อยู่เสมอได้อย่างไร?
สำหรับตัวผม..ไอเดียใหม่ ๆ ของผม ได้จาก..
- การอ่านหนังสือดี ๆ
- ใช้ Internet
- การพูดคุยกับคนเก่ง
- ปะทะกับคนเก่ง
ฯลฯ
จุดอ่อนของเรา ก็คือ..(1) เรายังไม่ได้สร้างบรรยากาศในการ Share ความรู้ร่วมกันในองค์กร
(2) การบริหารส่วนใหญ่ยังเป็นแบบ Top down อยู่ ซึ่งจะเน้น Command and Control หรือเป็นการทำงานแบบแนวดิ่ง Vertical
**Power มีไว้สำหรับ Participate ในทุกระดับ
(3) ส่วนใหญ่ทำงานเยอะ Working แต่ Think Strategies (คิดเป็นยุทธศาสตร์ไม่มาก)
(4) การทำงานเป็นทีมมีแต่ในระดับ Function ได้ดีแต่ไม่ Cross Function
** ยุคใหม่ มนุษย์เราต้องคิดเป็นระบบและคิดสร้างสรรค์
Leadership กับ Thinking outside the box
1. Thinking outside the box แปลว่า ผู้นำทำงานแบบเดิม ๆ ในขีดจำกัด ภายใน BOX ไม่สำเร็จ
2. Inside the box อาจจะหมายถึงงานประจำ จำเจ มีกฎระเบียบจนทำไม่ได้
3. Thinking outside the box คือ พยายามหลุดจากพันธนาการที่มีอยู่ แต่คิดอย่างเดียวไม่พอ ต้องคิดแล้วไปทำด้วย คือ ต้อง Realistic และ Practical (เลือกประเด็นที่ปฏิบัติได้) คิดว่าทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ
อุปสรรค ก็คือ
(1)ไม่กล้าคิดนอกกรอบ กลัวจะถูกมองว่าผิด
อย่าให้นำกฎระเบียบการเงินเป็นผู้กำหนด ในฐานะเป็นผู้ฟังในอนาคตต้องออกทุกฝ่าย และถ้าทำเองไม่ได้ให้ Network กับคนอื่นถึงเวลาที่เราต้องรวมพลังกัน
(2)วัฒนธรรมองค์กรไม่เอื้ออำนวย
(3)ตัวเองไม่รู้ตัวเอง ไม่ใฝ่รู้ ไม่เปิดกว้าง
ต้องค้นหาตัวเองเยอะ ๆ
(4)ขาด Role Model ที่ดี
ปัจจุบันใครคือ Role Model ของคุณ อาจมีปราชญ์ชาวบ้าน หรือระดับ National Thinking เช่น กษมา
(5)ขาด Teamwork ที่ดี
80 คนนี้ต้องจับมือกันไว้
(6)ขาด Incentives ที่เหมาะสม
ทำแล้วได้อะไร ถ้าไม่มีประโยชน์ไม่ควรทำ
วิธีการทำให้เกิดขึ้น ก็คือ
(1)ผู้นำต้องเป็นผู้ฟังที่ดี
(2)สนับสนุนให้เกิดความคิดใหม่ ๆ เสมอ และยกย่องให้เกียรติ
(3)เน้นคุณค่าของความคิดใหม่ ๆ ที่หลุดจากแนวเดิม ๆ และนำไปปฏิบัติ
(การศึกษาไม่ได้เพื่อเงิน แต่การศึกษาจะช่วยพัฒนาความคิด สู่การสร้างเงิน ต้องไม่คอรัปชั่น)
(4)มีแนวทางใหม่ ๆ หรือ New Perspective ที่ไม่ใช่งานประจำ หรือ day to day หรือทำงานแบบเสมียน
(5)พร้อมจะนำเอาความคิดไปทำให้เกิดมูลค่าแบบ 3 V
3 V
§Value Added
§ Value Creation
§ Value Diversity
เราจะทำอย่างไรให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและเชื่อมโยงกับอาเซียนได้
ร่วมแสดงความคิดเห็น
1. อ่านหนังสือ ดร.จีระ เรื่อง ทุนมนุษย์ 8K’s 5K’s อยากให้แนวคิดของอาจารย์จีระ สอดเข้าไปในวัตถุของ คสช
2. จุดยืนสำคัญมาก จุดยืนบนผลประโยชน์และพรรคพวก สิ่งที่ออกนอกกรอบยาก อำนาจกับความรู้จะเชื่อมโยงได้อย่างไร
ตอบ
Workshop
1.อธิบายอุปสรรคที่ทำให้องค์กรและตัวท่านออกนอกกรอบไม่ได้คืออะไร 3 เรื่อง จะเอาชนะอุปสรรคได้อย่างไร (กลุ่ม 1,2)
2.ยกตัวอย่างที่ทำสำเร็จ 3 เรื่อง ในการออกนอกกรอบที่เป็นรูปธรรมและยกเหตุผลที่ชัดเจน 3 ข้อ (กลุ่ม 3,4)
3.ถ้าจะพัฒนาผู้นำให้ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำกับการคิดนอกกรอบต้องทำอะไร 3 เรื่องและเสนอโครงการ 1 โครงการฯ (กลุ่ม 5,6)
4.ในกล่อง นอกกล่อง และกล่องใหม่แตกต่างกันอย่างไร อธิบาย เสนอกรณีศึกษาที่เป็นความจริงของแต่ละแนวคิด (กลุ่ม 7,8)
กลุ่มที่ 1
อธิบายอุปสรรคที่ทำให้องค์กรและตัวท่านออกนอกกรอบไม่ได้คืออะไร 3 เรื่อง จะเอาชนะอุปสรรคได้อย่างไร
เรื่องระเบียบ กฎหมาย วัฒนธรรมองค์กร
ทางออก หาความยืดหยุ่น สายบังคับบัญชา เน้นความมีส่วนร่วม สร้างความมุ่งมั่น ฝึกความเข้มแข็ง คิดนอกกรอบ
กลุ่มที่ 2
อธิบายอุปสรรคที่ทำให้องค์กรและตัวท่านออกนอกกรอบไม่ได้คืออะไร 3 เรื่อง จะเอาชนะอุปสรรคได้อย่างไร
เรื่องระเบียบกฎหมาย มองว่าคนจะธุรกิจจึงออกกฎระเบียบมาถี่ยิบ จึงทำอะไรไม่ได้ เช่นเครื่องกลึงจากเยอรมัน กับจีนแดง ถ้าเขียนล็อกสเป็คก็โดน
ผู้นำองค์กร ไม่ได้แยกเป็นเรื่องการกระจายอำนาจ และหลักธรรมาภิบาล ถ้าผู้นำสูงสุดยังยึดในอำนาจก็จะไม่กระจาย อาจเป็นอุปสรรคในการทำให้สำเร็จ
ทางออก ผู้นำต้องมีใจกว้างกระจายอำนาจ ถ้าไม่กระจายอำนาจเราในฐานะผู้ปฏิบัติงานต้องสร้างอำนาจต่อรอง ต่อรองกับผู้นำองค์กรได้ และใช้หลักธรรมาภิบาล เป็นการแก้อุปสรรคผู้นำ อำนาจองค์กรเรากระทรวงศึกษาเปลี่ยนนักการเมืองบ่อย ทำให้อ่อนแอ ถ้าไม่ทำตามคงไม่ใช่ ถ้าได้นักการเมืองในการสร้างบรรทัดฐาน ในการออกนอกกรอบ มีการเอากฎระเบียบหรือวิธีการที่ดี และเมื่อแผนการศึกษาชาติดีแต่เปลี่ยนเรื่อย ๆ กระทรวงศึกษาเปลี่ยนบ่อย ควรมีแผนระยะยาวและเดินตามแผน ไม่เปลี่ยนบ่อย และไม่ควรเล่นพรรคเล่นพวก ทำให้คนที่มีความสามารถไม่กล้าแสดงออก
อาจารย์สมโภชน์
1. ถูกสอนว่ากฎระเบียบไม่ใช่การมัดตัว คือการวางแนวปฏิบัติให้ปฏิบัติ วางไว้ในอดีตให้อนาคตทำ
2. ตัวเองกลัวเพราะไม่กล้าใส่ภาวะผู้นำลงไป ใช้ระเบียบเป็นแนวทางปฏิบัติให้เป็น
ดร.จีระ
เห็นว่าทั้ง 2 กลุ่มความพยายามเอาชนะอุปสรรคมี เราต้องไม่ยอมแพ้ เพราะถ้ายอมแพ้คุณภาพการศึกษาลดลง สร้างผู้นำขึ้นใหม่ขึ้นมา ไม่ให้ลดอุปสรรคลงไป
คิดต่อ และ Deep Dive ต่อ และเจาะลึกลงไปเหมือนที่ทำที่ กศน.
ถ้ามีประเด็นเยอะจะแก้ปัญหาไม่ได้ ความกลัวต้องรวมตัวกัน
ถ้าผู้นำไม่เปิดกว้างความคิดสร้างสรรค์ก็ไม่เปิด
ผู้นำต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง
กลุ่มที่ 3
ยกตัวอย่างที่ทำสำเร็จ 3 เรื่อง ในการออกนอกกรอบที่เป็นรูปธรรมและยกเหตุผลที่ชัดเจน 3 ข้อ
1. เรื่องแรกคือเรื่องรับนักเรียน เรื่องนักเรียนจับฉลาก ท่านผู้บริหารโรงเรียนเปลี่ยนเป็นให้พ่อแม่จับแทนได้หรือไม่ จะได้ไม่เกิดปัญหา
2. ให้การประชุมผู้ปกครองให้เกิดความสร้างสรรค์ เรื่องไหนไม่เร่งด่วนและจำเป็นมาก ก็ถอดออกจากที่ประชุมแล้วเข้าที่หลัง ไม่ผิดระเบียบ
3. เทคนิคการประกันสังคม ในระเบียบบอกให้ผู้ขอรับเงินไม่จำเป็นต้องกรอกด้วยลายมือตนเอง ทำให้การกรอกรายละเอียดสามารถคีย์ข้อมูลเข้าแบบฟอร์ม และลงชื่อเสร็จ เกิด
กลุ่มที่ 4
ยกตัวอย่างที่ทำสำเร็จ 3 เรื่อง ในการออกนอกกรอบที่เป็นรูปธรรมและยกเหตุผลที่ชัดเจน 3 ข้อ
1. เรื่องเกี่ยวกับงบประมาณในการบริหารจัดการ ถ้าอยู่ในกรอบมีข้อจำกัดมาก ที่ชัดเจนคือที่ทำสำเร็จ คิดหางานทุกวิถีทางที่ไม่ผิดกฎหมาย
2. ให้คนเรียนตามความสามารถและศักยภาพ ต้องจำแนกคน
3. สันดานข้าราชการไทยเวลาทำงาน 8.30 บางครั้งไม่มาก่อน อาจคิดว่ามี Morning Talk หรือ Dinner Talk ที่ต้องช่วยกันทำ แล้วระบบจะสำเร็จ
ดร.จีระ
อยากวิเคราะห์ Overall ทั้ง 2 โต๊ะเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่เป็นปัญหา ไม่ขัดข้อง ถ้าในอนาคตมองอะไรที่ใหญ่ Think Big ก็จะหลุดจากกล่องได้
เรื่องงบประมาณ เรื่องนักเรียนเป็นตัวอย่างที่ดี แต่โต๊ะ 3 Benefit น้อยกว่า โต๊ะ 4 นิดหนึ่ง
บางเรื่องของการไม่ทำก็เป็นตัวอย่างของนอกกรอบเช่นกัน เช่นถ้าประชุมน้อยลงผลผลิตมากกว่า
ต้องสร้างบรรยากาศในการเกิดมูลค่าร่วมมา
ต้องเรียนเป็น Team
อาจารย์สมโภชน์
เน้นการสร้างบรรยากาศที่เป็นผู้นำที่คิดนอกกรอบ
กลุ่มที่ 5
ถ้าจะพัฒนาผู้นำให้ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำกับการคิดนอกกรอบต้องทำอะไร 3 เรื่องและเสนอโครงการ 1 โครงการฯ
เอาโครงการขึ้นก่อนคือ พัฒนาผู้นำแบบก้าวกระโดดโดยสร้างสถานการณ์จำลอง
มีภาวะผู้นำ กฎระเบียบ
สร้างเครือข่ายร่วมมือ อาจเป็นธุรกิจ เอกชน งานที่ตรงกับความสามารถ
Best Practice ต้องรู้ว่า Model ที่ดีจะเป็นอย่างไร ถ้าเราจะสร้างคนที่คิดไม่เหมือนคนในองค์กรจะหาช่องทางอย่างไร
สิ่งที่ต้องทำ คือการปลดพันธนาการเดิม
กลุ่มที่ 6
ถ้าจะพัฒนาผู้นำให้ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำกับการคิดนอกกรอบต้องทำอะไร 3 เรื่องและเสนอโครงการ 1 โครงการฯ (กลุ่ม 5,6)
จะพัฒนาผู้นำในหน่วยงานจะทำ 3 เรื่อง
1. ปรับทัศนคติ เพราะหน่วยงานมีพื้นฐานหลากหลาย ครอบครัว การศึกษา เรียนในระดับแตกต่างกัน ต้องปรับทัศนคติทีมงานให้ได้
2. ดูต้นแบบการ Thinking outside the box เช่น ตอนทำบัตรประชาชน บัตรเกิด มีหลายที่ทำที่ห้างสรรพสินค้า โครงการพระราชดำริต่าง ๆ การทำใบขับขี่ที่รวดเร็ว เราอาจใช้การถ่ายวีดิโอทำ Powerpoint สร้างทัศนคติที่ดีขึ้น นอกจากดูต้นแบบแล้ว ต้องลงมือทำโดยเริ่มจาก Job เล็ก ๆ ถึงจะสำเร็จเป็นงานใหญ่ได้คือการ Learn & Share ร่วมกัน
3. การยกย่องชมเชย
ดร.จีระ
ขอยกย่องชมเชยทั้ง 2 กลุ่ม ชอบที่มีการสร้างสถานการณ์จริงขึ้นมา และชอบที่คิดถึงการสร้าง Networking และมี Diversity ขึ้นมา
Mindset กับทัศนคติคล้ายกัน แต่ Mindset สำหรับบาง Discipline คือเปลี่ยนยาก คนที่มี Flexible mindset ดีกว่าคนที่ Fix mindset และวิธีการเปลี่ยนจะเปลี่ยนด้วยการสร้างบรรยากาศคือ Learn-Share-Care
เราต้องมีความลุ่มลึกและพร้อมที่จะเรียนรู้ เริ่มมีความแตกฉานทางปัญญา การเรียนรู้จากคนอื่นสำคัญ และต้องเปิดกว้าง
กลุ่มที่ 7
ในกล่อง นอกกล่อง และกล่องใหม่แตกต่างกันอย่างไร อธิบาย เสนอกรณีศึกษาที่เป็นความจริงของแต่ละแนวคิด
ในกล่องคือภายใต้กฎระเบียบ
นอกกล่องคือ หาวิธีการอื่นแต่ไม่ผิดระเบียบ
กล่องใหม่ คือวิธีการได้มาถึงวัฒนธรรมองค์กรใหม่
เช่นจัดซื้อรถตู้ ซื้อไม่ได้จริง ๆ มีรถใช้
ผู้บังคับบัญชามอบงบประมาณมา 100 กว่าล้านให้ซื้อครุภัณฑ์ แต่เมื่อมาดูแล้ว เราก็ขออนุญาตว่าเราอยากได้ชุดใหม่ ก็เสนอทางเลือกอีกทางเช่น ชุดแรกชุด ก. และเสนออีกด้านคือ ชุด ข. ผลคือถูกยึดงบประมาณคืนแต่ไม่ได้ไปไหน
กล่องใหม่ เรื่องจัดซื้อครุภัณฑ์รถยนต์ ทำอย่างไรถึงจะได้ ก็เอาความจำเป็นไปพูดคุยกับรัฐมนตรีในสมัยนั้น ชี้ให้เห็นเหตุผลต่าง ๆ ใช้ภารกิจ บทบาท ทำให้ทุกคนได้ใช้สมประสงค์
สรุป ต้องใช้โอกาส จังหวะ ครั้งแรกอาจไม่ได้แต่ครั้งที่ 2 ได้
กลุ่มที่ 8
ในกล่อง นอกกล่อง และกล่องใหม่แตกต่างกันอย่างไร อธิบาย เสนอกรณีศึกษาที่เป็นความจริงของแต่ละแนวคิด
ในกล่องคือตามระเบียบเดิมทุกอย่าง
นอกกล่องคือ ของเดิมแต่คิดเพิ่มเติมได้บ้างแต่ยึดของเดิมเป็นหลัก
กล่องใหม่คือคิดใหม่ทำใหม่หมด
ตัวอย่างเช่น ในกล่อง การศึกษาระบบเดิมทุกอย่าง นอกกล่องคือโรงเรียนที่ตอบสนองความต้องการประชาชนมาบ้าง กล่องใหม่คือ เรื่องใหม่หมด คิดใหม่หมด การจัดกระบวนการเรียนการสอนใหม่หมดทุกอย่าง
ถ้าเราคิดกล่องใหม่ไม่ได้เนื่องจากถูกสอนด้วยระบบเก่า ข้าราชการที่ดีต้องเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา การเงินแม้สุจริต แต่ถ้าผิดระเบียบคือผิดวินัย สิ่งนี้คือปัญหา
อาจารย์สมโภชน์
การคิดนอกกรอบสำคัญ
ทำอย่างไรอยู่ในกรอบ และนอกกรอบ ต้องมีภูมิคุ้มกันของตนเอง ถ้าเราฝาออก ฐานออก Good Governance คือการทำฐานให้มีประสิทธิภาพ
นิสัยที่ดีที่สุดของคนทำงานคือการเปลี่ยนนิสัยบ่อย ๆ กรอบใหม่คือไม่มีกรอบแต่มีฐานสำคัญที่ปรับได้ตามสถานการณ์ อย่าจมกับสิ่งเดิม ๆ
ดร.จีระ
ตัวอย่าง ศศินทร์ ถ้าออกนอกกล่องหมายถึงขึ้นอยู่กับคณบดีบริหารธุรกิจ อยู่ในเทอม 2 ครั้ง ใช้กฎระเบียบใหม่ สามารถดูตัวอย่างมหิดล เป็นจุดเริ่มต้น
ให้อยู่ในพื้นฐานธรรมาภิบาล และคุณธรรมจริยธรรมเป็นหลัก