โครงการที่ยกตัวอย่างข้างต้นนั้น ล้วนมีลักษณะร่วมที่เหมือนกันคือ เป็นแผนงานที่มุ่งสู่การบริการสังคม (เรียนรู้คู่บริการ) ด้วยการนำเอา “วิชาชีพ” ไปสู่การปฏิบัติการในชุมชน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานและใช้กิจกรรมเป็นเครื่องมือในการนำพาไปสู่การเรียนรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนเป็นหัวใจหลัก

ย้อนกลับไปเมื่อเกือบๆ 6 ปีที่แล้ว ฝันของผมเป็นจริง เมื่อสภามหาวิทยาลัยมหาสารคามประกาศให้การพัฒนานิสิตกลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของมหาวิทยาลัย ทำให้บรรยากาศของการเรียนรู้นอกหลักสูตร (กิจกรรมนิสิต) ทั้งในระดับส่วนกลางและส่วนคณะ ตื่นตัว คึกคักและขับเคลื่อนไปอย่างมีพลัง โดยเฉพาะกองกิจการนิสิตนั้น เห็นได้ชัดว่าได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจำนวนหลายโครงการ   เพื่อหนุนเสริมการ "พัฒนาศักยภาพบุคลากร"  ควบคู่ไปกับการหนุนเสริม "กระบวนการเรียนรู้ของนิสิต"

หากแต่สองปีให้หลัง ยอมรับว่ายุทธศาสตร์การพัฒนานิสิตหล่นหายออกไปจากยุทธศาสตร์หลักของมหาวิทยาลัย กลับไปแฝงเนียนอยู่กับยุทธศาสตร์การเรียนการสอน  หรือการผลิตบัณฑิต  แต่ถึงกระนั้นวิถีกิจกรรมก็มิได้หล่นหาย หรือเคว้งคว้างไปเสียทั้งหมด  เพราะทุนเดิมที่มีอยู่ก็พลอยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้หยิบจับมาสืบสาน  ต่อยอดอย่างค่อยเป็นค่อยไป

              หรือแม้กระทั่งเรื่องบางเรื่องได้เติบโตไปอย่างมหัศจรรย์ เช่น ก่อเกิดวิชาพัฒนานิสิตในหมวดศึกษาทั่วไป รวมถึงก่อเกิดโครงการกิจกรรมที่ “มุ่งสู่ชุมชน” อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น  ดังจะเห็นได้จากโครงการหนึ่งคณะหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งชมรมหนึ่งชุมชน   
             
รวมถึงโครงการอันเป็นภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยในด้านบริการวิชาการ คือ โครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน หรือแม้แต่ด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม คือโครงการหนึ่งคณะหนึ่งศิลปวัฒนธรรม



ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นอีกครั้งที่ผมหวนกลับมาเป็นแกนนำเพื่อจัดทำกระบวนการพลิกฟื้นแผนพัฒนานิสิตในระดับมหาวิทยาลัยอีกรอบ   หลังจากวางมือไปหลายปี –

ในเวทีดังกล่าว  ประกอบด้วยบุคลากรจากกองกิจการนิสิตและบุคลากรด้านการพัฒนานิสิตจากคณะต่างๆ ทั้ง ๒๐ คณะ ซึ่งหลักๆ แล้วในเวทีดังกล่าวนี้มุ่ง “ทบทวนแผนพัฒนานิสิต”  (ประเมินแผน)  ในระดับคณะร่วมกันผ่านคำถามนำร่องสำคัญๆ  ว่า ...

  • ในปีการศึกษา หรือแม้แต่ปีงบประมาณที่เป็นอยู่นี้ขับเคลื่อนไปกี่มากน้อยบ้างแล้ว
  • บรรลุเป้าประสงค์แค่ไหน
  • พบเจอปัญหาและอุปสรรคอันใด
  • มีกิจกรรมใดเป็นหัวใจหลักเชิงรุกที่ตอบโจทย์การพัฒนานิสิตในระดับคณะและสถาบันได้บ้าง
  • มีประเด็นใดที่ต้องจัดวางเป็น “หมุดหมาย” ร่วมกันในระยะสั้นและระยะยาวร่วมกัน

ครับ-คำถามทั้งปวงนั้น   ล้วนเป็นคำถามที่มุ่งให้แต่ละคนได้หันกลับไปทบทวน (ประเมิน) แผนงานการพัฒนานิสิตในต้นสังกัดของต้นเองล้วนๆ   รวมถึงการเปิดใจและเปิดฐานข้อมูลสู่การเรียนรู้ร่วมกัน   เพื่อค้นหาความสำเร็จ  หรือแม้แต่ความล้มเหลวในการขับเคลื่อนแผนงาน   บนฐานคิดของการจัดการความรู้ร่วมกันเป็นที่ตั้ง


เบื้องต้นผมได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการประชุมทบทวนแผน  หรือประเมินแผนบ้างเล็กน้อย   แทนที่จะนั่งโต๊ะประชุมเหมือนที่คุ้นชิน   แต่จัดระบบระเบียบการนั่งใหม่ด้วยการรื้อถอนโต๊ะประชุมออก   ให้แต่ละคนนั่งเก้าอี้ล้อมวงกันเหมือน “ลานโสเหล่”   เน้นการ  ”เล่าเรื่อง”  แบบพี่ๆ น้องๆ  มากกว่าการนำเสนอข้อมูลแบบเป็นทางการ


ก่อนการให้แต่ละคนเล่าเรื่องความคืบหน้าของแผนการพัฒนานิสิตของแต่ละคณะ    ผมถือโอกาสให้ทีมเลขานุการสะท้อนข้อมูลแผนการพัฒนานิสิตของนิสิต (องค์การนิสิต,สภานิสิต,สโมสรนิสิต)   ให้ได้ร่วมรับรู้ประมาณว่าในบรรดา ๒๖๓ โครงการนั้น   บัดนี้ขับเคลื่อนไปแล้วกว่า ๒๓๔โครงการ คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๙๗

ถัดจากนั้นจึงเริ่มให้แต่ละคนแนะนำตัว และเล่าสู่กันฟัง –




จากภาพรวมเห็นได้ชัดว่าทุกคณะมีงบประมาณจำนวนมากในการสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้นอกหลักสูตรแก่นิสิต ซึ่งพบว่ามีกระบวนการขับเคลื่อนในสามลักษณะ คือ (๑) ดำเนินการเองโดยฝ่ายพัฒนานิสิตคณะ (๒) ดำเนินการร่วมกันระหว่างฝ่ายพัฒนานิสิตคณะกับนิสิต (๓) สนับสนุนงบประมาณให้นิสิตดำเนินการเอง

เช่นเดียวกับลักษณะแผนงานนั้น ประกอบด้วยลักษณะสำคัญๆ คือ (๑) เป็นแผนงานประจำสนับสนุนกิจกรรมหลักของนิสิต และ (๒) เป็นกิจกรรเชิงรุกหนุนเสริมการเรียนรู้ของนิสิตภายใต้กระบวนทัศน์การขับเคลื่อนให้สอดคล้องกับโจทย์การบ่มเพาะนิสิตในมิติต่างๆ เช่น

  • ปรัชญา (ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน)
  • เอกลักษณ์ (เป็นที่พึ่งของสังคมและชุมชน)
  • อัตลักษณ์ (เป็นผู้ช่วยเหลือสังคมและชุมชน)
  • ค่านิยม (MSU FOR ALL : พึ่งได้)
  • คุณธรรม จริยธรรมประจำคณะ 

กรณีแผนงานประจำที่หนุนเสริมการเรียนรู้ของนิสิตนั้น   ในแต่ละคณะจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันจำนวนหนึ่ง    เน้นการทำงานร่วมระหว่างคณะกับนิสิตภายใต้แผนงานหลักๆ ของนิสิต    เช่น กิจกรรมไหว้ครู ประชุมเชียร์ รับน้อง ปฐมนิเทศ ปัจฉิมนิเทศ ศึกษาดูงาน อบรม สัมมนาเพื่อเสริมสร้างโลกทัศน์   หรือแม้แต่การสรุปงาน –มอบงาน ฯลฯ    ซึ่งเป็นงานประเพณีหลักๆ ของนิสิต     เป็นการบูรณาการงบประมาณร่วมกัน พร้อมๆ กับการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรกับนิสิต

                แต่ถึงกระนั้นก็มีแผนงานเชิงรุกที่น่าสนใจหลายโครงการที่มุ่งตอบโจทย์การบ่มเพาะคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของการเป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์     ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเน้นการทำประโยชน์ต่อสังคม (จิตอาสา) โดยแต่ละแผนงานของคณะจะมีกลิ่นอายที่เป็นตัวตนของตนเองอย่างเด่นชัด    มีทั้งที่คณะจัดให้กับนิสิตโดยตรง    และมีทั้งที่ขับเคลื่อนร่วมกับนิสิต   หรือการดำเนินงานร่วมกันระหว่างคณะกับนิสิต เช่น

  • โครงการศิลป์อาสาของคณะศิลปกรรมศาสตร์
  • โครงการวิทยาศาสตร์สัญจร,สัปดาห์วิทยาศาสตร์ของคณะวิทยาศาสตร์
  • โครงการสถาปัตย์สัญจรของคณะสถาปัตยกรรมฯ
  • โครงการหมอยาสู่ชุมชนของคณะเภสัชศาสตร์
  • โครงการออนซอนวัฒนธรรม,โครงการเชิชูเกียรติศิลปินอีสาน ของคณะวัฒนธรรมศาสตร์
  • โครงการค่ายคุณธรรมจริยธรรม
  • โครงการทอดผ้าป่าต้นไม้เพื่อสิ่งแวดล้อมของคณะสิ่งแวดล้อมฯ
  • โครงการธารน้ำใจพี่ให้น้อง ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  • โครงการถนนผู้สร้าง,โครงการอิ่มบุญอิ่มใจ ของคณะวิศวกรรมศาสตร์
  • โครงการโรงเรียนผู้สูงอายุ ของคณะพยาบาลศาสตร์
  • ฯลฯ

ครับ-บรรดาโครงการที่ยกตัวอย่างข้างต้นนั้น   ล้วนมีลักษณะร่วมที่เหมือนกันคือ   เป็นแผนงานที่มุ่งสู่การบริการสังคม (เรียนรู้คู่บริการ)   ด้วยการนำเอา “วิชาชีพ” ไปสู่การปฏิบัติการในชุมชน   โดยใช้ชุมชนเป็นฐานและใช้กิจกรรมเป็นเครื่องมือในการนำพาไปสู่การเรียนรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนเป็นหัวใจหลัก   เน้นการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง เสริมกระบวนทัศน์การทำงานเป็นทีม ฝึกทักษะของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฝึกทักษะของการบริหารจัดการโครงการ ฝึกกระบวนการของการจัดการความรู้ร่วมกัน ฯลฯ

เช่นเดียวกับในหลายๆ โครงการก็มุ่งสู่การอบรม-เข้าค่ายธรรมะเพื่อการพัฒนาจิตในสถานปฏิบัติธรรมที่มีชื่อเสียง และมีกระบวนการเรียนรู้ที่เข้มข้น   หรือแม้แต่การเลือกวัดรายรอบมหาวิทยาลัย   เพื่อให้เกิดความสะดวกในการดำเนินงาน หรือแม้แต่การปลูกฝังให้นิสิตได้เกิดการเรียนรู้ชุมชนใกล้ตัว –

นอกจากนี้ในตอนท้ายของเวทีดังกล่าว   ผมยังได้ชวนทุกคนในที่ประชุมได้ลองวาง “หมุดหมาย” ร่วมกันว่า แผนพัฒนานิสิตที่ต้องขับเคลื่อนใหม่นั้น   ควรมีประเด็นอะไรบ้าง   โดยส่วนใหญ่แล้ว ได้เสนอ หรือสะท้อนในทำนองเดียวกัน เช่น

  • อาเซียน
  • ทักษะความคิด-ทักษะการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร
  • คุณธรรมจริยธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • จิตอาสา-จิตสาธารณะ
  • ประเพณีวัฒนธรรม
  • มหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่
  • การประกันคุณภาพการศึกษา
  • วินัยจราจร
  • การแต่งกาย
  • ความอ่อนน้อมถ่อมตน
  • ฯลฯ

ครับ— นี่คือเวทีเล็กๆ แต่มีพลังในมิติของการประเมินแผน หรือทบทวนแผนการพัฒนานิสิตในระดับคณะร่วมกัน เป็นการพยายามเชื้อเชิญให้แต่ละคณะได้วิเคราะห์ถึงแผนงานประจำและแผนงานเชิงรุกที่เป็นอัตลักษณ์หลักของตนเองแล้วสื่อสารเพื่อ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน” เป็นหัวใจหลัก ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าทุกคณะสามารถขับเคลื่อนแผนได้มากกว่าร้อยละ ๘๐ ครอบคลุมระบบและกลไกการพัฒนากิจกรรมนิสิตทั้ง ๕ ด้านได้เป็นอย่างดี

ที่เหลือคงต้องมีเวทีใหญ่ หรือเวทีต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ เพื่อก่อให้เกิดวงจรการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีพลัง มองเห็นกลยุทธ หรือแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกัน หรือแม้แต่การกลับสู่การเป็นยุทธศาสตร์แห่งการพัฒนานิสิตอีกครั้ง –

แต่ที่แน่ๆ เวทีของการประเมินแผนร่วมกันเช่นนี้   ทำให้เห็นชัดว่าแต่ละคณะมีกระบวนการหนุนเสริมการเรียนรู้ของนิสิตผ่านกิจกรรมนอกชั้นเรียนที่เหมือนและต่างกัน    บางคณะมีทั้งที่ขับเคลื่อนด้วยตนเองโดยตรงอย่างเป็นรูปธรรม    ขณะที่บางคณะขับเคลื่อนรวมเป็นแผนเดียวกับนิสิต (บูรณาการแผนงาน)    หรือบางคณะยกแผนงานให้นิสิตเป็นผู้ขับเคลื่อนด้วยตนเอง

แต่ไม่ว่าจะกรณีใด หรือใช้กลยุทธใด ล้วนยึดโยงกับเป้าประสงค์ร่วมที่เป็นปรัชญา,เอกลักษณ์,อัตลักษณ์,ค่านิยม,คุณธรรม จริยธรรมในระดับสถาบันและระดับคณะอยู่วันยังค่ำ...


และนี่ก็คือจุดแข็งที่น่าสนใจนั่นเอง 


หมายเหตุ  :  ภาพโดยทีมงานบุคลากรกองกิจการนิสิต มมส