มะม่วงหิมพานต์ทำเป็นอาหารได้ด้วยตนเอง

มะม่วงหิมพานต์ เป็นต้นไม้ยืนต้น มีผลที่สุกแล้วสีสวยงามเนื้อในนิ่มมีน้ำมาก ส่วนใหญ่แล้วเรารู้จักและพบเห็นได้บ่อยและนำมาเป็นอาหารคือ เมล็ดที่มีรสมันอร่อย ที่บ้านสวนปีนี้ออกลูกเป็นปีแรกซึ่งช่วงเวลานี้กำลังแก่และสุกเรื่อยๆเพราะออกเป็นลูกไม่พร้อมกัน ได้นำฝากก่อนหน้าบันทึกนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งเป็น ต้น ใบ ดอก ลูกอ่อน ซึ่งสำหรับบันทึกนี้เมื่อได้ลูกแก่สุกจึงได้ทำเป็นอาหารที่กินได้และนำมาฝากค่ะ

มะม่วงหิมพานต์ เมื่อสุกผิวสีสวยและหอมมาก

มะม่วงหิมพานต์สุก

เมล็ดงอ เปลือกแข็ง ถ้าจะเพาะให้ขึ้นต้นให้นำปลาย 2 ด้านทิ่มลงดิน


เมื่อผ่าออกมาจะมียาง

ลักษณะเมล็ด เปลือก ยาง มะม่วงหิมพานต์

คั่วให้สุกในกระทะไฟอ่อนๆไม่ต้องใส่น้ำมัน หรือจะทอด/อบก็ได้ กรอบมันอร่อย

ลูกนิ่มหอมๆ ผ่าออกมาเนื้อเหลืองอ่อนช่ำน้ำ

บีบน้ำออกได้น้ำสีขุ่นรสหอมหวานดื่มได้เลยโดยไม่ต้องเพิ่มความหวาน


จะทิ้งหรือหั่นชิ้นเล็กๆทำแยมโดยเพิ่มผลไม้อื่นหรือมะม่วงสุกพันธุ์อื่น

ปั่นให้ละเอียด ถ้าไม่มีเครื่องปั่น

ใช้มีดสับเนื้อผลไม้ต่างๆให้ละเอียดจะได้แยมแบบมีเนื้อผลไม้ชิ้นเล็กๆ

ถ้ามีผลไม้รสหวานไม่ต้องใส่น้ำตาลแต่ถ้ากลัวหวานน้อยก็ใส่น้ำตาลและเกลือนิดหน่อย

หรือจะกวนเคี่ยวจนงวดพอเย็นแล้วค่อยใส่น้ำผึ้งกวนให้เข้ากันก็ได้

แยมทาขนมปังหรือไส้ขนม ฯ ตามชอบนะคะ

หรือจะใส่มะม่วงสุกให้มากกว่ามะม่วงหิมพานต์แล้วกวนให้งวดลง 

แล้วนำตากแดดเป็นมะม่วงแผ่นก็ได้




ส่วนอื่นๆของมะม่วงหิมพานต์เช่น ยอดอ่อนยังไม่ได้นำมาทำอาหาร สรรพคุณของยอดอ่อนรักษาริดสีดวงทวารได้  เมล็ดมีสรรพคุณเด่นคือบำรุงกระดูก นอกจากนี้ส่วนในเปลือกต้นนำมาต้มดื่มเช้า เย็น ลดน้ำตาลในเลือดและลดความดันโลหิตสูงได้ เปลือกเมล็ดที่นิยมนำมาให้ไก่กิน นั้นก็ไม่มีพิษ

สรรพคุณประโยชน์ของมะม่วงหิมพานต์อ่านชมเพิ่มได้ที่บันทึกนี้นะคะ

http://www.gotoknow.org/posts/564818

ด้วยความปรารถนาดี  กานดา แสนมณี

วันพุธที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ ๒๕๕๗