การสอนโดยแบบอรรธลักษณะ (Genre-Base Pedagogy Approach): สอนการเขียนให้กับผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ที่มีระดับความสามารถระดับต่ำ

ผู้วิจัย: อาร์เธอร์ เฟอร์คินส์ Arthur Firkins, เกล ฟอเรย์ Gail Forey, และ ซิมา เซนกุปตา Sima Sengupta

คำสำคัญ

Genre-Base Approach การสอนแบบอรรธลักษณะ (อรรธฐาน) คือ แบบหรือชนิดของเนื้อความ (Text) ต่าง ๆ ที่สะท้อนจุดมุ่งหมาย (purposes) ในการสื่อความของผู้ส่งสาร (senders) ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไปตามเนื้อหาสาระ โครงสร้างการดำเนินเนื้อความ และลักษณะการใช้ภาษา

ในงานวิจัยชิ้นนี้ ผู้วิจัยใช้การสอนแบบอรรธลักษณะผนวกกับการสอนแบบใช้กิจกรรม (Activity-Based Pedagogy Approach) ซึ่งผู้วิจัยต้องการศึกษาว่า 2 วิธีการสอนนี้ได้ถูกปรับเพื่อนำไปใช้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้เรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้

ผู้วิจัยเลือกวิธีการสอนแบบอรรธลักษณะเพื่อพัฒนาศักยภาพทางการเขียนผู้เรียน เพื่อให้ข้อความที่ผู้เรียนเขียนนั้นเป็นข้อความที่สมบูรณ์และมีความเชื่อมโยงของข้อความ

ภูมิหลังของกลุ่มเป้าหมาย

ผู้เรียนเป็นกลุ้มผู้เรียนที่บกพร่องทางการเรียน (Learning Disabilities: LD) โดยผู้เรียนเหล่านี้มีปัญหาที่มีผลกระทบต่อการศึกษา ดังต่อไปนี้

1.การเขียนข้อความได้สั้นกว่าผู้เรียนทั่วไป

2.การเชื่อมโยงข้อความ

3.การจัดการข้อความ

4.การสร้างความคิด

5.การควบคุมและประเมินความคิดตนเอง และพัฒนาศักยภาพตนเอง

ปัญหาเหล่านี้เองทำให้ผู้สอนภาษาต้องคิดวิธีการปฏิรูปสิ่งแวดล้อมทางการเรียนและกลยุทธทางการเรียนการสอน ซึ่งภาระการแก้ปัญหานี้เองเป็นเรื่องยาก เนื่องด้วยเหตุผลทางการตระหนักรู้ทางภาษาศาสตร์และวาทกรรมต่าง ๆ

ระเบียบวิธีวิจัย

ในงานวิจัยชิ้นนี้ผู้เข้าร่วมคือผู้เรียนพิเศษที่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 11-18 ปี ทีมงานผู้วิจัยประกอบไปด้วยครูภาษาอังกฤษ4 ท่าน 1. เจ้าของภาษา 2. ชาวจีน 3. และ 4. รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยใกล้เคียง

การจัดกลุ่มผู้เข้าร่วมการทำวิจัยนี้ได้ถูกจัดกลุ่มโดยใช้ Learning Disability provided in D.S.M. IV.

1.ผู้เรียนได้รับการวินิจฉัยโดยใช้เกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น จากนั้นจัดกลุ่มในโรงเรียนพิเศษ ผู้วัยไม่เลือกให้บันทึกข้อมูลจากโรงเรียนของผู้เรียน

2.ผู้เรียนที่แสดงความสามารถทางภาษาอังกฤษและภาษาจีน ประเมินโดยผู้สอน

3.ผู้เรียนไม่มีปัญหาทางพฤติกรรมและสติปัญญา

ในกระบวนการใช้การสอนแบบอรรธลักษณะผู้วิจัยมุ่งเน้นในการใช้รูปแบบกรรมวิธี (procedural genre) และ

แบบกิจกรรมวางแผน (planned activities) โดยผู้วิจัยเชื่อมโยงกับหัวข้อที่มอบหมายให้ผู้เรียน “ฮาโลวีน” ในการสอนนั้นผู้วิจัยใช้การกล่าวซ้ำ ๆ ของคำศัพท์ และโครงสร้างข้อความ ในวิธีการนี้เด็ก ๆ ยังต้องแสดงถึงประสบการณ์ของตนเองออกมา ซึ่งผู้เรียนที่แตกต่างกันตามประสบการณ์นั้นจะได้ซัมซึมข้อความ

การดำเนินการวิจัยตามลำดับดังนี้

1.ขั้นสร้างแบบจำลองตัวบท: เลือกข้อความและวางแผนกิจกรรม เช่น กิจกรรมการทำหน้ากาก ผู้เรียนสร้างข้อข้อความโดยการอภิปรายคำศัพท์ ผ่านการทำหน้ากาก ดังนั้นผู้เรียนจะเข้าใจกระบวนการของหน้าที่ข้อความในบริบท

2.เชื่อโยงการสร้าง. ขั้นตอนนี้ผู้เรียนสร้างข้อความแบบเชื่อมโยงข้อความและทบทวนคำศัพท์และรูปแบบภาษา ในขั้นนี้ผู้สอนจะนำโดยการสร้างคำถามให้ผู้เรียนได้ทบทวนกระบวนการในขั้นแรก ขั้นนี้ผู้เรียนจะได้พัฒนาทักษะทางภาษาและกระบวนการอธิบายภาษา

3.การสร้างอิสระ: หลังจากผ่านขั้นตอนการผลิตภาษาและอภิปรายการใช้ภาษาภายใต้การดูแลของผู้สอนแล้วนั้น ผู้เรียนในขั้นนี้เป็นผู้สร้างเองโดยผ่านการเขียน ว่าผู้เรียนเข้าใจขั้นตอนทั้ง 3 แล้วหรือไม่ 1. เป้าหมาย 2. ขั้นตอน และ 3. วัสดุอุปกรณ์

การทบทวนวิธีการสอน: มุ่งเน้นการรายงาน

ในภาคส่วนแรก ผู้เรียนเข้าใจและสามารถสร้างกระบวนการของข้อความได้ แต่อย่างไรก็ตามผู้เรียนประสบปัญหาทางประสบการณ์และคำศัพท์

ดังนั้นในภาคส่วนที่สอง ผู้วิจัยมุ่งเน้นศึกษาการรายงาน ในขั้นนี้ผู้เรียนประสบปัญหาคำศัพท์ในการใช้วิธีการสอนแบบกิจกรรม โดยการใช้บัตรคำ ผู้วิจัยมุ่งเน้นคำศัพท์เกี่ยวกับประสาทสัมผัส การทดสอบใช้อาหารต่าง ๆ สัมผัสของอาหารที่ต่างกันออกไป เป็นต้น

ผู้เรียนสามารถเขียนบรรยายสัมผัสโดยใช้วงคำศัพท์ใหม่ และโครงสร้างประโยคของการรายงานข้อมูล ดังนั้นจึงเห็นว่าการใช้กิจกรรมสามารถพัฒนาทักษะภาษาและศักยภาพทางด้านการรับรู้ของผู้เรียน

วิจัยชิ้นนี้ แสดงถึงข้อดีของการใช้กิจกรรมส่งเสริมการเรียน ผู้เรียนตระหนักรู้ภาษาได้ผ่านกิจกรรม ถึงแม้ว่าผู้วิจัยจะเลือกกลุ่มผู้รับการวิจัยเป็นผู้เรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้แล้วก็ตาม การเรียนรู้แบบใช้กิจกรรมก็ยังส่งเสริมการเรียนรู้ภาษา ผนวกกับการใช้การสอนแบบอรรธลักษณะที่มีการใช้การสอนแบบเน้นเนื้อความ โดยผู้สอนนั้นต้องการศึกษาการเขียนแบบลำดับขั้น และการเขียนบรรยายประสาทสัมผัสของผู้เข้ารับการวิจัย ซึ่งผลออกมาว่า การผนวกของการสอนสองแบบนี้ส่งเสริมให้การเรียนภาษาอังกฤษประสบความสำเร็จได้