ดูเหมือนเดือนเมษายปีนี้ช่างยาวนานเกินความจำเป็นไปแล้ว...ยิ่งบวกกับ
ความร้อนแบบไม่ปรานีปราศรัยด้วยแล้ว ยิ่งดูเหมือนเวลาจะผ่านไป
อย่างอีดอาดยืดยาดเสียจริง ๆ
ผุู้ปกครองก็อยากให้โรงเรียนเปิดไว ๆ เพราะอยากให้ลูกหลานไปโรงเรียน
อยู่บ้าน ก็เล่นซน แถมยังเปลืองค่าขนมมากกว่าไปโรงเรียนเสียอีก...ว่ากันไป..
เมื่อวาน...มีคุณแม่อดีตลูกศิษย์คนหนึ่งแบกความหนักอกหนักใจมาเล่าเชิง
ขอคำปรึกษาจากคุณมะเดื่อเรื่องลูกชายของเขา ซึ่งปัจจุบันกำลังขึ้นชั้น ม.4
คุณมะเดื่อเคยสอนเขาเมื่องตอนอยู่ ป.4 - ป.6 เด็กชายคนนี้เป็นเด็กเรียนเก่ง
มากสมัยเมื่อตอนเรียนประถม...แต่ปัจจุบัน การเรียนลดฮวบฮาบ สาเหตุเพราะ
......ติดเกมคอมพิวเตอร์....
" ทำยังไงดีล่ะครู....มีวิธีแก้ไขอะไรบ้างไหม...เขาเล่นวันละ 12 ชั่วโมง "
คุณแม่พูดด้วยเสียงวิตกกังวลและหมดหวังกับลูกชายคนนี้
" มันแก้ไขยากแล้วนะ เขาโตแล้ว ถ้าแก้ไขช่วงเขาอยู่ประถมก็พอจะมีทาง"
คุณมะเดื่อพูดไปตามเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้
" ตอนนั้นเขาเล่นวันละชั่วโมง " คุณแม่แย้ง " แต่ตอนนี้วันละ 12 ชั่วโมง"
ในวัยประถม เด็กชายคนนี้อยู่กับยาย พ่อกับแม่แยกทางกัน แม่ไปทำงานที่
กทม. ส่วนพ่อเป็นตำรวจ ก็ไม่มีเวลาจะอยู่ดูแลลูก จึงให้อยู่กับยาย นาน ๆ
แม่ หรือพ่อ ก็จะมีเยี่ยมสักครั้ง พอเด็กชายเรียนชั้น ป.2 -ป. 3 ก็เริ่มเล่นเกม
คอม ฯ ได้ ทุกวันหยุด ยายก็จะพานั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ ไปทิ้งไว้ร้านเกม
เหตุผลหลัก ๆ คือ ดีกว่าให้อยู่บ้าน เพราะไม่มีเพื่อน .... ต่อมาเมื่อเด็กชาย
เรียน ป.4 - ป.6 เมื่อกลับถึงบ้านในเวลาเย็นก็จะไปอยู่ที่ร้านเกม เรียกว่าเพิ่ม
เวลาเล่น....แต่ชีวิตประจำวัน และการเรียนก็ยังไม่กระทบอะไรนัก...ครูยัง
ควบคุมดูแลเรื่องการเรียนอยู่ ยายก็ยังดูแลใกล้ชิดเมื่ออยู่บ้าน
พอขึ้นชั้นมัธยม เด็กชายไปเรียนต่อที่โรงเรียนประจำจังหวัด ไปอยู่กับน้า ที่
เป็นพยาบาล และมีบ้านพักอยู่ใกล้กับโรงเรียน แต่...น้าก็ไม่มีเวลาจะดูแล
เด็กชายอย่างเต็มเวลา เพราะงาน และน้ายังมีลูกเล็ก ๆ อีก 2 คนด้วย...
ในที่สุด.......เด็กชายกลายเป็นเด็กติดเกมอย่างหนัก....
" ถ้าให้เขาไปอยู่โรงเรียนประจำ ครูว่าจะดีกว่าไหม..." คุณแม่ถามความเห็น
เพราะคิดว่า ถ้าลูกไปอยู่โรงเรียนประจำก็อาจจะห่างจากเกม เพราะคงไม่มีเกม
ให้เล่นอย่างทุกวันนี้ อีกอย่าง กฏ ระเบียบของหอพัก ก็อาจช่วยให้เขาห่าง
จากเกมได้
" ก็คงต้องลองดูนะ แต่....เขาจะยอมไปเรียนต่อที่นั่นหรือเปล่าล่ะ " คุณมะเดื่อ
ย้อนถามให้คุณแม่ได้คิด เพราะถ้าเขาไม่ไป คุณแม่ก็คงบังคับเขาไม่ได้
" นั่นแหละเป็นเรื่องใหญ่ที่ฉันยังคิดไม่ตก..." คุณแม่มีสีหน้าวิตกหนักขึ้น
.....................................
อากาศร้อนจัดแบบนี้ .... หลบเข้าที่ร่มเย็นฉ่ำดีกว่า....อะไรก็ไม่ดีเท่าหลบ
แดดเข้าห้าง เพราะนอกจากได้เดินดูของถูกตาต้องใจแล้ว...ที่สำคัญคือได้
ตากแอร์เย็นฉ่ำ...แบบไม่ต้องเปลืองค่าไฟด้วยนะ....แต่เมืองกุยบุรีบ้านฉัน..
ไม่มีห้างใหญ่ ห้างโตเหมือนเมืองอื่น ๆ จะมีก็แค่..." มินิมาร์ท"
ร้านสะดวกซื้อเท่านั้น แต่...แค่นี้ก็หรูแล้ว...
.
ระยะนี้ แวะร้านสะดวกซื้อหลบร้อนคราใด ตรงมุมหนังสือ มักเจอน้องผู้ชายคน
หนึ่ง อยู่ในวัยรุ่น ถ้าเรียนหนังสือคงราว ๆ ม.ต้น ( แต่ดูร่างกายสมบูรณ์ดี)
นั่งก้มหน้าก้มตา อ่านหนังสือในมือ อย่างไม่สนใจคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแต่
อย่างใด
เห็นบ่อย ๆ คุณมะเดื่อจึงเกิดสนใจในพฤติกรรมของน้องคนนี้ (ตามประสาครู)
จึงเอ่ยทักทาย
" อ่านหนังสือสนุกไหม "
"..........." น้องคนนั้น ไม่ตอบในทันที แต่ยิ้มให้คุณมะเดื่อ ก่อนพูดเบา ๆ
พร้อมกับพยักหน้า...." สนุกครับ "
พอเห็นหน้าถนัด........ใบหน้านั้นบ่งบอกถึงลักษณะของ " เด็กพิเศษ" อย่างที่
ครูอย่างคุณมะเดื่อซึ่ีงคุ้นเคยกับเด็กพิเศษพอสมควร จะสังเกตได้ทันที ถึงแม้
ใบหน้านั้นจะไม่ได้แสดงออกมากมาย
" มาอ่านทุกวันเหรอ " คุณมะเดื่อถามต่อ เพราะยิ่งเป็นเด็กพิเศษแล้วมานั่ง
ประจำตรงมุมหนังสืออย่างนี้ ยิ่งน่าสนใจนัก
" ครับ มากทุกวัน " น้องตอบ
" บ้านอยู่ไหนล่ะจ๊ะ " คุณมะเดื่อถามต่อ.............................
จากการสนทนาในเวลาสั้น ๆ ทำให้คุณมะเดื่อทราบว่า น้องคนนี้มีบ้านอยู่
ที่ไหน และชื่ออะไร เขาไม่ได้เรียนหนังสือ (หมายถึงขณะนี้ไม่ได้เรียน)
แต่ไม่ได้ถามว่าจบชั้นไหน แต่เขาชอบอ่านหนังสือมาก อ่านไปเรื่อย ๆ
ทุกอย่าง จนน่าจะเรียกว่า…ติดหนังสืิองอมแงม….ก็คงจะได้นะ
สองคน สองมุม สองติด. แต่….แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ….เฮ้อ…!
มิตรรักแฟนเพลงของคุณมะเดื่ออ่านมาจนถึงบรรทัดนี้แล้ว…………….
มีคิดเห็นอย่างไรกันบ้างจ๊ะ…..?????






คนหนึ่งติดเกม
คนหนึ่งติดหนังสือ
ครูติด gotoknow 555
ขอบคุณครับที่เขียนให้อ่าน
หวัดดีน้องอาจารย์ขจิต
เด็กติดเกม ครูติดโก....อิ อิ ปรับระยะบรรทัด กับขนาดตัวอักษรยากจังเลยอ่ะนะ ปรับหลาบตลบแล้วก็ยังกระโดด ๆ อยู่เลย
.... ติด gotoknow ... คือความสุข นะคะ
ใช่เลยจ้ะพี่หมอเปิ้น
โกทูโน คือพื้นที่แห่งความสุขจ้ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ่ะ
...ความสำคัญอยู่ที่ ใครจะสามารถรวมหนังสือกับเกม เข้าด้วยกันได้...เกมหนังสือ ...เกมที่สร้างสรรค์ให้ความรู้ ...ก็เป็นสิ่งที่ดีติดแล้วเกิดประโยชน์นะคะ
สวัสดีจ้ะท่าน ดร.พจนา
ใช่จ้ะ ถ้าหากมีวิธีรวมเกมกับหนังสือเข้าด้วยกันได้ จะเป็นความวิเศษสุดจริง ๆ จ้ะ น่าคิดนะจ๊ะ ขอบคุณจ้ะ
เด็กติดเกม เป็นเรื่องใหญ่แล้วนะคะ ต้องเริ่มที่การจัดการที่บ้านส่วนหนึ่ง กับร้านเกมอีกส่วนหนึ่ง
พี่คิดไม่ออกจริงๆ แต่หนักใจแทนพ่อแม่
ทำให้เด็กๆ หันมาติดหนังสือคงจะเยี่ยมเลยละ
..สัวสดีครับ ..คุณมะเดื่อ..
..คนมีโอกาสไม่ใช้โอกาส.ผิดกับคนที่ไม่มีโอกาสแต่พยายามให้โอกาส...
...เมื่อไรที่จุดแห่งความสมดุลจะมาบรรจบกัน...
...ก็คงต้องรอโอกาสต่อไปอีกใช่หรือไม่..
-สวัสดีครับครู
-สมกับเป็นแม่พิมพ์จริง ๆนะครับ ฮ่า ๆ
-ได้ข้อมูลเพียบ..อิๆ
-พรุ่งนี้เดินทางปลอดภัยนะครับ
-แล้วเจอกันครับครู..
อีเรียม ..ก็เข้ามาจ๊ะ.. ยังรออยู่นะคะ
สวัสดีจ้ะพี่นุ้ย
ยังคิดไม่ออกเหมือนกันจ้ะว่าจะให้ หนังสือกับเกม มันเป็นเรื่งอเดียวกันได้ยังไง ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ
สวัสดีจ้ะท่าน ผอ.หนาน
ดีใจที่ยังไม่ลืมกันนะจ๊ะ เมื่อไรจะมีบันทึกให้อ่านอีกจ๊ะ
หวัดดีคุณเพชร
คุณมะเดื่อกลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้วจ้ะ วางโปรแกรมกับลุงวอไว้ว่า ทริปหน้า เป็น " ป่าละอู ห้วยสัตว์ใหญ่ และช่างหัวมัน " จ้ะ สนใจไหมจ๊ะ เคลียร์งานว่างได้วันไหนบ้างจ๊ะ
หวัดดีท่านผอ.คนขยัน
ดีใจที่ท่านปลอดภัยจากเหตุแผ่นดินไหวจ้ะ รู้ข่าวก็เป็นห่วงมาก ๆ แต่ก็โล่งใจแล้ว
พ่อแม่ผู้ปกครองมักจะไม่ค่อยป้องกันปัญหานะคะ พอมีปัญหาเกิดขึ้นถ้ายังไม่หนักก็จะยังไม่ตื่นตัว รอจนแก้ได้ยากแล้วจึงดิ้นรนหาทางแก้ไข ซึ่งทำได้ยากยิ่ง
ปัญหาเด็กติดเกมมีการศึกษาวิจัยไว้มากพอสมควร และมีแนวทางป้องกัน-แก้ปัญหาให้ด้วย สามาุถสืบค้นด้วยคำค้น "เด็กติดเกม" นะคะ