หลายปีก่อนเคยได้ดูหนังสปปล.เรื่อง "สบายดีหลวงพระบาง" ปี ๕๑ (ยังมีตอนที่ ๒ ปี ๕๓ และปี ๕๔) ที่มีพระเอกจากเมืองไทยคือ "อานันดา" ส่วนนางเอกคือ ชาวสปปล. นั่นคือ "คำลี่ พิลาวง" ดีกรี Miss Lux ปี ๒๐๐๖ ที่สร้างโดยสองบริษัทของสองประเทศ (ไทย-ลาว) คือ บ.สปาตาและลาวอาร์มีเดีย เนื้อหาของหนังเรื่องนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว (ถ่ายภาพ) ของพระเอกที่ประเทศลาว ที่ต้องอาศัยไกด์สาวชาวลาว จนเกิดความสัมพันธ์พิเศษขึ้นมา

                                                                                        

เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือ วัฒนธรรมของลาวที่ดูยังบริสุทธิ์ อบอุ่น อยู่กับธรรมชาติ ไม่ว่าการแต่งตัว การอยู่การกิน ที่มีเสน่ห์ต่อภาพพจน์ของผู้คนทั้งประเทศคือ สาวคำลี่นางเอกที่พูดจาภาษาลาวได้อย่างไม่เคอะเขิน นุ่นนวนชวนฟัง ประกอบกับหน้าตา ที่เหมือนคนไทย สวยมีเสน่ห์ น่ารัก จนชายไทยได้ดู ต้องอินไปกับบทบาทของเธอแน่นอน

ในขณะไอ้จ่อยอนันดาพูดภาษาไทยแบบไม่ค่อยกลมกลืนกับวัฒนธรรมของชาวลาว ทั้งๆ ที่อนันดาเองก็มีเชื้อลาวอยู่ครึ่งหนึ่ง เหมือนออกจะเคอะเขินหากจะพูดภาษาลาวตามเชื้อของตน เช่น ตอนนางเอกนำร่มมาคืน ที่พูดภาษาอังกฤษ แต่พระเอกบอกว่า พูดภาษาลาวได้ผมเข้าใจ อีกมุมยังนำวิธีคิด การแสดงออกแบบไทยใส่เข้าไปด้วย ควรจะปฏิบัติตนให้กลมกลืนกับท้องถิ่นจะดีกว่า (ผู้สร้างควรใส่ใจรายละเอียดมากกว่านี้) เช่น ตอนนางเอกหลงทาง พระเอกกลับยืนยันทัศนะของตน ฯ

อีกเรื่องที่ผู้เขียนเห็นหนังเรื่องนี้แสะท้อนออกมาคือ วัฒนธรรม การเอาใจต่างชาติ การแสดงออกต่อชาวชาติ ชาวลาวจะละเอียดมาก เรื่อง ความรัก การแต่งงาน (มิใช่เหมือนแบบไทย) วัดวาอาราม พระสงฆ์ การไปไหนมาไหนกันสองต่อสอง ฯ ซึ่งสะท้อนออกมาทางสื่อที่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของชาวลาว

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเรื่องนี้ถือว่า เป็นเรื่องที่แปลก น่ารัก และเป็นการสร้างสรรค์สองวัฒนธรรม ที่เราไม่ค่อยเห็นผู้สร้างร่วมมือกันมาก่อนครับ

                                                                    

 

อีกเรื่องหนึ่งที่เพิ่งได้ดูจากยูทุบคือเรื่อง "ฮักอ่ำหล่ำ" ปีที่แล้ว เป็นหนังสายเลือดลาวแท้ๆ ที่แสดงวัฒนธรรมออกมาได้อย่างลงตัวและกลมกลืน ดาราแสดงออกไม่เคอะเขิน นวนเนียนสอบผ่าน แม้จะใช้ฉากแบบบ้านนอกก็ตาม

เสน่ห์เรื่องนี้คือ นางเอก "กิ๊ก-ไพลินดา พิลาวัน" นางเอกเรื่องนี้แสดงได้อ่อนหวานปนเศร้าได้ดี บทเข้มแข็งก็ออกออกได้ธรรมชาติมาก มีดีกรีระดับนางสาวลาวปี ๒๐๐๙ ทีเดียว เธอบอกวัฒนธรรมลาวว่า  "ผู้หญิงกับผู้ชายลาวก็มีความเท่าเทียมกัน แต่สุดท้ายแล้ว หัวหน้าครอบครัวก็ต้องเป็นผู้ชาย เพราะโลกมันเปลี่ยนไป ผู้หญิงก็ทำงานไม่ด้อยไปกว่าผู้ชาย แต่ในความเป็นแม่บ้านแม่เรือนก็ยังต้องมีอยู่ อย่างกิ๊กเองทำอาหารเป็นบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นบ้านของลาว สิ่งเหล่านี้ กิ๊กได้มาจากคุณพ่อที่จะชอบเข้าครัวทำอาหารให้กินตั้งแต่เด็ก ๆ ส่วนแม่ก็เข้าครัวบ้าง สลับกันกับคุณพ่อค่ะ"

                           

เรื่องมุกตลกก็เป็นเสน่ห์ที่คนไทยคุ้นเคยดีจากตลกเมืองไทย ภาษาก็เช่นกันมีความใกล้เคียงด้านสำเนียงไทยอีสาน และเสน่ห์ด้านทำเลการถ่ายทำที่เน้นตามชนบทแบบธรรมชาติเดิมๆ ของบ้านชาวชนบทเหมือนอีสานสมัยก่อน

ที่มีเสน่ห์มากคือ การดำเนินเรื่อง ไม่เครียด ไม่จริงจังเกินไป มีการยิงมุกตลอดเรื่อง ที่ดูจะเครียดนิดก็ตรงบทพระนาง ที่งอนง้อกัน ด้วบทซึ้งๆ และแสดงได้เนียนดีถึงอารมณ์คนรักของหนุ่มสาว ที่ดูสนุกเข้าไปอีกคือ บทเพลงสนุกเฮฮา รวมถึงเสียงแคนด้วย ฯ

ทำให้ดูแล้วรู้สึกสนุก เพลิดเพลินกับเรื่องคุ้นๆ อยู่กับวิถีแบบชาวบ้าน โดยเฉพาะชาวอีสาน นี่คือ หนังที่เป็นสื่อที่ไร้กำแพงด้านวัฒนธรรม ด่านประตู ทะเบียน พาสปอร์ตใดๆครับ ทำให้วัฒนธรรมต่างๆ ไหลบ่า หรือตอบสนอง ด้วยการเสนอบทบาทของวิถีชีวิตของแต่ละท้องถิ่นได้ดี อันที่จริง นางเอกสาวลาวคนหนึ่งเคยแสดงละครช่อง ๗ นำร่องมาก่อนคือ "อเล็กซานดร้า" ครับ

ที่น่าชื่นชม วัฒนธรรมลาวคือ วัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกับประเทศไทยมาก เช่น ภาษา อาหาร หน้าตา วัด วังบ้าน ป่า นา หนอง เหมือนกันมากทีเดียว ดูเหมือนว่า ไทยจะหนีพี่น้องชาวลาวออกไปมาก เพราะบ้าฝรั่งไปมากแล้ว มองเห็นวัฒนธรรมบ้านใกล้เรือนเคียง เป็นแค่โลกที่สาม แล้วไงละ โลกที่หนึ่ง ที่สอง เจริญแล้วอะไรเสียไป มีผลต่อวิถีชีวิตอย่างไร

คนไทยมองเห็นรากเหง้าของตนเองหรือไม่ แม้แต่พฤติกรรมการเล่นสงกรานต์ อีกไม่นานฝรั่งคงจะมาจัดเองแบบเบ็ดเสร็จเป็นแน่

--------------------<๑๒-๔-๕๗>-----------------------