สืบเนื่องจากโครงการกิจกรรมบำบัดจัดการความสุขตลอด 10 สัปดาห์ที่ผ่านมาของครอบครัวน้อง ป. คลิกอ่านทบทวนที่นี่
สัปดาห์ที่ 11 นี้เป็นหัวข้อ "การจัดการอารมณ์" ผมใช้เทคนิค Perceptual Positions ของ Neuro-Linguistic Programming หรือ NLP และสื่อกิจกรรมบำบัดด้าน Teaching & Learning Process
ขอบคุณที่มาของภาพ Acknowledgement: http://www.kevin-george.com/
เริ่มจากให้น้อง ป. เป็นผู้นำคุณพ่อคุณแม่เดินไปรับบอลที่อ.แอน โดยตั้งเงื่อนไขว่า ทั้ง 3 ท่านถือเชือกด้วยมือขวาแล้วอย่าให้เชือกหย่อนเวลาเดิน เดินให้เป็นทีม และคุณพ่อจะขัดแย้งในการเดินถ้าผู้นำไม่สื่อสาร ส่วนคุณแม่จะยอมตามในการเดินทุกกรณี แล้วฟังว่า "อ.แอนจะพอใจในการเดินให้เป็นทีมหรือไม่อย่างไร" ... ครอบครัวนี้ต้องใช้การเดินถึง 3 รอบแถมมีปลายเชือกขาดในรอบที่ 2 เพราะดร.ป๊อปต้องกระตุ้นให้น้องป.สื่อสารด้วยภาษากายและภาษาพูดกับคุณพ่อและคุณแม่ เพ่ื่อให้ครอบครัวนี้ตระหนักรู้ถึงความเป็นทีม (WE)
จากนั้นดร.ป๊อปต้องปรับกระบวนการจาก NLP เดิมบ้างเพื่อให้ครอบครัวนี้ได้ยืดหยุ่นทางจิต (ความคิด) และอ่อนโยนทางใจ (อารมณ์) เพิ่มขึ้นโดยแต่ละท่านเลียนแบบตา ท่าทาง การนั่ง รอยยิ้ม และความรู้สึกของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งแต่ละท่านจะสื่อสารภายในใจด้วยคำพูดที่อยากสื่อสารกับคนๆนั้นอย่างจริงใจแล้วเขียนใส่ไว้บนกระดาษ ซึ่งสมองจะสื่อสารทางภาษากายออกมาเองผ่านจิตใต้สำนึก แต่ละท่านจับคู่แล้วเลียนแบบระหว่างฉัน (I) กับคุณ (YOU) จากนั้นก็ให้คุณ (YOU) ไปสื่อสารให้เขา (THEY) กลายเป็นพวกเรา (WE) ให้ได้มากที่สุด ซึ่งครอบครัวนี้ก็ทำได้สำเร็จแต่ดร.ป๊อปต้องกระตุ้นแต่ละท่าน 2-3 ครั้ง และสุดท้ายก็ปล่อยตามธรรมชาติโดยดร.ป๊อปไม่ต้องกระตุ้นและเป็นผู้สังเกตการณ์ร่วมกับอ.แอน (THEY) ทำให้เห็นบรรยากาศของครอบครัวที่งดงามเต็มไปด้วยความห่วงใยและความรักแท้ระหว่างพ่อแม่ลูก จากที่น้องป.ที่มีประสบการณ์จิตเภท (เน้นความคิดที่มีเหตุผลมากเกินไป) ได้ค่อยๆดึงความรู้สึกผ่านจิตใต้สำนึกด้วยสีหน้า ท่าทาง และคำพูด สื่อสารถึงประเด็นว่า "ถ้าพ่อแม่ไม่อยู่แล้วลูกจะอยู่อย่างไร จะทำงานอย่างไร ฯลฯ"
ผมรู้สึกและรับรู้ความสุขที่สัมพันธ์กันระหว่างจิต ใจ และกาย เมื่อเห็นว่าพ่อแม่ลูกได้สัมผัสมือ สบตา และร่วมพูดว่า "เรา (WE) จะช่วยเหลือกันและเข้าใจกันมากขึ้น" และก่อนปิดกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันคุณพ่อที่เป็นผู้นำครอบครัวนี้ แต่กลายเป็นผู้ตามในกิจกรรมวันนี้ ได้บอกความรู้สึกว่า "เราไม่เคยสื่อสารกันด้วยความรู้สึกร่วมแบบนี้ เคยพยายามลองทำแล้วแต่ไม่เคยสำเร็จเพราะมีอารมณ์ลบทุกครั้ง วันนี้ขอบคุณมากๆครับ" จากนั้นทุกคนประทับใจและได้กอดกันอย่างอบอุ่น...ทำให้ดร.ป๊อปอดไม่ได้ที่จะกอดแต่ละท่านด้วยความรู้สึกที่เป็น THEY จึงได้เป็น WE กับครอบครัวนี้ได้อย่างไว้ใจ
ท้ายสุดนี้เราจะเห็นว่า ครอบครัวที่ไม่เข้าใจการสื่อสารที่เชื่อมโยงกันระหว่างจิต ใจ และกายในเวลาที่นานเกินไปอาจทำให้ค่อยๆสะสมความขัดแย้งภายในครอบครัวที่ไม่สามารถสื่อสารได้อย่างไว้ใจอันก่อให้เกิดอารมณ์เชิงลบรุนแรงขึ้นได้พร้อมกับลดปฏิสัมพันธ์ภายในครอบครัว...ซึ่งครอบครัวนี้ก็ดูเครียดกันทุกท่านโดยเฉพาะน้องป.ที่ไม่ค่อยพูดและเรียนหนักมากในอดีตจนทำให้เกิดประสบการณ์โรคจิตเภทในที่สุด
ดร.ป๊อปจึงมอบให้คุณพ่อคุณแม่และน้องป.ได้ฝึกการจัดการอารมณ์แบบนี้อีก 3 รอบ ที่บ้านหรือนอกบ้านได้ในช่วงอีก 1 อาทิตย์ โดยให้น้องป.ทบทวนชีวิตตนเองให้เกิดคำตอบในจิต ใจ และกายที่ตกผลึกว่า "ครั้งที่ 12 ของการเข้าโปรแกรมกิจกรรมบำบัดจัดการความสุข...เป็นหัวข้อ "การตัดสินใจ" ว่า น้องป.จะตัดสินใจให้ชีวิตเป็นอย่างไร เช่น จะเรียนต่อ หรือ จะทำงานอะไร" จากนั้นทางนักกิจกรรมบำบัดจะได้ออกแบบโปรแกรมการเตรียมความพร้อมต่อบริบทการศึกษาหรือการประกอบอาชีพต่อไปอีกไม่เกิน 6 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าในการเพิ่มทักษะชีวิตของน้องป.
และดร.ป๊อปขอขอบคุณอ.แอนที่ช่วยบันทึกความรักของครอบครัวนี้ในอีกบันทึกหนึ่ง

ขอบคุณกิจกรรมดี ๆ นะคะ Dr.Pop ความรู้สึก "เรา" เป็นพื้นฐานของความไว้วางใจ อบอุ่นใจในครอบครัวนะคะ
ขอบคุณมากๆครับพี่หมอธิรัมภา พี่ดร.จันทวรรณ คุณยายธี และคุณนีโอ..เบเกอร์รี่ ขอให้ทุกท่านมีความสุขในปีใหม่ไทยนะครับผม
เป็นกุศลอันยิ่งใหญ่สำหรับครอบครัวนี้เลยนะคะ ขอบคุณน้องป๊อบที่เอามาเล่าด้วยค่ะ บ้านเราน่าจะมีปัญหานี้ในครอบครัวทั่วไปไม่น้อยเลยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณมากๆครับพี่โอ๋และคุณ tuknarak รวมทั้งคุณดารนี
พี่ตามไปอ่านบันทึก อ.แอน และได้ติดตามอ.แอนด้วยค่ะ เพื่อเติมความรู้ให้ตัวเอง
ตามมาอ่าน
จากบันทึกอาจารย์แอน
ได้ความรู้เรื่องครอบครัวบ้านเรามากเลยครับ
ขอบคุณมากๆครับพี่ nui และพี่ขจิต ขอส่งความสุขมากๆให้พี่ๆทั้งสองท่านครับผม