รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันดำรงตำแหน่งคณะกรรมการในรัฐวิสาหกิจ  6 แห่ง เนื่องจากกฎหมายจัดตั้งกำหนดไว้ให้เป็นโดยตำแหน่งและไม่สามารถลาออกได้ถามกลับ คุณหญิงจารุวรรณ ทราบดีแล้วว่าไม่ผิด ทำไมต้องทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและประธาน คมช. ให้ตรวจสอบม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เพื่อให้ดำเนินการกับข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการในรัฐวิสากิจเกิน 3 แห่ง ซึ่งได้ระบุชื่อของ        ม.ร.ว.ปรีดิยาธร รวมอยู่ด้วย โดยให้ชื่อผ่านสื่อมวลชนว่าได้เป็นคณะกรรมการถึง 8 แห่ง คือ 1. คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย    2. คณะกรรมการทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน   3. คณะกรรมการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 4.คณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)   5. คณะกรรมการตรวจสอบ ก.ล.ต.   6. คณะกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บสท.)    7. คณะกรรมการตรวจสอบ บสท.  และ 8. คณะกรรมการบริษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บสก.) ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ตามความเป็นจริงแล้วคณะกรรมการตรวจสอบของ ก.ล.ต. และ บสท. ถือว่าเป็นการทำงานในชุดเดียวกัน แต่ได้มีการพยายามชี้ให้เห็นว่าเป็นกรรมการหลายชุด แต่ความจริงแล้วเป็นการดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจที่กฎหมายจัดตั้งกำหนดให้เป็นกรรมการในองค์กรต่าง ๆ 6 แห่ง ตามกฎหมายและก็เป็นกรรมการในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ได้ลาออกไปแล้วและมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี     นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้เคยสอบถามเรื่องดังกล่าวไปยัง คณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการในรัฐวิสาหกิจเกิน 3 แห่ง ซึ่งทางกฤษฎีกาได้ตอบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยระบุว่า การเป็นกรรมการโดยตำแหน่งกฎหมายจัดตั้งของรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการจะลาออกไม่ได้ เพราะกฎหมายบังคับให้เป็นคณะกรรมการ แม้จะดำรงตำแหน่งเกิน 3 แห่งก็ตาม   ดังนั้น จึงไม่ขัดกับ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ สำหรับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงต่าง ๆ ทั้งหมด 14 ราย ได้ให้กลับไปดูว่าเป็นการดำรงตำแหน่งอย่างไรบ้าง หากเป็นกรรมการโดยตำแหน่งถูกต้อง ก็พร้อมชี้แจง แต่หากผิดก็พร้อมทำการแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งคาดว่าจะทราบรายละเอียดทั้งหมดภายใน 1 สัปดาห์   ในเรื่องนี้ผู้ว่า สตง. ก็ทราบเรื่องดีว่าเป็นการดำรงตำแหน่งในช่วงเป็นผู้ว่า ธปท. แต่ยังได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและประธาน คมช. ให้ดำเนินการแก่ผู้เป็นกรรมการ      ในรัฐวิสาหกิจ จึงเห็นว่าเรื่องดังกล่าว เป็นขบวนการที่จ้องทำลายเชื่อเสียง ใส่ความ เพื่อเป็นการรักษาเกียรติยศ ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล จึงต้องออกมาชี้แจงให้รับทราบรองนายกรัฐมนตรี กล่าวคม ชัด ลึก  31  ต.ค.  49