วันนี้ (๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗) ผมได้รับ FB จากครูตุ๋ม ครูเพื่อศิษย์ เจ้าของผลงานการเรียนการสอน ๖ ขั้น เพื่อพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ ของนักเรียนพิเศษ (อ่านเรื่องของท่านที่ผมเขียนไว้ที่นี่ครับ) ท่านเขียนบทความลงเผยแพร่ใน FB เกี่ยวกับ PBL และ PLC โดยยกตัวอย่างการจัดการเรียนการสอนของท่านด้วย ดังที่ผมคัดลอกมาวางไว้ด้านล่างนี้ .... และให้เกียรติผมในการสะท้อนความเห็นต่อบทความของท่านด้วยคำถามผมว่า ......"การบ้านค่ะอาจารย์ไม่ทราบว่าถูกต้องไหม".... ผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์และเป็นตัวอย่างต่อครูเพื่อศิษย์ท่านอื่นๆ ต่อไป จึงนำมาบันทึกไว้ให้อ่านครับ
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
บทความโดย ครูตุ๋ม
กระบวนการเรียนรู้แบบ PBL (Problem-based Learning) คือ วิธีการเรียนการสอนที่ใช้ปัญหาหรือสถานการณ์เป็นจุดเริ่มต้นของการแสวงหาความรู้ ซึ่งเป็นการเรียนที่พัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหา การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการทำงานร่วมกันเป็นทีม
ลักษณะเด่นของการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลัก
1. ใช้ปัญหาแท้จริงเป็นตัวกระตุ้นการแก้ปัญหาและเป็นจุดเริ่มต้นในการแสวงหาความรู้อื่น
2. ยืดถือนักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้
3. เน้นทักษะการคิด
4. เรียนโดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อย
5. มีบูรณาการของเนื้อหาความรู้
6. การเรียนโดยการกำกับตนเอง (Self – directed learning)
กระบวนการเรียนรู้แบบ PLC (Professional Learning Community)คือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดการความรู้เพื่อยกระดับ PBLให้ตอบสนองต่อทักษะอนาคต การพบปะแลกเปลี่ยน PBL กันอย่างต่อเนื่องนี้ เรียกว่า professional learning community หรือ PLC ลักษณะเด่น คือ
1. ครูเป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้
2. ครูและนักเรียนเรียนรู้ไปด้วยกัน
3. ครูและครูเรียนรู้ไปด้วยกัน
PLC คือ
ตัว P คือคำว่า Professional หรือเกี่ยวกับเรื่องงาน เรื่องอาชีพ เรื่องปฏิบัติ นั่นคือเรื่องที่เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ครูหรือเรื่องเด็ก
ตัว L คือคำว่า Learning คือมีการแลกเปลี่ยนแล้วเกิดการเรียนรู้ และ
ตัว C คือคำว่า Community คือมีชุมชนนักปฏิบัติ ร่วมมือพบปะนัดคุย
สรุป PLC คือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องที่เป็นประเด็นปัญหาในกลุ่ม เพื่อนำมาร่วมกันหาแนวทางดำเนินการพัฒนาไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการ เช่น ครูกับผู้บริหาร ครูกับครู ครูกับชุมชน หรือครูกับนักเรียน เมื่อแลกเปลี่ยนแล้วจะได้ข้อสรุปออกมาว่ากลุ่มต้องการอะไร เกิดอะไรขึ้น มีผลกระทบกับใคร จะแก้ไขอย่างไร นำไปสู่ PBL คือพบปัญหาแล้วนำมาออกแบบหาวิธีแก้ไขเพื่อให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้
ขอแลกเปลี่ยนการทำ PLC เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการออกแบบ PBL เรื่อง การเรียนภาษาไทยอย่างไรให้มีความสุขและเข้าใจ
จุดประสงค์
1.เพื่อทราบปัญหาและความต้องการของนักเรียน
2.เพื่อนำปัญหา PBL มาออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ สนองตอบความต้องการนักเรียน
3.เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
4.เพื่อพัฒนาทักษะการคิด การพูด และการสื่อสารอย่างเหมาะสมของนักเรียน
กิจกรรม PLC ระหว่างครูสอนวิชาภาษาไทยกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
1.ครูและนักเรียนนั่งล้อมวงกัน ครูทำหน้าที่เป็นผู้นำการแลกเปลี่ยนโดย
1.1.กำหนดเรื่องที่จะแลกเปลี่ยนวันนี้คือ การเรียนวิชาภาษาไทย
1.2.นักเรียนแต่ละคนพูดถึงปัญหาของตนเอง และความต้องการให้ครบทุกคน
1.3.ครูสรุปปัญหาและจัดลำดับความสำคัญ
1.4.ครูนำปัญหาไปคิดออกแบบการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของนักเรียนตามข้อเท็จจริง
2.ครูรวบรวมปัญหาเพื่อออกแบบการเรียนรู้ (PBL) ซึ่งปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนดังนี้
2.1.เนื้อหาหลักภาษาไทยเยอะมากนักเรียนมีปัญหาเรื่องความรู้และความเข้าใจการนำไปใช้ไม่ถูกต้อง
2.2.นักเรียนเขียนสะกดคำไม่ถูก ลายมือไม่สวย
2.3.นักเรียนเขียนเล่าเรื่อง เขียนตามจิตนาการ เขียนเรียงความไม่ได้
3.ปัญหาเนื้อหาหลักภาษา
3.1.ครูนำมาแต่งนิทานช่วยจำเรื่องมาตราตัวสะกด
3.2.ครูนำมาตราตัวสะกดมาจำแนกออกเป็นสองกลุ่ม คือมาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตรา และมาตราตัวสะกดที่ไม่ตรงตามมาตรา โดยมีคาถาประจำกลุ่มช่วยจำ
3.3.ครูนำมาตราตัวสะกดมาจำแนกเป็นสองกลุ่มคือคำตายและคำเป็นโดยมีคาถาประจำตัวช่วยจำ
3.4.ครูนำเรื่องไตรยางค์มาเขียนคาถาประจำตัวของอักษรสูง อักษรต่ำ อักษรกลาง
3.5.เนื้อหาหลักภาษาไทยครูให้ใช้หนังสือหลักภาษาเป็นสื่อเพื่อสืบค้นความรู้เพิ่มเติม
4.ปัญหาการเขียนสะกดคำไม่ได้ เขียนสะกดคำไม่ถูก คัดลายมือไม่สวย
4.1.ครูให้ใช้พจนานุกรมเป็นสื่อในการสืบค้นคำ เพื่อให้จำรูปคำได้ เขียนสะกดคำถูกต้อง มีทักษะการใช้พจนานุกรม
4.2.ลายมือไม่สวย ครูให้คัดคำเป็นการบ้านจากเรื่องที่เรียน ถ้าพบว่าเขียนไม่ถูกตามอักขรวิธี เขียนไม่สวยครูจะไม่ตำหนิแต่จะพูดคุยให้เห็นข้อบกพร่อง แล้วขอให้ตั้งใจทำใหม่ช้าๆ อดทนใจเย็น ถ้านักเรียนมีการพัฒนาก็ชมเชย หรือจัดประกวดคัดลายมือ
5.ปัญหานักเรียนเขียนเล่าเรื่องไม่ได้ เขียนตามจิตนาการ เขียนเรียงความไม่ได้
5.1.ให้นักเรียนวาดรูปตามใจชอบโดยมีองค์ประกอบอย่างน้อย 5 อย่าง
5.2.ครูตั้งคำถามว่า หนูวาดอะไร มีใครบ้าง เขาทำอะไร ทำที่ไหน ทำอย่างไร
5.3.นักเรียนตอบคำถามครูด้วยปากเปล่าก่อน แล้วครูและนักเรียนก็ช่วยกันนำคำตอบมาเรียนต่อกันโดยใช้คำเชื่อมมาช่วยให้มีความต่อเนื่อง เรื่องราวจะสละสลวยขึ้น
5.4.ครูให้นักเรียนอ่านเรื่องพร้อมๆๆกันแล้วจึงให้ลงมือเขียนเรื่องของตนเองมาส่ง ครูจะช่วยแก้ไขเพิ่มเติมส่วนที่เขียนไม่ถูกในระยะแรกจะช้า ครั้งต่อๆๆไปจะเร็วขึ้นภาษาจะสละสลวยมากขึ้น
5.5.เมื่อเขียนเรื่องเล่าได้เก่งแล้ว ก็ให้เขียนเรื่องตามจินตนาการ เขียนเรียงความผลที่เกิดกับนักเรียน นักเรียนมีความสุขในการเรียน เรียนรู้อย่างมั่นใจ สบายใจในการทำงาน ผลงานจะดีขึ้นตามลำดับตามศักยภาพของนักเรียน มีนักเรียนที่เรียนช้าจะทำงานไม่เรียบร้อยครูจะค่อยๆๆบอก และจะให้นักเรียนที่เรียนดีมาดูแลช่วยเหลือ ครูจะเป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจ ให้แรงเสริมห้ามตำหนิต่อว่านักเรียน เขาจะอายและไม่กล้ามาส่งงานขาดความมั่นใจในตัวเอง เกิดช่องว่างระหว่านวิชาที่เรียนในเชิงลบถ้าปล่อยไว้นานจะเกิดปัญหานักเรียนเบื่อท้อและอาจไม่ชอบวิชาที่เรียน โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยเป็นวิชาทักษะที่ต้องใช้เวลาในการฝึกและเข้าใจเรื่องที่เรียน เพื่อนำไปใช้ให้ถูกต้อง และเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้วิชาอื่นๆ
ความในใจของครูที่อยากบอก
นี่คือการเล่าเรื่องแบบคร่าวๆในการแลกเปลี่ยนที่นำเอาการทำ PLC ระหว่างครูกับนักเรียน
เพื่อนำมาออกแบบโดยใช้ PBL ซึ่งมีการกำหนดเรื่อง กำหนดกลุ่มเป้าหมาย กำหนดวิธีแก้ ประเมินผล
ที่เกิดขึ้นทั้งเชิงบวกและเชิงลบ เพื่อนำมาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนานักเรียน และครูก็ได้เกิดการเรียนรู้จากสภาพปัญหาที่เกิดระหว่างการทำกิจกรรมกับนักเรียนตั้งแต่เริ่มต้นทำ PLC จนถึงขั้นประเมินผล เป็นการเรียนรู้ไปพร้อมๆกับเด็กอย่างมีความหวังและมีความสุข ไม่ว่าผลจะออกมาระดับ ดีเยี่ยมระดับดี ระดับพอใช้ หรือระดับปรับปรุง ก็ไม่หยุดที่จะทำและจะเรียนรู้ให้ดีและมากยิ่งขึ้นค่ะ หากท่านใดมีคำแนะนำเพื่อแก้ไข ต่อยอดและเพิ่มเติมให้การทำกิจกรรมการเรียนการสอนก็ขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
คุณครูตุ๋ม (ครูศิริลักษณ์ ชมพูคำ โรงเรียนบ้านหินลาด จ.มหาสารคาม)
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
ชื่นชมและขอบคุณครูตุ๋มมากครับ
คำตอบของผมคือ "ไม่ผิดครับ"... เพราะมันไม่มีผิด ไม่มีถูก วิธีการของครูตุ๋ม ผมเรียกตามประสาผมว่า "วิธีปลูก PBL"
ในความเห็นผม ท่านทำได้ "ถูกต้อง" กับบริบทของกลุ่มเป้าหมาย "ป.๔" โดยมีข้อความเห็นดังต่อไปนี้ครับ
ที่เรียกว่า "วิธีปลูก PBL" เพราะคนปลูกคือครูตุ๋ม สิ่งที่ปลูกคือ PBL ถ้าเปรียบเหมือนการปลูกต้นไม้ ผมคิดถึง ครูตุ๋มกำลังพาเด็กๆ ปลูกหน่ออ่อนของต้น PBL ซึงแม้วันนี้เด็กๆ จะยังไม่สามารถปลูกต้น PBL ของตัวเองได้ แต่วันข้างหน้าอันใกล้ พวกเขาจะทำได้แน่นอน ถึงตอนนั้น พวกเขาจะได้รับประโยชน์เป็นความรู้และทักษะเหมือนเป็นดอกเป็นผลจากต้น PBL ของตนเอง และแบ่งปันผู้อื่นต่อไป
หากเป้าหมายคือการ ปลูกต้น PBL วิธีการของครูตุ๋ม จัดว่า เหมาะสมกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นที่ ๔ เป็นกระบวนการที่ต้องมี ต้องทำ เพื่อปลูกฝัง สั่งสม ความรู้และทักษะย่อยๆ ต่างๆ ระหว่างทางของการฝึกฝน ฝึกตนสู่ "คนพอเพียง" คือ เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ พึ่งตนเองได้ด้านการศึกษา หรือที่ผมเรียกว่า PBL ที่สมบูรณ์
หัวใจสำคัญของ PBL และ PLC คือ ตัว L คือ ่เรียนรู้ ทุกครั้ง ผู้เรียนต้องได้ "ถอดบทเรียน" กับตนเองว่า ได้เรียนรู้อะไร อะไรที่ประทับใจ จะนำไปใช้อย่างไรต่อ
ขอเป็นกำลังใจให้ครูตุ๋ม ครูเพื่อศิษย์ ที่อุทิศชีวิตให้กับเด็กๆ จริงๆ
ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ
ผมเขียนบันทึกเกี่ยวกับ PLC ไว้ที่นี่ครับ