เมื่อกี้ผมพึ่งตัดกิ่งต้นหมุยที่ยื่นออกไปที่บ้านป้าโอ๋ ตัดแล้วกิ่งก็หล่นไปอีกฝั่งของกำแพง ผมก็ปีนข้ามกำแพงไปหยิบกิ่งไม้โยนกลับมาบ้านผม พอปีนกลับมายืนที่บ้านแล้วก็เกิดปัญญาขึ้นมาว่า "เครื่องดีนี้มันใช้สนุกจริงหนอ"

เครื่องนั้นผมหมายถึงร่างกาย ซึ่งเป็น "เครื่อง" ติดตัวของเราให้ใช้อยู่เครื่องเดียวครับ

ช่วงนี้ผมได้พัฒนาเครื่องของผมโดยการฝึก bodyweight strength training หรือการยกน้ำหนักด้วยน้ำหนักตัวเองทำให้แขนขาสามารถรับน้ำหนักตัวเองได้มากขึ้น และด้วยการที่พาเจ้าต้นไม้ไปเรียนยิมนาสติกก็เกิดผลบุญให้ผมได้พลอยยืดเนื้อยืดตัวเพิ่ม flexibility ให้แก่ตัวเองได้มากขึ้น ดังนั้นการปีนข้ามกำแพงสูงระดับอกนี่กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากแม้อาจจะไม่พริ้วเหมือน "parkour" อย่างที่เด็กหนุ่มๆ เขาทำกันก็ตาม

ร่างกายเราที่เป็นเครื่องติดตัวของเรานี้พอเราเริ่มอายุมากเข้าก็ดูเหมือนเราจะเผลอละเลย พอรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าเราใช้งานมันไม่ค่อยได้อย่างเคยแล้ว แต่ด้วยความที่คนโดยส่วนใหญ่ก็เป็นเหมือนเราทำให้เรานึกว่าเป็นเรื่องปกติ พอเข้าใจอย่างนี้เราก็ปล่อยตัวต่อไปก็ยิ่งใช้งานยากขึ้นต่อไป

แต่เราโชคดีอย่างหนึ่งที่เครื่องของเรานี้เสียแล้วไม่เสียเลย สามารถฝึกฝนกลับมาให้ใช้งานได้ดีขึ้นได้ เป็นมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่น่าทึ่ง โดยมีเคล็ดลับเพียงข้อเดียว คืออยู่ที่เจ้าของเครื่องจะตั้งใจในการกู้คืนเครื่องแค่ไหนเท่านั้นเองครับ