ปิยวาจา ... จึงมิจำเป็นต้องพูดมาก หากแต่ปิยะวาจา...ต้องเป็นดั่งมธุรสที่ออกจากหัวใจและความคิดของผู้พูด....ต่างหากล่ะ

หนึ่งปีผ่านไป...

สองหูของข้าพเจ้ายังคงจดจำถ้อยคำแสนงามจากชายคนนี้ และเก็บมันไว้ในความทรงจำของข้าพเจ้า...ได้เสมอ  .......มิเคยลืม

 

มิตรภาพและของกำนัล ที่ส่งมาจากแดนไกล  ผ่านถ้อยคำที่ข้าพเจ้ารับรู้ได้ทันทีว่า  

...นี่แหละ!!..คือความใส่ใจของใครคนหนึ่ง ที่มิใช่ทำเพื่อให้ผ่านพ้นไป...แบบลวก ๆ

 

 

ร่องรอยแห่งรอยยิ้มรวมถึงสิ่งของกำนัล...ที่คุณหนุ่มร้อยเกาะ และศรีภรรยา  เป็นตัวแทน GOTOKNOW นำมามอบแก่...ข้าพเจ้าและครอบครัวของข้าพเจ้านั้น ช่างกอปปรไปด้วย....ความอิ่มเอมจากความสุขของตัวผู้มอบ.. ผ่องถ่าย...มาให้ข้าพเจ้า อย่างแท้จริง

..

..

 

ทำไมข้าพเจ้าคิดเช่นนั้น

 

..

..

 

สิ่งดีดี  ที่เกิดขึ้น  มิใช่จากรูปกายภายนอกที่พบเห็น

สิ่งดีดี  ที่เกิดขึ้น  มิใช่เพียงของกำนัลที่ได้รับ

..

มันมีมากกว่านั้น...  เป็นเท่าทวี

เมื่อสดับฟัง ถ้อยคำที่เปล่งออกจากใจผ่านน้ำเสียงและแววตา

 

 

 

และนี่มิใช่ความบังเอิญ .....ที่ข้าพเจ้าได้ยินถ้อยคำที่ออกมาจากปากของผู้ชายคนนี้เลย....แม้แต่น้อย

 

ข้าพเจ้าจ้องมอง .....พ่อ แม่ และคนใกล้ตัวของข้าพเจ้า ที่นั่งฟัง ยืนฟัง... น้ำเสียงที่ออกมาจากใจของชายคนนี้

.. 

ปิยวาจา  หาใช่คำที่พูดที่สักแต่ว่า...จะพูดออกไปแบบโพ่ง ๆ โดยมิได้ไตร่ตรองหรอกนะ

 

หากแต่ว่า....ถ้อยคำที่พูดออกไปเยี่ยงนี้

มันต้องผ่านกระบวนการคิด,,, ระดับที่สมเหตุสมผล  เหมาะสมแก่โอกาสและจังหวะเวลา

..

และนี่แหละ  จึงเป็นถ้อยคำที่ก่อให้เกิดปัญญาแก่ผู้พูดและผู้ฟังอย่างแท้จริง

 

 

 

คุณหนุ่มร้อยเกาะ...ที่ข้าพเจ้าได้เห็นในวันนั้น ได้ทำสองสิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าวมาข้างต้น...

 

 

ข้าพเจ้าหมายเหตุไว้...รอเจ้าตัวเข้ามาอ่านด้วยเช่นกันว่า    ข้าพเจ้ามองคุณหนุ่มร้อยเกาะถูกมั้ย?

                       

ปิยวาจา ไม่ใช่เกิดจากคนที่พูดเก่ง  หากแต่ปิยะวาจา เกิดจากคนที่รู้จักคิด และรู้จักวางถ้อยคำให้เหมาะสมต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น..และคุณหนุ่มร้อยเกาะก็เป็นเช่นนั้น  

และนี่คือผลพวงของปิยะวาจา ที่ก่อให้เกิดปัญญาทั้งแก่ผู้พูดและผู้รับฟัง....

..

..

..

 

ปิยวาจา ... จึงมิจำเป็นต้องพูดมาก

หากแต่ปิยวาจา...ต้องเป็นดั่งมธุรสที่ออกจากหัวใจและความคิดของผู้พูด....ต่างหากล่ะ