ปัญจพุทธคุณ ปัญญาห้าสีสัน
เคยอ่านบทความเกี่ยวกับ "ห้องไมตรี (Maitri Room)" อันเป็นโปรแกรมผสมผสานการเยียวยาบำบัดเข้ากับหลักทางพุทธศาสนา ของท่านเชอเกียม ตรุงปะ รินโปเช ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยนาโรปะ นำเอาการศึกษาและหลักศาสนาพุทธวัชระยานเข้ามาบูรณาการ ได้กล่าวถึง "เบญจพุทธคุณ (Five Wisdom Energies Practice)" ไว้น่าสนใจ ได้เคยนำมาใคร่ครวญและออกแบบเป็น workshop สั้นๆ เลยอยากจะลองนำมาเล่าสู่กันฟัง
ปัญญาห้าสีสัน ประกอบด้วย วัชรปัญญา รัตนปัญญา ปัทมปัญญา กัมมปัญญา และพุทธปัญญา
วัชรปัญญา (สีน้ำเงิน ธาตุน้ำ)
ปัญญาด้านความใคร่ครวญ เชื่อมโยง ตีโจทย์ แก้ไข มองเห็นเรื่องราวกระจ่างประดุจน้ำใส ใช้ข้อมูลต่างๆเพื่อทำให้เป็นประโยชน์ มีความคิดอันเป็นสัมมาทิฏฐิ ชัดเจน มองเห็นตามความเป็นจริง ปัญญานี้ประดุจดั่งเพชรอันแข็งแกร่ง ตัดผ่านปัญหาด้วยปัญญา ความรู้ ความคิดวิเคราะห์
รัตนปัญญา (สีเหลือง ธาตุดิน)
ปัญญาแห่งความ "รุ่มรวย" มองเห็นสิ่งที่เรามี มองเห็นต้นทุน (prosperity mentality) ในการจะทำงานอะไรก็ตาม จะมีประสิทธืภาพสูงสุด จะต้องใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีให้เป็นประโยชน์ ประดุจดั่งเรามีผืนดินอันอุดม ที่ต่อเมื่อเราหว่านโปรยเมล็ดต่างๆลงไปในดินนี้ ถึงจะงอกงาม ผลิดอกออกผลขึ้นมาได้ เมื่อเรา "รู้สึกรุ่มรวย" สิ่งที่เกิดขึ้นคือ "ความสามารถที่จะให้" อันเป็นต้นทุนสำคัญในการที่จะไปเยียวยาตนเอง เยียวยาผู้คน เยียวยาสังคม
ปัทมปัญญา (สีแดง ธาตุไฟ)
ปัญญาแห่งการโอบอุ้มอารมณ์ความรู้สึก มีความรัก มีแรงดึงดูดอารมณ์และเห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน รับรู้อารมณ์ความรู้สึกของผู้คน ประดุจเปลวอัคคีที่ทรงพลัง อบอุ่น ให้แสงสว่าง น่าตื่นเต้น
กรรมปัญญา (สีเขียว ธาติลม)
ปัญญาแห่งการปฏิบัติ การสร้าง การลงมือกระทำ สิ่งต่างๆไม่ได้หยุดเพียงแค่คิด แต่เกิดเป็นปัญญาสำคัญผ่านกาย ผ่านสัมมากัมมันตะ อันจะต้องมีต้นทุนอื่นๆ อาทิ สัมมาวายามะ หรือความเพียร ธาตุลมเป็นธาตุแห่งการเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง มีจินตนาการ
พุทธปัญญา (สีขาว อากาศธาตุ)
ปัญญาแห่งการมี "พื้นที่ว่าง" ซึ่งเป็นปัญญาอันสำคัญมาก การจะ "มี" อะไรได้ต้องมีพื้นที่ว่างเสียก่อน เปิดรับสิ่งต่างๆที่จะเข้ามาในชีวิต สมองว่าง ใจว่าง กายว่าง ปัญญาด้านต่างๆจึงจะสามารถเข้ามาในชีวิตเราได้ ปัญญานี้อาจจะมองไม่เห็นเพราะเรา "ปิด" หรือเรา "เต็ม" เสียแล้ว เมื่อไม่มีพื้นที่ เราก็จะไม่สามารถจะรับ ไม่สามารถจะเห็น ไม่สามารถจะมี อะไรเพิ่มเติมเข้ามาได้
เบญจพุทธคุณสามารถนำมาดัดแปลงใช้กับทั้งชีวิตส่วนตัวของเราเอง หรือว่าในหน้าที่การงาน การวางแผนโครงการ ฯลฯ เราสามารถจะพบได้ว่า บางครั้งงานของเราไม่สมบูรณ์เพราะเราพร่องในด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ใช้ความรู้ไม่ใช้ทักษะบ้าง ไม่ได้มองเห็นต้นทุนที่เราสามารถจะใช้ทั้งหมดบ้าง ไม่ได้ดูแลความรู้สึกผู้คนบ้าง หรือมัวแต่คิด มัวแต่ออกแบบ ไม่มีใครลงมือกระทำอะไร เอาแต่ประชุมๆๆอย่างเดียว และข้อสำคัญคือ ไม่มี Open Mind, Open Heart, Open Will ไม่เหลือ "ช่องว่าง" จึงเกิดความ "ไม่มีความเป็นไปได้" ไม่ได้ให้พื้นที่ possibility แก่ชีวิต
บ้านเมืองเราในขณะนี้ ไม่เพียงแต่ปัญหาด้านไม่ได้ใช้ปัญญา บางเรื่องก็ถืงขนาดหมกมุ่นใน "อวิชชา" หรือ "ทุรปัญญา" ไปอีกด้านหนึ่งเลย
@ แทนที่จะใช้ข้อมูล ใช้ความรู้ ก็ดันไปใช้ข่าวลือ ใช้ความเท็จ
@ แทนที่จะมองสิ่งที่มี ชีวิตก็มองหาแต่สิ่งที่ขาด เกิดความไม่พอ เกิดความกระหาย ความอยาก เป็นชีวิตที่เหมือนเปรต
@ แทนที่จะมองเห็นรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของผู้คน ก็เห็นแต่อารมณ์ตนเอง ไม่เคยพยายามเข้าอกเข้าใจคนอื่น ก็เลยไม่เคยคิดจะดูแลอารมณ์ความรู้สึกของคนอื่น
@ แทนที่จะลงมือกระทำ ก็เต็มไปด้วยความลังเล เอาแต่คิด เอาแต่พูด แต่ไม่กระทำ
@ แทนที่จะเปิดรับ ก็ปิดตัวเอง ไม่เคยอนุญาตให้ตนเองได้เปิดหูเปิดตา มองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ชีวิตเต็มไปด้วยทางตัน ซอยตัน
หันกลับมาใช้ปัญญาเท่านั้น เราถึงจะได้สังคมอุดมปัญญา
สกล สิงหะ
เขียนที่หน่วยชีวันตาภิบาล รพ.สงขลานครินทร์
๑๐ นาฬิกา ๔๔ นาที วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
วันแรม ๖ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง