สิ่งที่อยากบอกอยากเล่าครับ

สวัสดีครับวันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าเล่าให้ฟังครับที่คิดว่าผมทำแล้วรู้สึกดีครับคือ ในวัยเด็กผมเป็นคนที่ซนมากครับ ที่ฟังพ่อแม่เท่ารัยครับและอยู่วันหนึ่งความคิดอะไรบางอย่างก็เกิดขึันกับผม คือ..ผมจะไปทางพระสามเณรครับอยากบวชขึ้นมาแต่ด้วยอะไรหลายอย่างเลยไม่ได้บวชและเรียนในทางนั้น แต่ผมก็ได้มีโอกาสที่จะบวชโดยการบวชฤดูร้อนครับ เป็นเวลาเพียงสามเดือน แต่ผมคิดว่าผมได้อะไรเยอะมากครับ และผมมีเรื่องสนุกจะมาเล่าให้ฟังครับ พร้อมยังครับหลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมสารพัดสารเพแล้ว บรรดาญาติๆก็พากันกลับบ้าน แล้วพระใหม่อย่างผมก็ต้องนอนในวิหาร (ธรรมเนียมที่บ้านผมต้องนอนในวิหาร 7 วันครับ) ผมก็นั่งเหงาๆ นับลูกประคำ เดินจงกรม ทำนู่นนี่ไปจนถึงเวลาทำวัตรเย็นพอทำวัตรเย็นเสร็จ พระ เณรก็ขึ้นกุฏิหมดเลยในวิหารก็มีแค่ไฟดวงสองดวง แมวดำ 1 ตัว แล้วก็ผมราวๆสามทุ่ม ฝนที่ตกมาตั้งแต่เช้า และขาดหายไปเป็นพักๆ ได้โปรยลงมาอีกครั้ง ผมก็ปิดประตู หน้าต่าง และเปิดเอาไว้เฉพาะบานที่ผมไม่สามารถมองออกไปได้ตอนกลางคืน (คนมันปอดแหกอะเนอะ)ด้วยความที่ว่า แปลกที่ ก็นอนไม่หลับ บอกเวลา 5 ทุ่มกว่าแล้ว เสียงกบ เขียด ร้องระงม ถ้าเวลานี้ผมอยุ่ที่บ้านผมคงหลับสบายแต่ตอนนั้น มันไม่ใช่มีเสียงบางเสียงที่แปลกประหลาด และไม่เคยได้ยิน เสียดแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงกบเขียดที่ออกมาเล่นน้ำ"วี้ดดดดดดดดด วี้ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ........" ถ้าเป็นเวลากลางวันผมคงจะนึกถึงนกกินปลีอกเขียวที่มากินน้ำหวานจากดอกไม้ของแม่แต่นี่คือเวลาใกล้เที่ยงคืนมันคือตัวอะไร ????ผมไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมามองออกไปนอกหน้าต่าง สารพัดภาพ และเรื่องเล่าขานแว่บเข้ามาในหัวสิ่งแรกที่คิดออกคือ "แผ่เมตตา"ผมเริ่มจากการแผ่เมตตา และตามด้วยพุทโธ สลับกันไป แล้วผมก็ต้องขนลุกเกรียวเพราะทันทีที่ผมสวดพุทโธทุกเสียงที่ดังอยู่ภายนอกวิหาร เงียบไม่มีแม้แต่เสียงกบ เขียด จิ้งหรีด ที่ร้องระงม เสียงของสัตว์พวกนั้นหายไปไหน ตั้งแต่เมื่อไหร่พอทุกเสียงเงียบลงไป ผมก็วางใจ ว่าคงไม่มีอะไรแล้ว จึงหยุดสวดมนต์ และกำลังจะหลับตานอน เพราะอ่อนเพลียเต็มที่ีแล้วแต่"วี้ดดดดดดดดดดดด วี้ดๆๆๆๆๆๆๆ......"มาอีกแล้วผมก็เลยสวด พุทโธ พุทโธ.... หลังจากนั้นราวๆ 2-3 นาทีรอบๆตัวผม ก็ถูกปกคลุมด้วยความเงียบอีกครั้งตอนนั้นคิดออกอยู่อย่างเดียวเลยคือ"ห้าแพร่ง" ตอน "หลาวชะโอน"สิ่งเดียวที่ทำได้่คือ หลับตา สวดมนต์ จนถึงเวลาตีสี่ครึ่ง ไก่เริ่มขัน เสียงพระลูกวัดบนกุิฏิสรงน้ำผมจึงตีระฆังในวิหารเพื่อปลุกเณร เตรียมทำวัตรเช้าวันนั้น ทำวัตรเช้า บวกกับเป้นวันพระ (มิน่า เมื่อคืนเจอชุดใหญ่เลย) มีญาติๆ และชาวบ้านมาทำบุญอย่างหนาตา ผมก็สวดมนต์ผิดๆถูกๆ ด้วยความง่วงจนชาวบ้านเริ่มกลับไป และมีเพื่อน คนรู้จัก ที่เคยบวช มาถามว่าเจออะไรบ้างผมก็เล่าไปตามที่ได้ยินคือบางคน ได้ยินเสียงข้าวของล้มระเนรระนาดหลังพระประธาน แต่ลุกไปดูแล้วไม่มีอะไร บางคน ได้ยินเหมือนที่ผมได้ยิน หลายๆคน ถึงกับเห็น แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น นอกจากตกใจ กลัวเพราะเจ้าอาวาสบอกว่า ภายในวิหาร คือเขตสังฆาวาส นอกจากสงฆ์แล้วอะไรกไม่สามารถเข้ามาได้นี่คอสาเหตุที่พระใหม่ที่บ้านผม จะต้องนอนในวิหาร ด้วยความที่ว่า วัดที่บ้านผม ตั้งขึ้นมาพร้อมๆกับชุมชน ที่อพยพมาจากเชียงแสน อายุร่วมๆ 400 ปีแล้วจึงมีตำนานต่างๆมากมายถึงวันนี้ผมก็เชื่อแล้วครัีบว่าสิ่งที่ผมเคยคิดว่าไม่มีจริง มันมีจริงๆผมได้รู้ทางธรรมมากขึ้นครับ จากคนไม่สมาธิสั้นก็รู้สึกว่าคนเองเรื่อยมีสมาธิมากขึ้น และคิดว่าผมชอบและรักในทางธรรมมากยิ่งขึ้นครับ และผมคิดอยู่ว่า บวชยาวเลยผมคิดว่าการบวชเป็นสิ่งที่ดีนะครับและผมก็ชอบการปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ได้ฟังพระอาจารย์อธิบายเกี่ยวกับหลักธรรมต่างๆ ซึ่งเราต้องใช้ใจฟังจริงๆ ทำให้รู้สึกว่าต่างจากที่เคยได้ยินมา แรกๆนั่งสมาธิได้เกือบครึ่งชั่วโมงก็ดีใจ ตอนนี้พยายามนั่งไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าดีขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกว่าตัวเองนิ่งและใจเย็นขึ้น เวลาทำอะไรก็มีสติ จึงเกิดความสนใจในการบวช จึงได้มาบวชอีกครั้ง เพื่อให้จิตใจสงบขึ้น และเพื่อเป็นการทดแทนคุณให้พ่อแม่ อีกด้วยและการบวชนั้นยังเป็นการฝึกอบรมพัฒนาตนเอง คือการพัฒนาชีวิตทั้งในด้านความประพฤติ คือพฤติกรรมทางกาย วาจา และด้านจิตใจที่มีความดีงาม เข้มแข็ง มั่นคง เป็นสุข และในด้านปัญญาคือความรู้ความเข้าใจสิ่งทั้งหลายตรงตามความเป็นจริง และจากที่บวชเสร็จนั้นผมกลับเรียนหนังรู้สึกเข้าใจง่ายขึ้น ทำคะแนนได้ดีขึ้นด้วยครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เปิดใจไปกับ...นายกานตพงศ์ อาจองกุล



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

จัดเอกสารในบันทึกด้วยนะครับ

อ่านยากไปหน่อย ;)...