แผนบริหารราชการแผ่นดิน ปี 2548 - 2551

 

แนวคิด

1.สร้างความเข้มแข็ง Þ

2.เพิ่มการแข่งขัน Þ การพัฒนาที่ยั่งยืน Þ คนไทยมีความสุข

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ 9 ประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุข มี

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ คือ การเสริมสร้างสุขภาวะของประชาชนแบบครบวงจรและมีคุณภาพมาตรฐาน

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนากฎหมายและส่งเสริมการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี

โดยให้ส่วนราชการวางระบบการบริหารรองรับสู่การปฏิบัติ ดังนี้

1.จัดทำแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี ครอบคลุม 3 มิติ
  1. มิติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ ( Function) ของกระทรวง
  2. มิติพื้นที่ (Area) สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัด (CEO) ปัญหาในพื้นที่
  3. มิติวาระงานพิเศษ (Agenda) นโยบายรัฐบาล เมืองไทยแข็งแรง ปัญหายาเสพติด

2.จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปี

3.วางระบบบริหารแผน จากข้อ (1) ข้อ (2) แบบบูรณาการแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์

พัฒนาระบบบริหารแบบบูรณาการมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์

(Intergration for Results Base Mangnesment IRBM)

 

IRBM แบ่งเป็น 4 ระบบ IRBM 1 - IRBM 4

1.IRBM 1 การพัฒนาระบบแผนงาน

2.IRBM 2 การบริหารแผนและการบริหารโครงการ

3.IRBM 3 การพัฒนาการประเมินผลสัมฤทธิ์

4.IRBM 4 การบริหารจัดการผลสัมฤทธิ์

IRBM 1 การพัฒนาระบบแผนงาน

1.การพัฒนาแผนกลยุทธ์ แบ่งเป็น

  1. แผนยุทธศาสตร์ ใช้กับผู้กำหนดนโยบาย เช่น รัฐบาล
  2. แผนกลยุทธ์ ใช้กับองค์การ หน่วยงานย่อย

2.แปลงแผนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติด้วย Balanced Scorecard

3.จัดทำแผนงบประมาณ

4.จัดทำแผนปฏิบัติการ

4.1 แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี

4.2แผนปฎิบัติราชการประจำปี

4.3แผนปฏิบัติการขออนุมัติดำเนินการ จะทำได้เมื่อ 4.1 และ 4.2 สอดคล้องกัน โดยจัดทำเป็น

- โครงการแบบทั่วไป โครงการที่ไม่เคยมีมาก่อน

  • โครงการแบบตารางความสัมพันธ์ (Log Frame) เป็นงานประจำ
เครื่องมือบริหารแผน

1.ผู้บริหารระดับสูง เช่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาล นายแพทย์สสจ. ใช้ Road map โดยดูจาก Critical Success Factor (CSF)

2.หัวหน้างาน หัวหน้าฝ่าย ใช้ Key Result area ( KRA) ดูจากผลลัพท์ (Impect)

3.ผู้ปฏิบัติงาน ดูจาก KPI ดูผลสัมฤทธิ์ของงาน (O -E –I )

IRBM ดูผลสัมฤทธิ์ จาก Input ® Process ® Output ® Effect ® Impect

¯

Result หรือ Outcome

 

  1. ผลงาน Output (O) คือผลงานที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการที่สามารถแจงนับได้
  2. ผลลัพธ์ Effect ( E ) คือผลที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากผลงาน ซึ่งดูได้จาก
    • มาตรฐานงาน
    • การเปลี่ยนแปลง KAP (ความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติ)
    1. ผลกระทบ Impect( I ) ผลที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากผลลัพธ์ เป็น บวก หรือ ลบ ก็ได้

    ถ้าเป็น บวก คือ มาตรฐานเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นลบ มาตรฐานลดลง

     

    แผนกลยุทธ์

    การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ ใช้ SWOT

    ลำดับที่ 1 ต้องวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก วิเคราะห์หา O และ T กรอบในการวิเคราะห์ คือ นโยบาย การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชากร และเทคโนโลยี

    ลำดับที่ 2 วิเคราะห์ปัจจัยภายใน วิเคราะห์หา S และ W โดยใช้ BSC

    วิเคราะห์ปัจจัยภายใน วิเคราะห์หา S และ W โดยใช้ BSC

    ลำดับที่ 3 การสังเคราะห์กลยุทธ์

     

    ต้องวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก วิเคราะห์หา O และ T กรอบในการวิเคราะห์ คือ นโยบาย การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชากร และเทคโนโลยี วิเคราะห์ปัจจัยภายใน วิเคราะห์หา S และ W โดยใช้ BSC

ปัจจัยภายใน

ปัจจัยภายนอก

S

W

O

กลยุทธ์หลัก

SO

กลยุทธ์เพื่อการพัฒนางาน

WO

T

กลยุทธ์ขยายงาน

ST

กลยุทธ์ปรับปรุงองค์การ

WT

ลำดับที่ 4 การเขียนวิสัยทัศน์ เอากลยุทธ์ SO / ST มาเขียนวิสัยทัศน์ ๆ ต้องประกอบด้วย

1.สั้นกระทัดรัด 2. สะท้อนความเป็นเลิศ 3.มีอนาคต

4.มีขอบเขต (เนื้อหา เวลา พื้นที่)

ลำดับที่ 5 การเขียนพันธกิจ เอากลยุทธ์ SO/ST (ระบบบริการ) WO/WT ระบบสนับสนุน ให้เขียนระบบบริการขึ้นก่อนแล้วตามด้วยระบบสนับสนุน เขียนเป็นประโยคหรือรายข้อก็ได้

ลำดับที่ 6 การเขียนจุดมุ่งหมาย ( GOAL) ดูว่าใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์

ลำดับที่ 7 การเขียนวัตถุประสงค์ เอาหัวข้อย่อยในกลยุทธ์หลักมาเขียนเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมาย

ลำดับที่ 8 เขียนแผนกลยุทธ์

เขียนแผนกลยุทธ์

แนวคิดพื้นฐาน BSC มี 4 มุมมอง

1. C = Customer Perspective มุมมองลูกค้า

2. I = Internal Prcess P. มุมมองกระบวนการภายใน

3. L = Learning and Development P. มุมมองการเรียนรู้และพัฒนา

4. F = Finalcial P. มุมมองด้านการเงิน

BSC ( มิติสมดุลย์) คือ

1.เครื่องมือในการแปลงแผนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติด้วยวิธีวัดผลแบบสมดุลย์

2.เป็นเครื่องมือในการสื่อสารแผนกลยุทธ์ลงสู่การปฏิบัติ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในองค์การเห็นถึงความสอดคล้อง ของแผนกลยุทธ์ในทิศทางเดียวกัน

 

1.Customer P.มองลูกค้า

- ลูกค้าภายนอกรับบริการ หน่วยงานภายนอกที่มาประสาน

- ลูกค้าภายใน เจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน

การวัดคุณภาพ C วัดจากความพึงพอใจ และวัดจากอัตราความเจ็บป่วยลดลง

2. Internal Process P. คือกระบวนการหลัก ( Cor Process) ที่จัดบริการและส่งมอบให้กับผู้ใช้บริการได้อย่างเพียงพอและทันเวลา ตอบสนองต่อความต้องการ และเสริมสร้างประสบการณ์การรับบริการที่ดี

กระบวนการหลัก คือมาตรฐานในแต่ละงาน ของแต่ละวิชาชีพ

ระบบบริการ วัดได้ 2 วิธี

- คุณภาพ วัดจากมาตรฐานวิชาชีพ และความพึงพอใจ

- ประสิทธิภาพ วัดจาก ต้นทุนต่ำ ผลงานมีคุณภาพ

การบริการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่และเกิดมูลค่าเพิ่ม

3.Learning and Development P. ประกอบด้วยทุนองค์การ คือ

1.ทุนมนุษย์

2.ทุนสารสนเทศ

ทุนมนุษย์วัดได้จาก

1Compotency (สมรรถนะ คือ พฤติกรรมที่กระทำตามมาตรฐานงาน)

2.Happiness (ความสุข)

องค์การสุขภาวะ

การบริหารสมรรถนะบุคลากร

กพ.วัด HR Scorcard

1.ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์

2.ประสิทธิภาพของการบริหารบุคคล

3.ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรมนุษย์

4.ความพร้อมรับผิดชอบด้านการบริหารด้านทรัพยากรมนุษย์

5.คุณภาพชีวิตและความสมดุลย์ในการทำงาน

กพร. ดู 4 มิติ

1.มิติด้านประสิทธิผลตามยุทธศาสตร์

2.มิติด้านคุณภาพการให้บริการ ( C )

3.มิติด้านประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ ( I )

4.มิติด้านการพัฒนาองค์การ ( L )

(สมรรถนะ คือ พฤติกรรมที่กระทำตามมาตรฐานงาน)
 

 

การวัดผล KM

 

1.อบรมครบทุกคน

2.มีความรู้ตามมาตรฐานกี่คน 3.มีสมรรถนะกี่คน

4.มีข้อผิดพลาดกี่คน

5.มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเท่าไร

การวัดผล QOL

1.ความทั่วถึงของสิทธิบริการ

2.การให้ขวัญและกำลังใจ