หนังสือดีที่ชวนอ่าน ตอน 2 : ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก

ข้าวปุ้น
ไอน์สไตน์ กล่าวว่า ใครก็ตามที่ต้องการความสำเร็จจะต้องทำงานให้เป็น รู้ว่าเวลาในทำงาน เวลาไหนเล่นหรือผ่อน และที่สำคัญก็คือ ต้องรู้จักหุบปากให้เป็นด้วย ต้องนึกอยู่เสมอว่า ถ้อยคำที่พูดออกมานั้นเหมือนใบไม้ตรงไหนมีใบไม้มาก ตรงนั้นหาผลยากคนทำงานด้วยปาก เปรียบภาษิตไทยว่า “ ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก”

หนังสือดีที่ชวนอ่าน
ตอน 2 : ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก
         

          “ ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก “ อีกหัวเรื่องหนึ่ง ของหนังสือ รู้ทันกังฉิน เขียนโดย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่น่าสนใจ เพราะให้แง่คิดที่ดี ความนิยมในหัวข้อเรื่องนี้รวมถึงบทความทั้งหมดในหนังสือ       เพราะผู้เขียน คือ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ใช้ภาษาตรงไปตรงมา บวกกับอัญเชิญส.ค.ส.ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยเมื่อวันขึ้นปีใหม่ 2540 และนำสูตรแห่งความสำเร็จของไอน์สไตน์ มาเชื่อมโยงเรื่องราวของบทความได้เป็นอย่างดียิ่ง จึงเป็นสาระของหนังสือน่ารู้ที่ชวนอ่านอีกตอนหนึ่ง บทความที่นำเสนอนี้ไม่สมบูรณ์นักเพราะเป็นการคัดย่อสรุปความ
             หากท่านผู้ใดสนใจอ่านเรื่องเต็ม สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ “รู้ทันกังฉิน” เขียนโดย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สำนักพิมพ์ขอคิดด้วยคน หน้า 75 - 78
           AIbert Einstein กล่าวว่า “ If A equals success, then the formula is A equals X plus Y plus Z,with X being work, Y play, and Z keeping you mouth shut.”
            แปลเป็นไทยว่า
           “ ถ้า A เท่ากับความสำเร็จ ดังนั้น สูตรความสำเร็จจะเป็นดังนี้ คือ A เท่ากับ X+Y+Z
              X คือ การทำงาน
              Y คือ การเล่น
              Z คือ การหุบปาก

           ไอน์สไตน์ ว่าไว้อย่างนั้น  ความหมายก็คือ ใครก็ตามที่ต้องการความสำเร็จจะต้องทำงานให้เป็น รู้ว่าเวลาในทำงาน เวลาไหนเล่นหรือผ่อน และที่สำคัญก็คือ ต้องรู้จักหุบปากให้เป็นด้วย ต้องนึกอยู่เสมอว่า ถ้อยคำที่พูดออกมานั้นเหมือนใบไม้ตรงไหนมีใบไม้มาก ตรงนั้นหาผลยากคนทำงานด้วยปาก ภาษิตไทยว่า “ ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก”  ซึ่งผู้คนทั่วไปไม่ค่อยให้ความเชื่อถือ การพูดอะไรออกมาจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ผู้เขียน(น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ) ได้อัญเชิญ ส.ค.ส. ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยพระราชทาน ส.ค.ส. แก่ประชาชนชาวไทย เมื่อวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2540 ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการพูดไว้อย่างทรงคุณค่าที่สุด ซึ่งหลายคนอาจลืมไปแล้ว อัญเชิญมาให้ฟังกันอีกครั้ง ดังนี้


“ ส.ค.ส. 2540 ขอจงมีความสุขความเจริญ
คิดก่อนพูด พูดแล้วทำ ทำหลังคิด คิดก่อนทำ
ทำแล้วพูด พูดหลังคิด สวัสดีปีใหม่ 2540
Happy New Year”


         เป็น ส.ค.ส. ที่มีเนื้อหาอมตะ ปีไหนๆก็ใช้ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้ได้เสมอ เนื้อหาในส.ค.ส.พระราชทานดังกล่าวนี้ ผู้ใดนำไปปฏิบัติ นอกจากจะเกิดประโยชน์สุขแก่ตนเองแล้ว ยังเป็นผลดีต่อส่วนรวมอีกด้วย ... จบสาระน่ารู้ไว้เพียงเท่านี้ค่ะ สนใจบทความฉบับเต็มอย่าลืมหาอ่านได้ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ข้าวปุ้น

คำสำคัญ (Tags)#การจัดการความรู้#พัฒนางาน#พัฒนาองค์กร#พัฒนาคน#พัฒนาตน

หมายเลขบันทึก: 55920, เขียน: 27 Oct 2006 @ 09:54 (), แก้ไข: 23 May 2012 @ 20:43 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

  • ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ของชีวิตทุกคนค่ะ

ติดใจเสียแล้ววีค่ะ ขึ้นblog ปุ๊บ คุณLily เข้ามาคุยด้วยเลย เราจะมีโอกาสพบกันที่งานมหกรรมKM แห่งชาติครั้งที่3 มั๊ยค่ะ ถ้าไปกรุณาแสดงตัวด้วยนะค่ะ พบกับศรีวิภาได้ที่ห้องกรมอนามัยค่ะ