ตอนที่แล้วได้ไปชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทบายนไปแล้ว ตอนนี้เราก็ยังคงอยู่ในเขตนครธมอยู่ นั่งรถจากปราสาทบายนไปอีกไม่นานก็ถึงปราสาทตาพรหม ที่ได้ชื่อดังนี้นั้น  เล่ากันว่ามีตาแก่คนหนึ่งชื่อ พรหม  อาศัยอยู่ใกล้ๆ ปราสาทหรือชอบไปเฝ้าปราสาทอยู่อะไรนี่แหละ  เวลาชาวบ้านพูดถึงปราสาทนี้ก็เลยพูดว่าปราสาทที่ตาพรหมแก อยู่ หรือไปหาตาพรหมที่ปราสาทนี้ อะไรทำนองนี้ ไปๆมาๆ ก็กลายเป็นเรียกว่า ปราสาทตาพรหมไปซะงั้น  ทั้งๆที่ความจริงนั้น  ปราสาทตาพรหมเป็นวัดในศาสนาพุทธ  มีชื่อว่า ราชวิหาร   สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระราชมารดา                

ปราสาทนี้มีจุดเด่นตรงที่มีต้นไม้ใหญ่ ชื่อต้นสะปงขึ้นอยู่บนตัวปราสาทมากมายหลายแห่ง ดูแปลกตา เป็นเอกลักษณ์ไปแบบหนึ่ง โดยรากต้นไม้ทั้งแทรกลงไปในเนื้อหินทำให้เกิดรอยแยก  แต่ในขณะเดียวกันรากอันใหญ่โตก็พยุงตัวปราสาทที่ผุพังไว้ด้วย เป็นความยากลำบากในการบูรณะปราสาทนี้           

การเข้าชมปราสาทนี้ทางไกด์ขอให้เดินเกาะกลุ่มไปด้วยกันและอย่าเดินย้อนไปย้อนมา เนื่องจากปราสาทนี้มีระเบียงยาวล้อมรอบสี่ด้านมีชั้นนอกและชั้นในและมีซุ้ม ปราสาทเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ มียอดแบบปราสาท จำนวนหลายๆ ห้อง เหมือนๆ กันตลอดตามแนวระเบียงสี่มุมนี้  ดูแล้ว มีหลืบมุมที่ลับตา  มองคล้ายๆ กันทำให้สับสน หลงทางได้ง่าย            

ที่นี่มีซุ้มปราสาทห้องหนึ่ง เมื่อเข้าไปแล้ว กำมือแล้วทุบอก จะได้ยินเสียงทุบนั้นดังก้อง  ดูเป็นเรื่องแปลกและสนุกดี ความจริงก็เป็นเทคนิคการเรียงหินให้เกิดเสียง ก้อง แตกต่างจากซุ้มอื่นๆ นั่นเอง           

ที่มุมหนึ่งของปราสาทมีรูปแกะสลักอยู่บนเสา เป็นรูปสัตว์ต่างๆ  แต่มีชนิดหนึ่ง ที่นำมาซึ่งความตื่นเต้น นึกไม่ถึง แปลกใจ นั่นคือรูปสลักที่เหมือนไดโนเสาร์พันธุ์หนึ่งไม่รู้ว่าชาวเขมรโบราณรู้จักได้ด้วยสาเหตุใด น่าแปลกดี !           

ปราสาทนี้ปรักหักพังพอสมควรแต่ก็ยังเห็นความสวยงามของการแกะสลัก บรรยากาศให้ความรู้สึกลึกลับและวังเวงเล็กน้อย แม้ว่าตอนที่เดินชมจะมีนักท่องเที่ยวมากมายหลายกลุ่มก็ตาม            ขณะที่ชมปราสาทนี้มีช่างภาพอาชีพคนหนึ่งเดินตามกลุ่มทัวร์ของเราตลอดเป็นชายชาวกัมพูชา คงจะพูดภาษาไทยได้บ้าง  คอยชวนให้จ้างเขาถ่ายรูปเป็นระยะ ๆ มีคนบอกว่าตามมาตั้งแต่ชมปราสาทบายนแล้ว เราก็รู้สึกกลัวเขาจะเดินตามเหนื่อยเปล่า อยากจะบอกเขาว่าทุกคนก็มีกล้องถ่ายรูปเป็นดิจิตอล  ถ่ายได้มากมายกว่ากล้องธรรมดาแบบใช้ฟิล์ม รุ่นเก่า ๆ ที่เขาใช้อยู่เสียอีก เขาก็ติดตามกลุ่มเราไปเรื่อยๆ จนถึงมุมหนึ่งของปราสาทที่กลุ่มเราถ่ายรูปหมู่ใหญ่ร่วมกัน เขาก็บอกว่าเป็นมุมที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายรูป แล้วเขาก็ถ่ายรูปกลุ่มเราไปด้วย ก็มีคนพูดขึ้นว่าเขาถ่ายทำไมไม่ได้จ้างซักหน่อย แต่พวกคุณป้าคุณน้าในกลุ่มคงจะสงสารเลยตกลงซื้อเพราะเขาก็คิดไม่แพง รูปละ  20 บาท  พอได้ออร์เดอ พวกก็รีบผายผันอำลาคณะพรรคของเราบอกว่าจะไปอัดรูปแล้วจะเอามาส่งให้ที่รถทัวร์ในตอนบ่าย พอตอนเย็นคุณป้าคุณน้าก็เอารูปมาแจกเรา บอกว่าช่างภาพเขาอัดมาเกินจำนวนเขาเลยแถมให้ ก็คงจะได้กำไรตามต้องการแล้ว ดูรูปแล้วก็รู้สึกทึ่งเพราะสวยกว่ารูปที่เห็นในกล้องดิจิตอลของพวกเราหลายๆ คน ทั้งการจัดภาพ แสงและความคมชัดก็ดี นึกชมในความเป็นมืออาชีพของช่างภาพท้องถิ่น กลับกลายเป็นรู้สึกดีแล้วที่เขาตัดสินใจถ่ายรูปพวกเรา !             

ปราสาทตาพรหมนี้ก็เป็นที่หนึ่งที่น่าจะได้แวะไปในการชมปราสาทโบราณ ตอน หน้าเราก็ยังไปชมปราสาทอีก แต่มีความสวยงามและบรรยากาศแตกต่างจากปราสาทบายนและปราสาทตาพรหมที่ผ่านมาติดตามชมเช่นเคยนะจ๊ะ ………

                   

                                 ปราสาทตาพรหม

                   

                     มุมสวยมุมหนึ่งของปราสาทตาพรหม

                         

                         รากอันใหญ่โตของต้นสะปง

                           

                               รูปสลักไดโนเสาร์