บ่อยครั้งที่เรามักตัดสินอะไรผิดพลาดอย่างง่ายดาย จนเสียทั้งคน เสียทั้งงาน และบางทีก็เสียผู้เสียคน เสียเกียรติภูมิที่สู้สั่งสมมาทั้งชีวิตในชั่วพริบตา เพียงเพราะเราเชื่อในสิ่งที่สายตารายงาน ขณะที่บางด้านของความจริงกลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง
สามีทะเลาะกับภรรยา พ่อแม่ทะเลาะกับลูก นายเข้าใจผิดลูกน้อง เพื่อนแตกจากเพื่อน คนรักหันหลังให้กันทั้งที่ต่างฝ่ายก็แสนดี เพียงเพราะต่างก็เชื่อใน “สิ่งที่ตาเห็น” แต่ละเลยการ “เมียงมอง” อย่างพินิจแยบคายโดยใช้ “ปัญญาจักษุ” อันสุขุม เราจึงติดอยู่ใน “ภาพลวงตา” อันเป็นมายาคติ พลอยทำให้หลงลืม “ความจริง” ที่เป็นจริงอีกด้านหนึ่งไปอย่างน่าเสียดาย
จงมองด้วย “ตา” แล้วปล่อยให้ “ปัญญา” เป็นผู้วินิจฉัย สิ่งที่ตาเห็นกับสิ่งที่ปัญญาประจักษ์ ไม่แน่ว่าจะสอดคล้องกันเสมอไป จงใช้ ตานอก สำหรับ “ดู” แล้วจงใช้ ตาใน สำหรับการ “เห็น”
เมื่อรู้สึกโกรธ หรือ เคืองใจใครก็ตาม ให้ตั้งสติระลึกนึกถึงความดีของคน ๆ นั้นไว้ในใจ เช่นเขาเคยทำดีอะไรให้แก่เราบ้างไหม หรือ เขามีส่วนดีอื่นๆ ที่น่าประทับใจอะไรบ้าง นึกอย่างนี้มาแทนความคิดไม่ชอบใจ ความโกรธก็จะหายไปเอง
ตัวอย่าง “นายมีโกรธนายแดงที่พูดจาดูถูกตน แต่พอนายมีนึกถึงเมื่อครั้งนายแดงเคยช่วยมา ทาสีบ้านให้ทั้งวันเมื่อปีที่แล้ว นายมีก็หายโกรธนายแดง”
“คุณเจ ไม่ชอบหน้าคุณจอนเลย เพราะคุณจอนชอบพูดจากวนประสาท แต่คุณเจก็ พยายามคิดว่าคุณจอนถึงแกจะชอบพูดกวนประสาท แต่แกก็ยังดีที่ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ คิดได้ดังนี้คุณเจ ก็เกิดความรู้สึกที่ดีต่อคุณจอนขึ้นมาบ้าง”
กับเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่แค่ว่าทำงานร่วมกัน… อยู่ร่วมกันไม่น้อยกว่าวันละ ๘ ชั่วโมง… ทุกวัน… ไม่เพียงแต่พูดคุยกันเรื่องงาน… หากแต่จะต้องมีความรู้สึกที่ดีต่อกันด้วย… แม้จะมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด… สู้ปล่อยตัวให้สบาย สบาย ไม่ได้… พบกันถือว่ามีวาสนาต่อกัน… อยู่ร่วมกันก็ยิ่งควรจะ… เข้าใจ… ให้อภัย… และใส่ใจซึ่งกันและกัน…
กับลูกน้อง เป็นเพราะรู้จักให้ ผลตอบแทนก็กลับมามากกับลูกน้อง ไม่ใช่เป็นความสัมพันธ์เฉพาะเบื้องบนกับเบื้องล่างเท่านั้น ยังมีความสัมพันธ์ทางด้านหุ้นส่วนอยู่ด้วย รู้จักเข้าใจและให้อภัยซึ่งกันและกัน หากรู้จักยอมรับมากกว่าที่จะจับผิด…. ให้รอยยิ้มมากกว่าสายตาอันตำหนิติเตียน ผลตอบแทนที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับก็จะยิ่งมากตามไปด้วย…
กับหัวหน้า บางครั้งก็เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง เขามักจะมาต่อว่ามากกว่าจะมายอมรับ สิ่งที่เขาให้ทำก็มักจะเหมือนกับว่าไม่รู้จักจบจักสิ้น หากลองกลับกันให้เราไปอยู่ในตำแหน่งที่เขายืนอยู่ เราคงจะเข้าใจเขาได้ง่ายหน่อย… และให้อภัยเขาได้
กับหัวหน้า…ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคู่ปรับกัน แต่ต้องรู้จักที่จะแบ่งปัน… เรียนรู้… และเติบโตไปด้วยกัน จบค่ะ
จงมองด้วย “ตา” แล้วปล่อยให้ “ปัญญา” เป็นผู้วินิจฉัย (เสนอเป็นตอนจบ)
จงมองด้วย “ตา” แล้วปล่อยให้ “ปัญญา” เป็นผู้วินิจฉัย
คิดคุณ แง่คิดดีงามค่ะ คุณดาว บล็อกน่ารักดีนะคะ