วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องถึงผู้สูงอายุคนหนึ่ง เป็นคุณลุงที่ทำงานอยู่ที่หอพักของผม ซึ่งผมเจอท่านทุกวันมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีแต่ไม่ค่อยมีโอกาสพูดคุยกันมากนักอย่างมากก็แค่ทักทายสวัสดีกัน คุณลุงดูเผินๆเป็นคนเงียบขรึม ดูนิ่งๆน่ากลัว แต่เมื่อผมได้รับงานมอบหมายจากอาจารย์สำหรับการเขียนบทความผู้สูงอายุ ผมจึงไม่รีรอที่จะใช้โอกาสนี้ในการทำความรู้จักกับคุณลุง
จนมาถึงบ่ายวันหนึ่งเป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะ ผมจึงเข้าไปขอสัมภาษณ์และประเมินคุณลุง คุณลุงตอบตกลงแต่ก็ยังทำหน้างงๆว่าจะมาทำอะไร ผมเชิญคุณลุงมานั่งที่โต๊ะม้าหินข้างหน้าหอพัก และเริ่มทำการพูดคุย เริ่มจากถามชื่อ ที่อยู่ภูมิลำเนา โรคประจำตัว และข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ คุณลุงก็เต็มใจเล่าให้ฟังอย่างดี พร้อมทั้งยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีเค้าของความเงียบขรึมที่ผมคิดไว้เลย
คุณลุงเล่าให้ฟังว่าตนเองชื่อ นายสุวรรณ สมจิตร อายุ 65 ปี มีโรคประจำตัวได้แก่โรคความดันโลหิตสูง เดิมที่เป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรี ทำงานรับจ้างทั่วไป แต่งงานมีลูกชาย 3 คน พึ่งย้ายมาอยู่่และทำงานที่นี่(ที่หอพักข้างมหาวัทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม) ได้แค่ 5 ปี ตอนแรกที่ย้ายมาตนเองมีความเครียดและกังวลจนนอนไม่หลับ เพราะไม่ชินกับการปรับตัวการเปลี่ยนงานและเปลี่ยนที่อยู่อาศัย รวมถึงกังวลที่ตนเองมีอายุมากขึ้น แต่ก็ยังมีภาระทั้งภรรยา ทั้งลูก ทั้งหลานๆ ที่ต้องเลี้ยงดู แต่สุดท้ายคุณลุงก็ปรับตัวได้ถึงแม้ว่าจะมีความกังวลอยู่บ้างแต่ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
หลังจากที่ผมสัมภาษณ์ข้อมูลทั่วไปของคุณลุงเสร็จแล้ว ผมก็เริ่มทำการประเมินในหัวข้อต่างๆอันได้แก่ 1) แบบคัดกรองภาวะสมองเสื่อม(TMSE) 2) แบบประเมินความซึมเศร้าในผู้สูงอายุไทย 3) แบบประเมินคุณภาพการนอนหลับ(T-PSQI) ผลที่ได้คือคุณลุงไม่มีภาวะสมองเสื่อม ไม่ซึมเศร้า แต่มีปัญหาด้านการนอนหลับบ้างอันเนื่องมาจากสภาพอากาศ ส่วนสมรรถภาพด้านร่างกาย คุณลุงบอกว่าตนเองไม่แข็งแรงเหมือนก่อน และรู้สึกง่วงนอนในตอนกลางวันจนต้องไปงีบบ่อยๆ แต่ในสายตาผมคุณลุงถือว่ายังแข็งแรงอยู่ เพราะคุณลุงต้องทำหน้าที่ปัดกวาดเช็ดถูหอพักผมทุกวัน ซึ่งบันไดหอพักผมค่อนข้างชัน ทุกๆเช้าผมก็จะเห็นคุณลุงแบกถังน้ำและไม้ถูพื้นขึ้นชั้น 5 ไปทำความสะอาดอย่างสบายๆ ในขณะที่ผมเดินขึ้นชั้น 4 ตัวเปล่าก็หอบกินหน้าจะมืดแล้ว
ในระหว่างที่ผมทำการประเมินและสัมภาษณ์ คุณลุงก็เล่าเรื่องราวของคุณลุงพร้อมทั้งแฝงข้อคิด และให้กำลังใจหลายๆเรื่อง คุณลุงเล่าว่าตนเองเกิดมาพ่อแม่ไม่ได้ให้สมบัติอะไร ตนเองต้องไขว่ขว้าหาเอาเองทั้งหมด และพูดย้ำหลายครั้งเรื่องการเป็นคน ต้องสู้ชีวิต ตนเองสู้ชีวิตมามาก และจะสู้ชีวิตต่อไป ทำให้ผมได้รับแรงบันดาลใจ
ตารางการประกอบกิจกรรมในแต่ละวันคุณลุง
ตื่นนอน 6.00
ทำความสะอาดด้านหน้าหอพัก 6.00 – 8.00
รับประทานอาหารเข้า 8.00 – 9.00
ทำความสะอาดด้านบนหอพัก 9.00 – 11.00
รับประทานอาหารกลางวัน 11.00 – 12.00
พักผ่อน ทำธุระส่วนตัว 12.00 – 14.00
ดูแลความเรียบร้อยของหอพัก 14.00 – 19.00
รับประทานอาหารเย็น 19.00 – 20.00
พักผ่อน เวลาส่วนตัว 20.00 – 22.00
นอนหลับ 22.00
ความเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ อ้างอิงทฤษฎีทางกิจกรรมบำบัด
ทฤษฎี Person-Environment-Occupation-Performance (PEOP) model
(ที่มา : http://cb3e.slackbooks.com/)
Person(บุคคล) คือตัวคุณลุง เมื่อคุณลุงมีอายุมากขึ้น ร่างกายและสติปัญญาก็เริ่มเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ โดยด้านร่างกาย คุณลุงรู้สึกว่าตนเองเหนื่อยง่ายกว่าแต่ก่อน อ่อนเพลีย รู้สึกง่วงในตอนกลางวันบ่อยครั้ง สายตาแย่ลงจนตอนนี้ไม่สามารถอ่านหนังสือได้ถ้าไม่ใส่แว่นตา ในด้านสติปัญญาคุณลุงรู้สึกบางทีตนเองหลงๆลืมๆ ความจำไม่ดีเหมือนแต่ก่อน
Environment(สิ่งแวดล้อม) คุณลุงมีการย้ายภูมิลำเนาจากจังหวัดสุพรรณบุรีมาอยู่จังหวัดนครปฐม ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในด้านสิ่งแวดล้อมหลายๆด้าน ทั้งในด้านสถานที่ สิ่งของ ตัวบุคคล รวมถึงวัฒนธรรมและประเพณี จึงส่งผลต่อด้านบุคคล(Person)ทำให้เกิดความเครียดและนอนไม่หลับในช่วงแรกที่ย้ายมาใหม่ๆ
Occupation(กิจกรรมการดำเนินชีวิต) มีการเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมการดำเนินชีวิตทั้งในด้านกิจวัตรประจำวันและการทำงานอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงในตัวบุคคล(Person) และการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัย(Environment)
Performance(ความสามารถในการประกอบกิจกรรม) เนื่องจากการเสื่อมถอยของตัวบุคคล(Person) ในด้านต่างๆเช่นด้านสมรรถภาพทางร่างกาย ความคิด สติปัญญา และด้านอารมณ์ ส่งผลให้ความสามารถในการประกอบกิจกรรมของคุณลุงลดลง รวมถึงความสนใจที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมใหม่ๆก็ลดลดตามไปด้วย
สุดท้าย สิ่งที่ผมประทับใจในตัวคุณลุงก็คือ ในระหว่างที่ผมทำการประเมินและสัมภาษณ์ คุณลุงก็เล่าเรื่องราวของตนเองพร้อมทั้งแฝงข้อคิด และให้กำลังใจหลายๆเรื่อง รวมถึงคุณลุงได้พูดย้ำหลายครั้งเรื่องการเป็นคนต้องสู้ชีวิต แต่สิ่งที่ผมประทับใจในตัวคุณลุงมากที่สุดก็คือตอนที่คุณลุงพูดว่า “ตนเองเกิดมาพ่อแม่ไม่ได้ให้สมบัติอะไร ตนเองต้องไขว่ขว้าหาเอาเองทั้งหมด ตนเองสู้ชีวิตมามาก และจะสู้ชีวิตต่อไป” ประโยคนี้ทำให้ผมได้รับแรงบันดาลใจ และแรงขับในการใช้ชีวิตต่อไป ขอขอบคุณคุณลุงมากครับ
บทความกิจกรรมบำบัดในผู้สูงอายุอื่นๆ
บทความกิจกรรมบำบัดกับผู้สูงอายุ : เหนือกว่าวัยคือใจแข็งแรง
บทความกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุร้อยปี : ผู้สูงอายุเชื้อสายจีนในเมืองไทย
บทความกิจกรรมบำบัดในผู้สูงอายุ : คุณยายผู้ที่สู้และไม่เคยถอย
บทความกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุร้อยปี : "ความสุขที่สุกงอม"
กิจกรรมบำบัดกับ"การนอนหลับ"ในผู้สูงอายุ
บทความกิจกรรมบำบัด กับการเปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุหลังเกษียณ
บทความทางกิจกรรมบำบัดที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ : ศิลปินใหญ่ ผู้อุทิศชีวิตทั้งกายและใจให้ดนตรีไทย
บทความกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ : เปลี่ยนแต่กาย ใจเกินร้อย
กิจกรรมบำบัด กับ " คุณภาพชีวิต " หลังวัยเกษียณ
ผู้สูงอายุไทย ห่างไกลความเศร้า
