วัยสูงอายุ หรือ วัยชรา คือบุคคลที่มีอายุอยู่ในช่วงปลายของชีวิต สำหรับประเทศไทยกำหนดไว้ว่าผู้สูงอายุคือบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และในปัจจุบันการเพิ่มขึ้นของประชากรไทยช้าลง แต่แนวโน้มผู้สูงอายุกลับเพิ่มเร็วขึ้น กิจกรรมบำบัดจะทำอย่างไรเมื่อผู้สูงอายุ ในสังคมไทยเพื่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้
ในบทความนี้จะกล่าวถึงผู้สูงอายุท่านหนึ่ง ที่ดิฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีตั้งแต่จำความได้ ซึ่งก็คือ “ คุณปู่ ” ของดิฉันเอง ท่านชื่อ นาย บุญลักษณ์ วชิรางกูร อายุ 82 ปี อาศัยอยู่กับครอบครัว 6 คน รวมทั้งตัวดิฉันเองด้วย ท่านมีโรคประจำตัว คือ ไขมันในเส้นเลือดสูง และ ความดันโลหิตสูง ยาที่ทานประจำก็จะเป็นยา ลดไขมันในเลือด และ ลดความดัน อาชีพเดิม ก่อนเกษียณอายุ ท่านเคยทำงานที่ การประปา นครหลวง ลักษณะนิสัยของท่านเป็นคน มองโลกในแง่ดี อารมณ์ดี คุยเก่ง ชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง เลี้ยงสัตว์ ไม่ชอบอยู่เฉยหากิจกรรมทำอยู่เป็นประจำ
จากย่อหน้าข้างต้น เป็นสิ่งที่สามารถสนับสนุนได้อย่างดีว่าทั้ง 2 ทฤษฎีที่จะกล่าวต่อไปนี้ สามารถนำมาใช้อธิบายถึงการปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุได้ ทฤษฎีแรกคือ
ทฤษฎีกิจกรรม (Activity Theory) ผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมทำอยู่เสมอๆ จะมีบุคลิกที่กระฉับกระเฉง ทำให้มีความพอใจในชีวิตและปรับตัวได้ดีกว่าผู้สูงอายุที่ปราศจากกิจกรรม หรือบทบาทหน้าที่ใดๆ
ทฤษฎีความต่อเนื่อง (The continuity theory) ทฤษฎีนี้เชื่อว่า ผู้สูงอายุจะมีความสุขได้เมื่อได้ทำกิจกรรมตามที่เคยทำมาก่อน ผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพและแบบแผนชีวิตของแต่ละช่วงวัยที่ผ่านมา
ในวัยนี้เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็เสื่อมลงไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ความยืดหยุ่นความแข็งแรงของร่างกายที่ลดลง ผิวหนังที่เหี่ยวย่น รวมถึงการเสื่อมสภาพของระบบการทำงานของอวัยวะภายในและการรับรู้ สายตาที่เลือนลาง พร่ามัว , การได้ยินที่ลดลง , การรับกลิ่น , การรับรู้รส ซึ่งความเสื่อมลงของร่างกาย สามารถส่งผลต่อจิตใจและเป็นอุปสรรคในการติดต่อกับบุคคล ทำให้สูญเสียความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้สูงอายุได้ รวมทั้งการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบข้าง และ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดในวัยผู้สูงอายุก็คือ บทบาทหน้าที่
“ คุณปู่ ” ของฉันก็มีร่างกายที่เสื่อมลงตาม ผู้สูงอายุ โดยปกติทั่วไป เนื่องจาก“ คุณปู่ ” ของฉันได้เข้ารับการผ่าตัด “ต้อหิน” จึงส่งผลให้ไม่สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานๆได้ เวลาจะออกเดินทางไปไหนต้องใส่แว่นตาตลอด
ในเรื่องการดูแลตนเอง เช่น การทำกิจวัตรประจำวัน ของ “ คุณปู่ ” สามารถทำได้เองในทุกๆขั้นตอนไม่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือใดๆเลย “ คุณปู่ ” ของฉันนอนเป็นเวลาค่ะ ตื่นเช้า ทานน้ำต้มสุกมาตลอดระยะเวลา 40 ปี ชอบดื่มน้ำชา ออกกำลังกายทุกวัน เวลาออกไปหน้าปากซอยจะไม่นั่งมอเตอร์ไซค์แต่ใช้การปั่นจักรยานแทน ร่างกายแข็งแรง อาจจะมีปัญหา เรื่องความจำ มีอาการหลงลืมบ้างเล็กน้อยไม่บ่อยมาก เช่น ลืมทานยา ลืมหยอดตา และเรื่องท้องผูกบ้างเป็นครั้งคราวไป ถ้าเปรียบเทียบระหว่าง “ คุณปู่ ” ของดิฉันและผู้สูงอายุในวัยเดียวกันแล้ว ถือว่า “ คุณปู่ ” ของดิฉัน มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงมากเลยทีเดียวล่ะค่ะ บางทีท่านอาจจะแข็งแรงมากกว่าดิฉันด้วยซ้ำไป...
บทบาทหน้าที่ของ“ คุณปู่ ”ดิฉัน หลังจากเกษียณก็ได้เปลี่ยนบทบาทจากการทำงานมาทำหน้าที่ในการเลี้ยงดูหลานๆกับ “ คุณย่า ” แทน ท่านทั้งสองเลี้ยงดิฉันมาตั้งแต่เล็กจนโตเลยล่ะค่ะ เนื่องจากไม่ได้ทำงานแล้ว การหารายได้ก็ตกเป็นของลูกๆแทน แต่เวลาจะทำอะไร ออกไปเที่ยวข้างนอก หรือ ซื้อของ ลูกๆและหลานๆอย่างดิฉัน ก็จะถามท่านทั้งสองก่อนเสมอค่ะ ท่านยังช่วยตัดสินใจในเรื่องบางเรื่องเพื่อแก้ปัญหาให้กับครอบครัวได้ ในปัจจุบันนี้ “ คุณปู่ ” จะมีบทบาทหลักๆก็คือ ดูแล“ คุณย่า ” และ ให้อาหารแมว รวมถึงทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆภายในบ้านในวันธรรมดาค่ะ
บทบาทกิจกรรมบำบัดในผู้สูงอายุ อย่างแรกก็ต้องทำการประเมินก่อนเพื่อหาความสนใจ ความต้องการและความสามารถที่แท้จริงของผู้สูงอายุ ซึ่งดิฉันได้ใช้แบบประเมิน 2 อย่าง คือ แบบวัดความซึมเศร้าในผู้สูงอายุของไทย และ แบบประเมินคุณภาพการนอนหลับ จากผลการประเมิน “ คุณปู่ ” ของฉันไม่พบภาวะทั้งสอง ในขั้นต่อมาจึงเป็นการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน ในเรื่องความจำ เพราะในวัยที่มากขึ้น ก็ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม
จึงแนะนำให้ทำตารางทานยาในแต่ล่ะมื้อให้ตัวใหญ่ชัดเจนและอ่านง่ายและอาจใช้นาฬิกาปลุกตั้งเตือนเวลาทานยาไว้จะได้ไม่ลืม
และควรจะติดป้ายเตือนตามที่ต่างๆ เช่น ก๊อกน้ำ เตือน “ อย่าลืมปิดน้ำ ” สวิตซ์ไฟ “ ใช้แล้วอย่าลืมปิดนะค่ะ” โดยเฉพาะกับอุปกรณ์ที่อันตราย เตาแก๊ส “ อย่าลืมปิดแก๊สให้สนิท” ในเวลาอุ่นแกง ก็ควรจะมีนาฬิกาตั้งเตือนเวลาไว้ หรือไม่ก็ใช้เตาไฟฟ้าที่ตั้งเวลาปิดเปิดได้
อีกเรื่องที่ควรแนะนำและสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือเรื่องอาหารและโภชนาการ ซึ่งควรจะแนะนำอาหารที่มีประโยชน์ เน้นอาหารที่ทานง่ายและย่อยง่าย เน้นผักที่มีกากใยเพื่อสะดวกในการขับถ่าย แนะนำอาหารที่มีไขมัน หรือ ใช้น้ำมันในปริมาณที่น้อย และอาจทานวิตามินเสริมร่วมด้วย เช่น แคลเซียม
ในอนาคตอันใกล โลกของเราจะเต็มไปด้วยผู้สูงอายุ ตัวเราเองก็ต้องเข้าสูวัยสูงอายุสักวันหนึ่ง ดังนั้นเราควรสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ทั้งเพื่อปู่ยาตายายที่เรารักและเพื่อตัวเราเองในอนาคต...
บทความที่เกี่ยวข้อง
http://www.gotoknow.org/posts/559042
http://www.gotoknow.org/posts/559070
http://www.gotoknow.org/posts/559079
http://www.gotoknow.org/posts/559081

