ต้นหญ้า...คงสับสน!

  เหตุเกิดกับต้นหญ้า แต่มีคุณค่าช่วยสอนเตือนใจตัวเองได้มากมายค่ะ...  
มีโอกาสได้เดินเล่นยามเย็นรอบๆบ้าน สมองก็คิดย้อนไปถึงเมื่อตอนที่เราย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้ใหม่ๆ  จะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ดินสีแดงๆแห้งแล้งทั่วทั้งบ้าน
จนเราต้องปรึกษากันว่า จะต้องปลูกต้นหญ้าให้เขียวขจี  พี่เม่ยจึงหาพันธุ์ต้นหญ้าที่คิดว่า "สวย" มาปลูกในสนาม หมั่นรดน้ำพรวนดินเพื่อจะได้แพร่พันธุ์ให้เต็มพื้นที่เร็วๆ
เอาใจใส่ดูแล  เป็นห่วงเป็นใยขนาดที่ว่า...เวลาเดินก็พยายามอ้อมๆ เลี่ยงที่จะเหยียบย่ำต้นหญ้าเหล่านั้น....
พอต้นหญ้าโตขึ้น ก็เฝ้าบรรจงตัดเล็มวันละนิด วันละหน่อย แหม! ตอนนั้นรู้สึกว่าสนุกเหลือเกิน มองในแง่ดีด้วยว่าได้ออกกำลังกายไปในตัว...
พอถึงตอนนี้...ต้นหญ้าก็เติบโตเกินความต้องการของเราเสียแล้ว กลับกลายเป็นความรก  ตกเป็นภาระหนักกับการที่ต้องตัดเล็มทุกวันหยุดสุดสัปดาห์  พี่เม่ยเริ่มไม่สนใจตัดหญ้า  อ้างว่ากรรไกรไม่คม แดดร้อน ฝนตก ไปตามเรื่อง เวลาเดินก็จะเหยียบย่ำๆๆๆๆ จะได้ไม่ชูก้านสูงให้รกหูรกตา
ทำท่าว่าจะไม่สนใจสนามหญ้าในฝันเสียแล้ว
จนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหอยโข่งลูกสาวคนโตกลับจากไปเข้าค่ายพัฒนาอัจฉริยภาพฯมา ได้ผื่นคันขึ้นเห่อเต็มขา สอบถามได้ความว่า ไปนั่งพับเพียบเพื่อถ่ายรูปบนสนามหญ้านานไปหน่อย
ชัวร์ค่ะว่าดอกหญ้าทำพิษแน่แล้ว  ลูกบ่นเช้าบ่นเย็นว่า "ไม่เอาแล้วสนามหญ้า กลัวคัน!"
ต้นหญ้าดูไร้ค่าไปเสียแล้วค่ะ เพราะเป็นเหตุให้ลูกสาวต้องทรมานกับการคันคะเยอ  คุณพ่อบ้านจึงคว้าจอบและคราด ไปจัดการถางหญ้ารอบบ้าน  แถมยังลงทุนซื้อกรรไกรตัดหญ้าใหม่เอี่ยม มาให้พี่เม่ยใช้ตัดฉับๆๆอีกด้วย เราช่วยกันจัดการต้นหญ้าซะเกรียนหมดบ้าน 
ตอนนี้รอบๆบ้านเราจึงกลับเตียนโล่งอีกครั้งหนึ่ง มีเพียงสีเขียวประปรายของต้นหญ้าที่รอดจากการกำจัดของพวกเราหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย....
พี่เม่ยก้มลงมองต้นหญ้าที่หลงเหลืออยู่
เออหนอ...ต้นหญ้าคงสับสน.....
ตอนที่ต้องการมัน ก็เอาใจใส่ดูแล ประคบประหงมเป็นอย่างดี  เพราะหวังประโยชน์ที่จะได้รับกลับมาในไม่ช้า
แต่พอเริ่มชาชินกับประโยชน์ที่ได้มา  เริ่มเบื่อหน่าย ก็ละทิ้งความสนใจ  เริ่มมองหาเหตุที่เป็นโทษ เพื่อที่จะกำจัดมันออกไปเสียแล้ว
ดีนะ...ว่าเป็นเพียงต้นหญ้า  นี่ถ้าไปทำแบบนี้กับใครๆเข้า คงจะไม่เป็นเรื่องดีแน่ๆเลยเนาะ เพราะคนเรามีชีวิตจิดใจ มีความรู้สึก มีศักดิ์ศรี....ถ้าเจอเรื่องแบบนี้คงไม่เพียงแค่สับสน  แต่คงเสียใจมาก....
พี่เม่ยจึงก้มลงกล่าวขอบคุณต้นหญ้า ที่ช่วยสอนเตือนพี่เม่ยไว้ว่า
"อย่าทำกับคน... เหมือนกับต้นหญ้า เชียวนะ!"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สองคนยลตามช่อง

คำสำคัญ (Tags)#เรียนรู้#ในบ้าน#สองคนยลตามช่อง

หมายเลขบันทึก: 55845, เขียน: 26 Oct 2006 @ 15:37 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 16:10 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (5)

ตามมาเก็บความละไม ค่ะ  ไม่เพียงต้นหญ้าที่เป็นตัวอย่าง กางเกงหรือเสื้อผ้าที่ผ่านการเห่อ....ถ้ามีหัวใจก็คงร้องไห้เหมียนกัลล์ เป็น "สัจธรรม"
Handy
เขียนเมื่อ 
   เออหนอชีวิต ... ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน ... ทำกับหญ้าได้ ... แต่อย่า ทำกับคน ... หญ้าไม่บ่นเพราะ ปาก ใจ มันไม่มี.
คุณ เมตตา คะ...
  • พี่เม่ยตอนนี้ก็ยังเห่อเสื้อสีเหลืองผ้าบาติคตัวสวย ที่กระเป๋า screen คำว่า KM PSU อยู่เลยนะคะ (แต่รับรองว่าไม่เบื่อแน่ๆ เพราะชอบค่ะ)
  • ไม่พบกันหลายวันแล้วนะคนดี!
อ่านแล้วได้แง่คิดดีมากครับ
คุณ Handy คะ...
เห็นด้วยอีกแล้วค่ะท่าน  นี่ถ้าต้นหญ้า มีปาก มีใจ ป่านนี้คงร้องไห้โฮ! ไปแล้วค่ะ