20131228175413.docx20131228175413.docx20131228175413.docx20131228175413.docx20131228175413.docx20131228175413.docx20131228175413.docx20131220212354.docx20131220212354.docxเปิดประตู.docxตำบลเกาะหมาก เป็นหนึ่งใน 7เปิดประตู.docx ตำบลของ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เกาะหมากมีสภาพพื้นที่เป็นเกาะกลางทะเล ในทะเลสาบสงขลา ตอนกลาง และยังเป็นพื้นที่ธุระกันดารยากแก่การเข้าถึงในการพัฒนาในสมัยนั้น ทั้งทางภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะบ้านแหลมกรวดซึ่งห่างไกลถึงประมาณ 20 กว่ากิโล การเดินทางในอดีตประมาณ 60-70 ปีที่ผ่านมา การเดินทางต้องใช้ทางน้ำเพียงทางเดียวส่วนทางบกใช้ได้ก็แค่เดินเท้าไม่มีถนน การติดต่อค้าขายหรือการติดต่อกับหน่วยงานราชการ หรือแม้แต่การรักษาพยาบาลก็ต้องอาศัยทางน้ำในการเดินทางแต่ละครั้ง โดยอาศัยเรือเป็นพาหนะ เรือก็แค่เรือแจวหรือพายเท่านั้น ดังนั้นการเดินทางในแต่ละครั้งต้องใช้เวลาถึง 1 วันไปกลับของการเดินทางแต่ละครั้ง ซึ่งถือว่าการดำรงชีวิตของคนในสมัยนั้นลำบากมาก แต่คนบ้านแหลมกรวดไม่เคยย่อท้อกับความลำบากในการใช้ชีวิต ในทางตรงกับข้ามกลับทำ
ให้คนแหลมกรวดกลับมีความเข้มแข็งไม่ย่อท้อ จึงได้คิดค้นเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิม โดยเฉพาะพืชสมุนไพร ประจำถิ่น
ที่สามารถนำมาใช้เป็นยา ซึ่งขึ้นอยู่ตามในพื้นที่ต่างๆของตำบลเกาะหมากเรียงรายไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ภายในตำบล มาประกอบทำการรักษากันในยามที่เจ็บไข้ได้ป่วย เพื่อบรรเทาอาการในเบื้องต้น ก่อนส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวเมือง
หากอาการไม่หนักหนาก็หายไป จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นก็ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้างในขณะนี้ ถึงแม้จะไม่มากมายนัก
ดังนั้นคนในตำบลเกาะหมาก โดยเฉพาะบ้านแหลมกรวดถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่น่าจะจดจำศึกษา และถ่ายทอดให้แก่ลูกหลานเยาวชนคนรุ่นหลังต่อไป
ประวัติการก่อเกิดสวนสมุนไพร เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในการจัดการตนเอง ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
สืบจากเนื่องในปี พ.ศ. 2547 ทางมหาวิทยาลัย มหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม นำทีมโดย คุณ มลทิชา ชนะสิทธิ ได้ทำโครงการเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุน จากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก ( UNDP ) ในการขับเคลื่อนการสำรวจทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยได้จัดกลุ่มเป้าหมายเพียง 2 ตำบลในประเทศไทยและตำบลเกาะหมากก็ได้เป็น หนึ่งใน สองตำบลดังกล่าวและอีกหนึ่ง ตำบลอยู่ใน จังหวัดอำนาจเจริญ ในการนี้ได้มีทีมงานประมาณ สิบกว่าคนร่วมไม้ร่วมมือกันในการลงสำรวจ ซึ่งมีทั้งในน้ำและบนบก ผลจากการสำรวจในครั้งนั้นพวกเราทีมงานได้ทั้งความรู้และผลงาน ทางด้านผลงาน คือได้งานที่ทำออกมาเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รับรู้ ซึ่งเป็นทั้งเอกสาร/แผ่นพับ/แผ่นที่ทำมือแสดงบอกถึงจุดสำคัญต่างๆ ในด้านของความรู้จะบอกได้ว่า สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นใน ตำบลเกาะมากทั้งในน้ำและบนบก ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ในด้านสมุนไพรเกือบทั้งสิ้น และอีกอย่างที่ขาดเสียไม่ได้ คือความรู้ที่ทางทีมงานได้รับ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมในการการเตรียมตัวก่อนลงพื้นที่ลงสำรวจ การแยกแยะ การอัดกรอบพันธ์พืชตังอย่าง การทำแผนที่ทำมือ การทำที่ จีไอเอส และที่สำคัญที่สุดคือความสามัคคี ของทีมงาน แต่ก็น่าเสียดายที่พวกเราทีมงานกำลังสนุกอยู่กับการทำงานที่ ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งความสนุก และได้ทั้งเพื่อนที่เข้าใจ โครงการดังกล่าวก็จบไป แต่อย่างว่านั้นแหละงานเลี้ยงยังมีวันเลิกรา ฉันใดก็ฉันนั้น จากความรู้ที่พวกเราทีมงานได้รับมาแต่ก็หาได้ยุติลงไปตามโครงการไม่ได้พยายามจัดทำเป็นเอกสารความรู้เพื่อที่จะเรียบเรียงสิ่งที่ได้มา แต่ในขณะที่พวกเราทีมงานกำลังจะหมดความพยายามจู่ๆก็ได้มีโครงการ”รักษ์ป่าสร้างคน 84 ตำบลวิถีพอเพียง”บริษัทปตท.เข้ามาทำให้ทีมงานได้มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผิดกับครั้งก่อนเพราะได้มีผู้ใจบุญบริจาคที่ดินจำนวน หนึ่งไร่ครึ่งเพื่อให้เป็นที่ทำการกลุ่ม คือ น.ส. จงกลนี จันทร์สว่าง ดังนั้นการทำงานในครั้งนี้จึงเป็นที่คึกคักมากทีมงานทุกคนตั้งใจในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่การเตรียมงานเตรียมสถานที่เตรียมความรู้ในด้านต่างๆ สิ่งใดที่ไม่รู้ก็ได้พยายามหาพยายามค้นคว้า ตั้งแต่การไปถามผู้รู้ภายในชุมกันเองและทำแผนเพื่อการศึกษาดูงานตามในพื้นที่ต่างๆอาทิเช่นจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดกระบี่ สงขลา สตูล ชุมพร ๆ จากความรู้ที่ทีมงานได้รับมาจากสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งไม่เหมือนกันทั้ง ๆ ที่บางเรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน จากความรู้ดังกล่าวบวกกับประสบการณ์ในการทำงานมาหลายปีทำให้ทีมงาน สามารถแยกแยะและขยายความรู้ออกมาเป็นส่วนๆในการทำงาน
เช่น การบริหารจัดการรวมทั้งกลุ่ม การบริหารในแต่ละเรื่อง การประสานงานกับกลุ่มภายใน/ภายนอก/ภาคีช่วยเหลือ/แหล่งทุนต่าง ๆ ในการนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2552 ในตอนแรกๆเริ่มต้นมีสมาชิกสิบกว่าคนต่อมีสมาชิกทีมงานถึงสี่สิบกว่าคน แต่พอมาปี 54 สมาชิกภายในทีมงานเริ่มถอยออกไปเพราะความไม่เข้าใจซึ่งในตอนนี้ยังคงมีทีมงานที่เข้าใจและทำงานอย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็สิบกว่าคนและสมทบบ้างบางครั้งบางคราวตามแต่โอกาสก็สิบกว่าคนรวมแล้วก็ยี่สิบกว่าคน ซึ่งการทำงานในครั้งนี้ก็ขอให้เป็นเพียงการเรียนรู้และการปฏิบัติจริงเพื่อการเป็นต้นแบบของในเรื่องต่างๆ อย่างเช่นการเพาะชำ/การปลูกการรับรู้การนำไปใช้ ในเรื่องของสมุนไพร การเพาะ/การตอน/การปักชำ/ต้น/เมล็ด/ในเรื่องของอาหารที่เป็นพืช ในเรื่องของสัตว์น้ำก็มีการขยายพันธ์ทดลองเลี้ยง ส่วนในเรื่องของกองทุนก็มีการบริหารจัดการที่ชัดสามารถตรวจสอบในแต่ละเรื่องแต่ละกองทุนได้จากทีมงานที่รับผิดชอบ กองทุนทั้งหมดมีอยู่ด้วยกัน 12 กองทุน โดยมีวัตถุประสงค์หลักๆของแต่ละกองทุนก็คือการช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งในหมู่สมาชิกและคนทั่วไปที่มีความประสงค์จะใช้บริการ แต่จะมีเป้าหมายในในแต่ละกองทุนไม่เหมือนกันดังต่อไปนี้
กองทุนที่1 คือกองทุนสวัสดิการ(ที่รัฐบาลสมทบ 1 ต่อ 1 ) โดยมีวัตถุประสงค์ในการเชื่อมโยงของการบริการด้านสวัสดิการหลายประเภท
○ เป้าหมาย คือการดูแลสุขภาพตนเอง ของสมาชิกและคนในชุมชน
○ แนวคิด คนทุกคนทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่เป็นสมาชิก ได้ร่วมกันใช้ประโยชน์จากกองทุนสวัสดิการ ระดับตำบลที่ไม่เป็นตัวเงินโดยทั่วหน้ากัน และช่วยกันบริหารจัดการกิจการของกองทุน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของคนในแต่ละชุมชน ตำบล
กองทุนที่2 คือกองทุนพัฒนาอาชีพโดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมอาชีพสมาชิก
○เป้าหมาย คือการสนับสนุนอาชีพที่สมาชิกถนัดและนำไปสู่ครอบครัวที่อบอุ่น
○ แนวคิด คือการสนับสนุนเงินทุนให้กับสมาชิกที่มีความประสงค์ในการประกอบอาชีพโดยตรงและชัดเจน
ตามที่ต้องการและถนัด และผ่อนชำระเงินทุนคืนเข้ากองทุนแบบยืดหยุ่นโดยนำเอาผลงานที่แจ้งไว้ในใบสัญญาที่ทำไว้กับกองทุน
กองทุนที่3 คือกองทุนรับซื้อหนี้โดยมีวัตถุประสงค์ในการแบ่งเบาภาระหนี้สินของสมาชิก
○เป้าหมาย คือการปลดทุกข์ที่เกิดขึ้นจากการเป็นหนี้นายทุนภายนอก
○ แนวคิด เพื่อปรับความคิดของสมาชิกและแบ่งเบาภาระในการเป็นหนี้จากภายนอก
กองทุนที่4 คือกองทุนเยาวชนโดยมีวัตถุประสงค์ในการเชื่อมความสามัคคี
○เป้าหมาย คือการรวมกลุ่มของเยาวชนในการจัดกิจกรรม
○ แนวคิด ต้องการให้เยาวชนมีความสามัคคี และเชื่อมโยงกันเป็นกลุ่ม โดยผ่านกิจกรรม
กองทุนที่ 5 คือ กองทุนการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเรียนรู้
○เป้าหมาย คือการฝึกการเรียนรู้ในการบริหารจัดการ
○แนวคิด สร้างกลุ่มเยาวชนให้รู้จักการบริหารจัดการในการพึ่งพาตนเอง โดยนำเอากองทุนเป็นตัวนำและ เรียนรู้
กองทุนที่6 คือกองทุนภัยพิบัติโดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือยามเกิดภัย
○เป้าหมาย คือการเฝ้าระวังภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
○แนวคิด คือการอยู่ร่วมกันแบบเอื้ออาทรและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในยามที่เกิดภัย
กองทุนที่7 คือกองทุนกลางโดยมีวัตถุประสงค์การจัดการภายในสวน(สมุนไพรฯ)
○ เป้าหมาย คือการบริหารจัดการภายใน
○แนวคิด คือการบริหารจัดการและสร้างความเข้มเข็งในการอยู่ร่วมกันภายในกลุ่มองค์กร (สวนสมุนไพรฯ)
กองทุนที่8 กองทุนยานพาหนะ โดยมีวัตถุประสงค์ในการซ่อมแซม
○เป้าหมาย คือการขับเคลื่อนงานสนับสนุนงานภายในสวน(สมุนไพรฯ)
○แนวคิด คือการบริหารจัดการซ่อมและสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก(เครื่องมือใช้งานภายในสวนสมุนไพรฯ)
กองทุนที่9 คือกองทุนปลดหนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการยกเลิกหนี้
○ เป้าหมาย คือการช่วยเหลือครอบครัวสมาชิกที่เสียชีวิต
○แนวคิด คือการปลดทุกข์ให้กับคนในครอบครัวและภาระหนี้สินของสมาชิกที่เสียชีวิตในครอบครัวนั้นๆ
กองทุนที่10 คือกองทุนโรงน้ำดื่มโดยมีวัตถุประสงค์ ในการจัดการแบบพึ่งตนเอง
○เป้าหมาย คือการดูแลสุขภาพ ที่ยั่งยืน
○แนวคิด คือการนำเอาทรัพยากรภายในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์
กองทุนที่11 คือกองทุนกลุ่มออมทรัพย์โดยมีวัตถุประสงค์ในการสะสมทรัพย์
○ เป้าหมาย คือสร้างกองทุนในการพึ่งตนเอง
○แนวคิด คือการสร้างนิสัยในการอดออมของสมาชิก และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางการเงิน
กองทุนที่12 คือกองทุนสมทบจากสมาชิก ( วันละ 1 บาท ) โดยมีวัตถุประสงค์ในการดูแลซึ่งกันและกัน
○เป้าหมาย คือการสร้างกองทุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันของสมาชิก
○แนวคิด คือการร่วมทุนกันในการจัดการด้านสวัสดิการ และบริหารจัดการกองทุนร่วมกัน
ที่มาของเงินกองทุนแต่ละกองทุน 1.เงินสมทบจากสมาขิก 2. เงินสมทบจากรัฐบาล 3. เงินบริจาค
จากกลุ่มออมทรัพย์ต่างๆ จากแกนนำโครงการรักษ์ป่าฯ ของปตท. จากสจ. นาย จรูญ สอนสังข์ จากนายก อบต.
นาย ประดิษฐ์ จาริยะ จากนายก อบต นายยะฝาด เส็นยีหีม
การบริหารจัดกองทุน 1. นำมาลุงทุน 2.ปล่อยให้สมาชิกกู้ 3. ฝากกลุ่มออมทรัพย์ 4. ฝากธนาคาร โดยการแยกบัญชีออกเป็น 12 บัญชี ตามชื่อของแต่ละกองทุน
ทรัพย์สินภายในสวนสมุนไพร 1. ที่พักคนทำงาน 2. โรงผลิตน้ำดื่ม 3. เรือนนอน 4.ห้องน้ำ 5.สถานที่นั่งคุย
6. เก้าอี้ 7. โต๊ะเขียน 8. แผ่นป้าย 9. คอมตั้งโต๊ะ 10. โน้ตบุ๊ค 11. อินเตอร์เนต 12.ห้องครัว 13 รถยนต์
14. รถสามล้อพ่วงข้าง
สิ่งที่สามารถศึกษาเรียนรู้ได้ในตอนนี้ การทำประติมากรรมจากหินกรวดทรายล้างท้องถิ่น ไข่ในหิน การทำปุ๋ยหมักในหลุม การทำน้ำหมักชีวภาพ การทำอีเอ็มบอล การเพาะชำ การขยายพันธ์ไม้ (สมุนไพร) การขยายพันธ์สัตว์น้ำ การแปรรูปจากเศษวัสดุเหลือใช้ พลังงานทดแทน
ผลงานที่ผ่านมา นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนิด้าศูนย์ยะลา นำโดย อาจารย์สุพรรณี ไชยอัมพร เข้าร่วมเรียนรู้ทำกิจกรรมศึกษาจบปริญญาโทไปแล้วสามรุ่น หนึ่งร้อยกว่าคน/กลุ่มแม่บ้านในสถานที่ต่างๆ มาเรียนรู้อยู่เป็นประจำ
สภาองค์กรชุมชนโซนใต้ จังหวัดพัทลุงใช้เป็นที่ประชุมแลกเปลี่ยน/สรุปบทเรียนบ่อย ๆ
รายนามผู้บริจาคสิ่งของภายใน(สวนสมุนไพร)
- อาจารย์ ไกรศร เพ็งสกุล สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 8 บริจาคคอมฯ ตั้งโต๊ะ
- นักศึกษามหาวิทยาลัยนิด้าศูนย์ยะลา บริจาคห้องคอม ฯ
- วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง บริจาคเครื่องมือช่าง
- กศน. อำเภอปากพะยูน บริจาคโต๊ะพับ/ โต๊ะญี่ปุ่น /เก้าอี้/ชั้นวางหนังสือ/อุปกรณ์การศึกษา
- โครงการปฏิบัติชุมชนพึ่งตนเองฯ ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สนับสนุนสถานที่นั่งคุย/โต๊ะ/เก้าอี้/ป้าย/ถังน้ำหมัก/ปล้องท่อเพาะพันธ์สัตว์น้ำ/ห้องน้ำ
- พลังงานจังหวัดพัทลุงสนับสนุนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน/เตาเผาถ่าน 200 ลิตร/ตู้อบพลังแสงอาทิตย์/เตาซุปเปอร์อังโล่
- ทสจ. พัทลุง สนับสนุนวัสดุในการทำ อีเอ็มบอล
แผนงานต่อไปในอนาคต ศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนเพิ่มเติมทำเป็นรูปเล่ม ศึกษาพืชสมุนไพรพร้อมการใช้ทำเป็นรูปเล่ม ปรับภูมิทัศน์ในสวนสมุนไพรตามที่ต้องการคือเดินง่ายสะดวกในการเดินชม/เรียนรู้ ประสานแหล่งทุนที่สนใจเพื่อขอการสนับสนุนอาคารสถานที่ประชุม/ที่พักสำหรับผู้ที่เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานต่อไป
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ การนำข้อมูลจัดเก็บและทำเป็นรูปเล่มนั้นสำคัญมาก ใช้เป็นสื่อเรียนรู้ในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี -- ทั้งที่เคยมี, มีอยู่, กำลังสูญพันธุ์
ขอบคุณครับ
ชื่นชม และขอบคุณค่ะที่ทำสิ่งดีๆเพื่อลูกหลายเหลนโหลนภายหน้าค่ะ โดยเฉพาะภูมิปัญญาไทย
เก่งแล้ว บังระ เดี๋ยววันหลังจะไปนอนที่สวน แล้วจะแนะนำ การภาพในบันทึกให้ คนสูงวัย สนใจ IT ต้องค่อยเป็นค่อยไป
ในประเด็นการจัดการชุมชน ปรึกษาท่านอาจารย์แผ่นดินได้
ท่านสอนนักศึกษาให้คืนสู่ชุมชน มีเรื่องเรียนรู้มากมาย
ลองเข้าไปในบันทึกของอาจารย์แผ่นดิน เพื่อได้เรียนรู้ชุมชนด้วยกัน
วันที่25 นัดสภาองค์กรชุมชนโซนล่าง "หมกหัวมัน หุงข้าวหม้อดิน กินแกงเลียง ที่เขาบรรทัด สวนสหายโทน " บังระ เอาโน๊ตบุกไปด้วยน่ะครับ จะได้แนะนำต่อ
ดีใจที่ได้อ่านบันทึกนี้ครับ
เคยไปที่นี่แล้ว
ชอบมากๆๆ
ฝีมือใหม่หัดทำหากผิดพลาดประการใดขอความกรุณา ท่านผู้อาวุโสที่มีประสบการณ์ทั้งหลายโปรดช่วยชี้แน๊ะด้วยจะเป็นพระคุณย่ิง ขอคาระวะจากใจจริง จิระ