คำสอนในอิสลามมีสองอย่างที่มุสลิมทุกคนปฏิเสธไม่ได้ คือ คำสอนที่มาจากอัลกุรอานกับคำสอนที่มาจากหะดีษศอฮีฮฺ(ถูกต้องเป็นที่ยอมรับ)
หะดีษนบี คือ คำสอนของศาสดาหรือของนบีมูฮำหมัด จะมีในลักษณะที่แตกต่างกัน บางครั้งนบีจะสอนตรงๆ บางครั้งจะสอนโดยการ ทำให้ดู แม้การที่ท่านนิ่งเฉยก็เป็นแบบอย่างอย่างหนึ่ง
มีหะดีษหนึ่งซึ่งรายงานโดยสาวกที่ใกล้ชิดท่าน คือ ท่านอุมะร์ อิบนุ อัล-ค็อฏฏอบ โดยท่าน อุมะร์ได้เล่าว่า
ในระหว่างที่พวกเรานั่งอยู่กับนบีในวันหนึ่ง อยู่ๆ ก็มีชายแปลกหน้าปรากฏตัวขึ้นมาคนหนึ่ง ใส่เสื้อผ้าขาวมาก ผมดำสนิท และไม่มีร่องรอยของการเดินทาง พวกเราก็ไม่มีใครรู้จักชายคนนั้น จนกระทั่งเขามานั่งใกล้นบี ถึงขนาดเอาเข่าชนกัน และวางมือบนตัก(ลักษณะของคนพร้อมที่รับรู้) และถามนบีว่า
“โอ้มุฮำหมัด จงบอกแก่ฉันเกี่ยวกับอิสลาม”
ท่านนบี(ศอลฯ) ก็ตอบว่า “อิสลาม คือ ...
- เจ้าต้องปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมุฮำหมัด(ศอลฯ)นั้นเป็นรอซูล(ศาสนทูต)ของอัลลอฮฺ
- เจ้าต้องดำรงละหมาด
- ต้องจ่ายซากาต (ภาษีในอิสลาม)
- ต้องถือศีลอดในเดือนรอมะฎอน
- และต้องไปทำฮัจญ์ ณ บัยตุลลอฮฺหากเจ้าสามารถทำได้”
เขาก็ตอบว่า “ถูกต้อง” ท่านอุมาร์รายงานต่อว่า พวกเราแปลกใจกับเขามาก เขาถามแล้วเขายอมรับว่าถูก
เขากล่าวต่ออีกว่า “ จงบอกฉันเกี่ยวกับอีมาน(การศรัทธา)”
นบีก็ตอบว่า
- “เจ้าต้องศรัทธาต่ออัลลอฮฺ
- มะลาอิกะฮฺของพระองค์
- คัมภีร์ของพระองค์
- บรรดารอซูลของพระองค์
- วันสิ้นโลก
- และศรัทธาในกฎกำหนดสภาวะที่ดีและไม่ดีของมัน”
เขาก็ตอบว่า “ถูกต้อง”
และกล่าวต่อว่า “จงบอกฉันเกี่ยวกับอิฮฺซาน”
นบีก็ตอบว่า “เจ้าแสดงความภักดี(ทำอิบาดะฮฺ) เหมือนว่าเจ้าเห็นพระองค์ แม้นว่าเจ้าไม่สามาถมองเห็นพระองค์ได้ พระองค์ก็จะเห็นเจ้า”
เขาก็กล่าวต่อว่า “จงบอกฉันเกี่ยวกับวันกิยามะฮฺ(วันสิ้นโลก)”
ท่านนบี(ศอลฯ) ตอบว่า “ผู้ที่ถูกถามถึงสิ่งที่ถามมานั้น ไม่ได้รู้มากกว่าผู้ถาม”
เขาก็กล่าวต่อว่า “ดังนั้นจงบอกแก่ฉันถึงสัญญาณของมัน”
ท่านนบีตอบว่า
- “ ทาสหญิงคลอดลูกเป็นนายของนาง
- และเจ้าเห็นคนเท้าเปล่า เสื้อผ้าขาดๆเป็นคนที่เลี้ยงแพะ(หมายถึงคนชนบทยากจน) แข่งขันสร้างตึกสูงๆ”
และเขา(ชายคนนั้น)ก็ได้เดินไป อุมะร์ ก็เล่าต่อว่า ฉันนิ่งเงียบอยู่นาน ท่านนบี(ศอลฯ)ก็ได้ถามฉันว่า
“นี่ อุมะร์ เจ้ารู้ไหมว่าใครคือผู้ถามคนนั้น”
ฉันก็ตอบว่า “อัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์เท่านั้นที่ทราบ”
ท่านนบีตอบว่า “เขาคือ ญิบรีล(มะลาอิกะฮฺ) เขามาหาพวกเจ้า เพื่อที่จะสอนเรื่องศาสนาแก่พวกเจ้า” (หะดีษนี้บันทึกโดย มุสลิม)
หะดีษนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับมุสลิม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ศึกษาเน้นหะดีษโดยตรงหรือผู้เริ่มศึกษาอิสลามจะต้องเรียนรู้หะดีษนี้หรือไม่ก็เนื้อหาของหะดีษนี้
แต่โดยทั่วไปแล้วเวลาศึกษาหะดีษนี้จะศึกษาในเนื้อหาของหะดีษเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนับว่าเป็นแกนหลักของอิสลาม อันประกอบด้วย
- หลักอิสลาม(รุกุน)อิสลามทั้งห้า
- หลักศรัทธา(รุกุนอิมาม)
- หลักอัลอิฮซาน
- และสัญญาณวันกิยามะฮฺ(วันสิ้นโลก)
ฉะนั้นเนื้อหาของหะดีษนี้จะไม่กล่าวในที่นี้ แต่จะไปดูอีกมุมหนึ่งที่เป็นแบบอย่างการสอนที่ได้ผลดีที่สุดอีกวิธีการหนึ่ง ดังที่ท่านนบีได้กล่าวในตอนท้ายของหะดีษนี้ว่า
أَتَاكُمْيُعَلِّمُكُمْ دِيْنَكُمْ
(เขามาหาพวกเจ้า เพื่อนที่จะสอนเรื่องศาสนาแก่พวกเจ้า)
- ·หะดีขึ้นต้นด้วยการใช้หลักการรับรู้ สร้างความพร้อมให้ผู้เรียนพร้อมที่จะรับฟังและรับรู้
بَيْنَمَانَحْنُعِنْدَرَسُولِاللَّهِصَلَّىاللَّهُعَلَيْهِوَسَلَّمَذَاتَيَوْمٍإِذْطَلَعَعَلَيْنَارَجُلٌشَدِيدُبَيَاضِالثِّيَابِشَدِيدُسَوَادِالشَّعَرِلَايُرَىعَلَيْهِأَثَرُالسَّفَرِوَلَايَعْرِفُهُمِنَّاأَحَدٌ
(ระหว่างที่พวกเราอยู่กับรอซูลุลลอฮฺ(ศ็อลลอลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม : ขออัลลอฮฺโปรดปรานและสันติแด่ท่าน)ในวันหนึ่ง พวกเราได้เห็นชายคนหนึ่งสวมเสื้อที่ขาวมาก ผมดำสนิท ไม่มีร่องรอยของการเดินทาง และไม่มีผู้ใดเลยในกลุ่มพวกเราที่รู้จักเขา)
1. เป็นชายแปลกหน้า
2. เสื้อที่เขาใส่ก็สีขาวมากสร้างความจูงใจ
3. ผมเขาก็ดำสนิท
4. น่าจะเป็นผู้มาไกลแต่แปลกไม่มีร่องรอยการเดินทางเลยสร้างความฉงนชวนสงสัยมาก
5. ที่สำคัญเขาเป็นคนที่กลุ่มเศาะฮาบะฮฺด้วยกันไม่รู้จัก
จากจุดนี้เป็นแบบอย่างแก่ครูทุกคนในการทำให้นักเรียนสนใจและพร้อมที่จะรับเรื่องที่ครูจะสอน พอสรุปได้ดังนี้
1.สร้างความเด่นโดยใช้สี (ในหะดีษนี้เสื้อสีขาวโดดเด่นตัดกับผมดำสนิท)
2.สร้างความแปลใหม่ชวนติดตาม (ไม่มีร่องรอยของการเดินทาง และไม่มีผู้ใดเลยในกลุ่มพวกเราที่รู้จักเขา)
- ·สร้างความใกล้ชิด จนผู้เรียนรู้สึกไว้วางใจ ยอมรับฟังในสิ่งที่ครูสอน
حَتَّى جَلَسَ إِلَى النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَأَسْنَدَ رُكْبَتَيْهِ إِلَى رُكْبَتَيْهِ وَوَضَعَ كَفَّيْهِ عَلَى فَخِذَيْهِ
(จนกระทั่งเขามานั่งใกล้นบี และเอาเข่าชนเข่านบีน และวางมือบนตัก )
มีงานวิจัยได้ทำการวิจัยกับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา พบว่าเด็กจะเชื่อฟังคนที่เด็กรู้จักมากกว่าคนแปลกหน้า ในหะดีษนี้แม้จะมาในรูปชายแปลกหน้าแต่เวลาสอนชายแปลกหน้าจะแสดงความใกล้ชิดกับนบีที่พวกเขานับถือแสดงความสนิทสนมกัน
นอกจากนี้แล้ว ในบทนี้ของหะดีษนี้ เป็นการสอนให้แก่ผู้เรียนด้วย โดยให้สัญญาณว่าผู้เรียนที่ดี ควรจะน้อบน้อมครูบ่าอาจารย์ โดยเอามือวางบนตัก และแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะรับงฟังคำสอนของครู
- ·เสริมแรง (Reinforcement) ทุกครั้งที่ลูกศิษย์ทำดี ควรเสริมแรง และในหะดีษ ใช้การเสริมแรงที่เป็นคำชม
قَالَ صَدَقْتَ
(เขาก็ตอบว่า “ถูกต้อง”)
- ·การสอนด้วยบทบาทสมมุติ
فَإِنَّهُ جِبْرِيلُ أَتَاكُمْيُعَلِّمُكُمْ دِينَكُمْ
(เขา(ชายคนนั้น)เป็นญิบรีล(ทูตของอัลลอฮฺ) เข้ามาหาพวกเจ้า เพื่อสอนศาสนาแก่พวกเจ้า)
ขอบคุณค่ะในความรู้เรื่องศาสนาอิสลามนะค่ะ
และขอขอบคุณสำหรับตัวอย่างการใช้ Arabic Font ใน GotoKow ค่ะ เป็นการยืนยันให้ผู้ใช้ท่านอื่นเห็นว่า GotoKnow เป็น Multilingual System ที่ดีค่ะ :)
ขอบคุณมากครับอาจารย์
ผมยังพิมพ์ไม่เสร็จ และยังไม่ได้ตรวจปรูฟ ไม่ได้พิมพ์ไว้ที่อื่นด้วย กลัวจะหายเซฟ ไว้ก่อน มีอะไรช่วยแนะนำด้วยครับ
ด้วยความยินดีค่ะ มีข้อสงสัยใดๆ ถามเข้ามาได้ค่ะที่ http://tutorial.gotoknow.org ค่ะ
สลาม...ไม่ทราบว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคการสอนอัลหะดิษอีกไหม? พอดีต้องการข้อมูลด่วนจะเอาไปทำรายงาน
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
มีครับ
กำลังรวบรวมอยู่
แตช้าหน่อย เพราะตอนนี้กำลังรวมเรื่องการแนะแนวในอิสลาม
อินชาอัลลอฮฺ และขอให้ดูอาให้ด้วยนะครับ
หะดีษที่สองที่ขอยกมาในที่นี้
عَنْأَبِيهُرَيْرَةَ
أَنَّرَسُولَاللَّهِصَلَّىاللَّهُعَلَيْهِوَسَلَّمَدَخَلَالْمَسْجِدَفَدَخَلَرَجُلٌفَصَلَّىثُمَّجَاءَفَسَلَّمَعَلَىالنَّبِيِّصَلَّىاللَّهُعَلَيْهِوَسَلَّمَفَرَدَّعَلَيْهِالسَّلَامَفَقَالَارْجِعْفَصَلِّفَإِنَّكَلَمْتُصَلِّفَرَجَعَالرَّجُلُفَصَلَّىكَمَاكَانَصَلَّىثُمَّجَاءَإِلَىالنَّبِيِّصَلَّىاللَّهُعَلَيْهِوَسَلَّمَفَسَلَّمَعَلَيْهِفَرَدَّعَلَيْهِالسَّلَامَفَقَالَلَهُرَسُولُاللَّهِصَلَّىاللَّهُعَلَيْهِوَسَلَّمَارْجِعْفَصَلِّفَإِنَّكَلَمْتُصَلِّحَتَّىفَعَلَذَلِكَثَلَاثَمِرَارٍفَقَالَلَهُالرَّجُلُوَالَّذِيبَعَثَكَبِالْحَقِّمَاأُحْسِنُغَيْرَهَذَافَعَلِّمْنِيفَقَالَإِذَاقُمْتَإِلَىالصَّلَاةِفَكَبِّرْثُمَّاقْرَأْبِمَاتَيَسَّرَمَعَكَمِنْالْقُرْآنِثُمَّارْكَعْحَتَّىتَطْمَئِنَّرَاكِعًاثُمَّارْفَعْحَتَّىتَعْتَدِلَقَائِمًاثُمَّاسْجُدْحَتَّىتَطْمَئِنَّسَاجِدًاثُمَّارْفَعْحَتَّىتَطْمَئِنَّجَالِسًاوَافْعَلْذَلِكَفِيصَلَاتِكَكُلِّهَارواهالترمذي <p>รายงานจากอะบูฮุร็อยเราะฮฺ(รอฎิฯ) ว่า..</p><p>ท่านเราะซูลุลลอฮฺได้เข้าไปในมัสยิด แล้วมีชายคนเข้าไปในมัสยิดเหมือนกัน ชายคนนั้นก็ละหมาด หลังจากละหมาดเสร็จชายคนนั้นก็ได้ไปหานบี(ศ็อลฯ) นบีก็ตอบสลามเขา และกล่าวว่า “เจ้าจงกลับไปละหมาดแท้จริงเจ้ายังไม่ละหมาดเลย” ชายคนนั้นกลับไปละหมาดใหม่ หลังจากละหมาดเสร็จเขาก็ได้ไปหานบีและให้สลาม นบีก็ตอบสลาม และกล่าวเหมือนเดิมอีกว่า “เจ้าจงกลับไปละหมาด แท้จริงเจ้ายังไม่ได้ละหมาด” ไปมาแบบนี้ถึงสามครั้ง และสุดท้ายชายคนนั้นก็กล่าวว่า “แท้จริงเจ้าถูกบังเกิดขึ้นเพื่อความจริง จงสอนฉันเถิด” ท่านนบีก็สอนว่า “เมื่อเจ้าลุกขึ้นละหมาดแล้ว เจ้าก็ตักบีรฺแล้วอ่านอัลกุรอานเท่าที่เจ้ามีอยู่ แล้วเจ้าจงก้มคำนับและหยุดสงบระยะหนึ่งในการก้มคำนับนั้น จากนั้นเจ้าก็ลุกขึ้นยืนตรง แล้วก็จงก้มกราบ(สุยุด)หยุดสงบสักระยะหนึ่งในระหว่างกราบอยู่นั้น จากนั้นก็ลุกนั่งและหยุดสงบสักระยะหนึ่งในระหว่างการนั่ง และทำแบบนี้ตลอดการละหมาด “ หะดีษนี้ บันทึกโดย อัตตัรมีซียฺ</p><p>หะดีษนี้ ท่านนบี(ศ็อลฯ)ได้สอนวิธีการละหมาดแก่ชายผู้นั้น แต่การสอนของท่าน เป็นไปอีกในแนวหนึ่ง หรืออีกวิธีการหนึ่ง คือ ท่านไม่ได้ให้ชายคนนั้นทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งท่านจะทำแบบนั้นก็ได้ แต่ท่านเลือกสอนโดยให้ชายคนนั้นลองผิดลองถูกไปก่อน ซึ่งผลของมันจะทำให้ชายคนนั้นจดจำตลอด อันนี้คงคล้ายๆกับวิธีการสมัยใหม่ที่นำเสนอโดยนักจิตวิทยาที่โลกรู้จักกันดี เช่น ธอร์นไดค์ คือการเรียนรู้แบบลองผิดลองถูก(Trail&Error) และการศึกษาอย่าง จอห์นดิวอี้ ทีมีแนวคิดการสอนโดยใช้ประสบการณตรง (Leraning by doing)</p>
อยากได้หะดีษ จังเลยค่ะ
ขอข้อมูลเกี่ยวกับการสอนของท่านนบีมูฮำหมัดไครมีข้อมูลบ้างละ
อัลลาฮํมดูลิลลาฮฺ และ ขอขอบคุณกับบทฮาดีส ดีดี