เมื่อคืนแปลกที่นอน กว่าจะหลับก็ค่อนรุ่ง ตะวันรุ่ง แดดเริ่มจ้าจึงตาตื่น ได้น้ำเย็นจากฝักบัวราดให้ตาแจ้ง จัดการตัวจนแล้วเสร็จจะออกจากห้อง เจ้ากรรม เิปิดล็อกไม่ออก กลอนคล้องโซ่ติดร่องชักไม่ออก เหงื่อตกกว่าจะออกจากห้องได้สำเร็จ อึดอัดเล็กๆกับการไม่ตรงเวลา ขำตัวเองก็ขำ

ครบกันแล้ว ก็เลื่อนล้อไปชิมข้าวหมูแดงแถวม.ศิลปากร หญิง ๒ คนโจ้จานเดียวก็อิ่ม ส่วน ๒ ชายโจ้กันไปคนละ ๒ จาน อิ่มแล้วไปต่อมุ่งสู่เมืองอุทัยธานี เลือกเส้นทางเลี่ยงเมืองผ่านสุพรรณบุรีตรงไปด้วยปณิธานท้าพิสูจน์จังหวัดที่มีถนนดีที่สุดในประเทศไทย

ถนนเรียบจริง วิ่งแล้วรถโยนคนเหมือนดั่งมีโช๊คเพิ่มอีกเท่าตัว หลุมพระจันทร์ที่คอยหลอกล่อให้ขับรถเลี่ยงไม่มี ถนนลูกรังที่คอยชะลอความเร็วรถไม่พบแม้จะวิ่งอยู่บนเส้นถนนในเขตอบต. เป็นเรื่องที่ประสบ เสียแชมป์แล้วละ จังหวัดที่มีถนนดีที่สุดในประเทศไทย

  ถนนและนาฬิกาบนเส้นทางผ่านจังหวัดสุพรรณบุรี

บนเส้นทางผ่านเจอหอนาฬิกาเป็นระยะๆ สลักชื่อหราโชว์ชัดๆว่าเป็นไอเดียของใคร บางพื้นที่ดูแลนาฬิกาได้ดี บางพื้นที่ไม่อาทรกับเวลา จึงหยุดเวลาไว้ นาฬิกากลางเมืองจึงคล้ายๆอนุสาวรีย์ไปเลย เหอ เหอ เหอ

๒ ข้างทางของถนนที่เชื่อม ๒ จังหวัดเรียงรายไปด้วยวิถีเกษตรเชิงเดี่ยว น้อยกว่าน้อยที่ได้เห็นวิถีเกษตรแบบผสมผสาน พืชเชิงเดี่ยวที่พบพานมี ๓ ชนิดที่ฮิต ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย มองไปนอกรถรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้อยู่ในภาพกลาง สีเขียวๆของไม้ใหญ่หาทำยายาก มีไม้พุ่มให้เห็นอยู่บ้าง ไม้ใหญ่ที่เห็นมากจะเป็นมะพร้าว ประปรายด้วยต้นยูคา ยางพาราที่ได้ข่าวว่าเริ่มมีคนขยายพื้นที่ปลูกแล้วบ้างไม่เห็นนะ

เดินทางเพลินจนเกือบถึงที่หมาย จึงแวะพักหาอะไรใส่ท้อง ได้ห้องอาหารแบบบ้านๆให้นั่งเล่น เป็นแผงเล็กๆของร้านข้าวเหนียว ส้มตำ ลาบ ตั้งอยู่ริมคลองส่งน้ำ

ได้ความรู้จากร้านนี้เกี่ยวกับรังนก มะละกอพื้นบ้าน และการเข้าถึงเทคโนโลยีการสื่อสารของชาวบ้าน บ้านหลังนี้มีครบ ๓ วัย ๓ รุ่น ตา-ยาย พ่อ-แม่ และลูก

ข้าวเหนียวจานเบ้อเริ่ม ไก่เฝ้ามะละกอ

ได้เห็นครรลองวัฒนธรรมให้เด็กนอนอู่ที่คงไว้ของบ้านนี้แล้วรู้สึกดี ได้เห็นแนวคิดพึ่งตนเองด้วยเกษตรปฏิบัติ ปลูกมะละกอไว้ ได้ลูกมะละกอก็เก็บมาตำส้มตำขายหน้าบ้าน พริกสด มะนาวมีต้นทุนปลูกเองไว้หมด ชะลอน้ำจากคลองส่งน้ำมาเก็บในอ่างหลังบ้าน ได้น้ำใช้สอยในครัวเรือนและน้ำทำการเกษตรแบบสบายๆ น้ำในคลองส่งน้ำไหลแรงดี ที่ปลายน้ำเป็นพื้นที่ทำนา

น้องเม้งและพี่บ่าว (อ.พินิจ พันธ์ชื่น-พี่แฮนดี้) เห็นแรงน้ำแล้วออกปากบอกเจ้าของบ้านว่า น้ำแรงขนาดนี้ปั่นทำไฟฟ้าใช้สบาย ก่อนเอ่ยลา เจ้าของบ้านแบ่งมะละกอห่ามมาให้ ๓ ผล ๓ พันธุ์ เป็นมะละกอบ้าน ฮอลแลนด์ และอีกพันธุ์ไม่รู้ชื่อ คุณสมบัติต่างกันที่ มะละกอบ้านเนื้อดิบกรอบนิ่ม สุกเละ ตำส้มตำอร่อย ฮอลแลนด์เนื้อสุกหวานอร่อย อีกพันธุ์เนื้อดิบเหนียวหน่อย สุกไม่หวานเท่าฮอลแลนด์  ดีจริงที่ได้สัมผัสมรดกไทยที่บ้านหลังนี้

เดินทางกันต่อเพื่อไปให้ถึงพื้นที่ป่าชื่อว่า "ห้วยขาแ้ข้ง" หรืออีกชื่อคือ "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร" โอ๊ะ โอ๋ เพิ่งรู้นะว่าสถานที่แห่งนี้ได้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกไว้พร้อมกับอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร)

เหตุการณ์สำคัญของประเทศไทยนี้เกิดขึ้นที่เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนิเซีย ในระหว่างวันที่ ๙-๑๓ ธันวาคม ๒๕๓๔ หลังจากคุณสืบเสียชีวิตไปแล้วราว ๑ ปี ( คุณสืบเสียชีวิตวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๓ สิริรวมอายุ ๔๑ ปี)

มรดกโลกทางธรรมชาติ ๑ ใน ๑๘๘ แห่งของโลกและแห่งแรกของไทย

ความพิเศษของป่านี้อยู่ที่ความเป็นพื้นที่ภูมิศาสตร์ที่มีธรรมชาติอยู่ครบสมบูรณ์ เป็นความสมบูรณ์ที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างจิตวิญญาณของมนุษย์ สัตว์ และพืช

การเป็นแหล่งของธรรมชาติที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากหรือสวยงามเป็นพิเศษ (แม่น้ำ น้ำตก ภูเขา) การเป็นตัวอย่างที่เด่น เป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงสำคัญทางธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่เช่น ภูเขาไฟ เกษตรกรรมขั้นบันได การเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ในสภาวะ อันตราย แต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ รวมถึงการมีระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความหนาแน่นของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เช่น เสือ เหล่านี้แหละที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้สำคัญกับโลกใบนี้

ยิ่งเดินทางใกล้เข้าไปก็ยิ่งอยากเห็นป่า อยากเห็นสัตว์ป่า ถึงทางเข้าก็เห็นป้ายบอกเส้นทางไปสู่อ่างเก็บน้ำทับเสลา ซึ่งคนแถบนี้เขาเรียกกันว่า "เขื่อนระบำ" 

จะเข้าเขตป่าควรรอบคอบ หลงทางแล้วจนกรอบไปต่อไม่ได้ เพื่อความแน่ใจถามพี่บู๊ดดีที่ซู๊ด ยืนยันเส้นทางแล้วก็ไปกันต่อ เจอกัน ราวบ่าย ๒ โมง

จอดรถสนิท ครอบครัวน้องสิงห์ (วีรยุทธ สมป่าสัก-สิงห์ป่าสัก)ก็ปรากฏตัวให้เห็น พ่วงน้องเข่ง (พวงทอง สมป่าสัก) น้องฝ้าย น้องไผ่มาด้วยกัน มีครอบครัวน้องชายและสาวน้อยร่างสูงโปร่งอีกคนตามๆกันมา

เจอหน้าก็แลกกอดส่งต่อความรำลึกถึงที่สะสมไว้ให้กันอย่างสนุกสนานเปี่ยมความสุขตามประสาคนแซ่เฮ ต่อด้วยรวมพลตามหาบ้านพัก

กอด เล่น คุย เป็นเรื่องปกติของคนแซ่เฮ

๑ ชั่วโมงถัดมา น้องทิดมะเดี่ยว (เฉลิมเกียรติ สอนคำแก้ว-มะเดี่ยว-นายสายลม อักษรสุนทรีย์) ก็มาถึงพร้อมเพื่อนตัวเบ้อเริ่ม ทักทายกันแล้วก็ช่วยพี่บู๊ดทวนบัญชีที่พัก ทบทวนสิ่งที่จะสามารถช่วยแบ่งเบาพี่ชายคนดีได้ เด็กๆแยกย้ายกันไปจัดการกับขุมทรัพย์ที่แบกติดตัวกันมาที่บ้านพัก

ผู้ใหญ่นั่งคุยกันไป ตามข่าวกันไป ใครถึงไหนแล้ว ทีมอีสานน้องตฤณ (ตฤณ ตัณฑเศรษฐี-conductor) ขับรถมาแบบช้าแต่ชัวร์ มีพ่อครู (สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์)เป็นคู่ขวัญร่วมเดินทางมา ทีมทางเหนือ น้องครูอาราม (อาราม อู่ทอง-ARAM) พลขับมือหนึ่ง ยังนำพาสมาชิกในคณะ (น้องครูอึ่ง-ดวงพร เลาหกุล-dd_L ,น้องสร้อย-ดร.จันทรรัตน์ เจริญสันติ-อุ๊ยจันตา,น้องเบิร์ด-วิมลรัตน์ ชัยปราการ)มาไม่ถึงนครสวรรค์ ทีมจากเมืองกรุง-น้องฑูร-บัณฑูร ทองตัน-อัยการชาวเกาะ,น้องรุ่ง-บุญรุ่ง ตันติราพันธ์, คุณสุทิน เพื่อนพี่บู๊ด, น้องอุ๊ พี่สาวดร.ฝน) ยังอยู่แถวๆอ่างทอง 

ทีมทางเหนือรอผู้เดินทางมาสมทบ ๔ คน ๓ คนจากพิษณุโลก (น้องราณี น้องครูสุ ดร.ฝน ) ๑ คนนั่งรถอ้อมมาจากอีสาน (ป้าหวาน) กว่าจะรวมพลครบเสร็จสรรพก็เข้าใต้เข้าไฟแล้ว ชวนกันเติมท้องให้อิ่มด้วยข้าวกล่องซึ่งทีมผู้จัดงานเตรียมไว้ให้แล้ว มีเมนูให้เลือกด้วย ชอบๆๆ ข้าวมาก อิ่มจนอืดเลยนิ

 

อิ่มแล้วก็ลงมือปฏิบัติภารกิจกันต่อ รวบรวมทุนจากคนแซ่เฮสมทบใส่กองทุนที่องค์กรของหนุ่มใหญ่ที่พี่บู๊ดเรียกขานว่าขาใหญ่ดำเนินงานอยู่ แล้วปิดท้ายลงด้วยการชี้แจงและนัดหมายเวลาเจอกันในวันพรุ่ง กว่าจะเข้านอนคืนนี้ก็จวนสองยาม อากาศเย็นในระดับที่ไม่อยากอาบน้ำเอาซะเลย แต่ก็อาบ แอบชมตัวเองว่าเก่งที่ไม่วิ่งผ่านน้ำ..อิอิ

๖ ธันวาคม ๒๕๕๖