ล่าสุดข่าวคราวเกี่ยวกับวงการยางพาราที่มีแกนนำผู้ปลูกยางพาราทั่วทุกภูมิภาคประกอบไปด้วย  เหนือ กลาง อีสาน และใต้ เข้าร่วมประชุมกับตัวแทนของรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับเงื่อนไขในการเจรจาให้ประกันราคายางอยู่ที่ 110 บาทซึ่งเป็นเหตุผลที่เกษตรกรชาวสวนยางอ้างว่า น่าจะดำรงชีพอยู่ได้ ส่วนในบรรยากาศการประชุมนั้น ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ แกนนำของภาคใต้ได้ทำการวอร์คเอ้าท์ออกไปก่อน แต่ยังมีแกนนำส่วนที่เหลือประชุมต่อไป ในเงื่อนไขที่ให้รัฐบาลกลับไปทบทวนราคายางที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางวพารา ณ จุดที่  110 บาท อันนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปนะครับ ว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร

ในระหว่างที่รอคำตอบและนโยบายจากรัฐบาลว่าจะมีการช่วยเหลืออย่างไรนั้น ทั้งในเรื่องการจัดการเขตพื้นที่การเพาะปลูก (โซนนิ่ง), การช่วยเหลือเรื่องต้นทุนการผลิต  ปุ๋ย ยา ฮอร์โมน , การช่วยเหลือผ่านกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ซึ่งมีมาแต่อดีตแล้ว และการให้ความรู้ความเข้าใจแก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในอาชีพให้มีความชำนาญเพิ่มมากขึ้น ในการป้องกัน ดูแล แก้ไขปัญหาการปลูกยางได้ดีมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ เพื่อลดความเสี่ยงในการเสียโอกาสที่จะขายผลผลิต (น้ำยาง) มิให้ลดน้อยถอยลงไปอีก จากการดูแลที่ไม่ดีพอ  อันนี้ก็ต้องคอยให้กำลังใจทั้งสองฝ่ายล่ะครับ ว่าสามารถที่จะตกลงอยู่ในจุดที่เหมาะสมพอดีในรูปแบบไหน

ในระหว่างที่รอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาล เกษตรกรสามารถควรทำให้น้ำยางพารายังคงไหล และหน้ายางไม่ตายนึ่งได้โดยการทำให้ยางพารามีความอุดมสมบูรณ์แข็งแรงไม่ขาดแคลนสารอาหารอยู่ตลอดเวลา นอกจากการกรวดน้ำ ตรวจดินให้มีความเหมาะสมคือเป็นกรดอ่อนๆ มีค่าพีเอชอยู่ 5.8 – 6.3 แล้ว ยังสามารถใช้วิธีการเติมหินแร่ภูเขาไฟ พูมิชซัลเฟอร์ (Pumish Sulpher) ซึ่งมีแร่ธาตุและสารอาหารทั้งฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดินั่ม นิกเกิ้ล คลอรีน  ฯลฯ อีกทั้งการใช้ธาตุอาหารหลักอย่าง ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เกษตรกรต้องหมั่นดูแลและบำรุงให้เพียงพอ อย่าให้ขาด ๆ เกินๆ เพราะจะทำให้เกิดความเครียดต่อต้นยางที่ถูกกรีด ถูกดูดน้ำยางออกไปทุกวัน ทำให้หลั่งสารเคมีที่เป็นกรดออกมา ทำให้น้ำยางแข็งตัว ตีบตัน น้ำยางไหลออกมาน้อย การใช้หินแร่ภูเขาไฟยังช่วยทำให้ผนังเซลล์ของต้นยางแข็งแรงจากซิลิก้า (Sio2) ที่ละลายน้ำได้กลายเป็นซิลิสิค แอซิด อยู่ในรูปที่ต้นยางสามารถดูดกินได้ทันที จึงทำให้ปัญหาหน้ายางตายจากเชื้อราโรคพืช

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com