รัฐบาลในขณะนี้อาจจะต้องประสบพบปัญหาที่ต้องแก้ไขอยู่ค่อนข้างมาก ทั้งในเรื่องการส่งออก การท่องเที่ยว การลงทุนในโครงการ บิ๊กโปรเจคต่างๆ เพื่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้เข้าประเทศ  ไม่นับรวมการเดินทางไปเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อเปิดประตูสู่การค้าทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเซลล์แมนให้แก่นักธุรกิจและผู้ประกอบการของประเทศไทยให้ได้ทำหน้าที่ดำเนินการประสานการค้าต่อไป หลังจากที่ได้มีการตกลงเจรจาในกรอบที่บรรลุสำเร็จลุล่วงร่วมกันแล้วในแต่ละประเทศ แต่ก็ไม่ทราบว่าสำเร็จตรงตามเป้าหมายไปกี่มากน้อย เพราะภาพในระยะสั้นๆ คงยังไม่สามารถที่จะสรุปได้ในขณะนี้  แต่ก็ไม่พ้นที่จะต้องยอมรับข้อครหาจากฝ่ายตรงข้ามที่มีการอิงอ้างง้างประเด็นในเรื่องที่ว่า นายก ชอบหนีสภาไปเที่ยวต่างประเทศ (อันนี้ท่านนายกก็ต้องทำให้ผลงานเป็นที่ประจักษ์โดยเร็ว) เพื่อพิสูจน์สำนวนหรือสุภาษิตไทยที่ว่า “ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน” ต่อไป

นอกจากปัญหาในหลายๆ ด้านแล้ว ในขณะนี้ก็ยังมีปัญหาเรื่องม๊อบสวนยางพารา ที่เรียกร้องออกมาให้ท่านนายกช่วยขึ้นราคาแก้ปัญหายางที่ตกต่ำ ให้สูงขึ้นมาถึงระดับที่อยู่ได้คือ 120 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะราคาสถานการณ์การใช้ยางพาราของตลาดโลกแล้วนั้น ยังสวนทางกันอยู่ เนื่องด้วยทั้งยุโรป (กรีซ, สเปน, โปรตุเกส อิตาลี ฯลฯ), อเมริกา ยังอยู่ในภาวะขาลงกันอยู่ คือบางประเทศในแถบยุโรปบางประเทศแทบจะเกือบเอาตัวไม่รอดจากสถานการณ์ล้มละลาย คือใกล้เคียงกับการเป็นประเทศล้มละลายเต็มที  ทั้งยุโรปและอเมริกานั้นถือว่าเป็นกำลังซื้อหลักของเราค่อนข้างมาก ไม่นับรวมประเทศจีนเศรษฐีใหม่ที่กำลังโตวันโตคืน แถมมีอินเดียอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพอย่างมากในอนาคตเมื่อสามารถประคองเศรษฐกิจให้นิ่งและมีเสถียรภาพได้อย่างยั่งยืน ประเทศจีนและอินเดียนี้ก็จะมีเศรษฐีใหม่ที่จะต้องใช้รถยนต์ มอร์เตอร์ไซด์อีกหลายล้านคัน  ซึ่งนั่นคือการทำให้ตลาดยางพารากระเตื้องราคาขึ้น ถึงแม้จีนจะมีการปลูกเอง หรือจ้างปลูกในประเทศแถบอาเซียนก็คาดว่าน่าจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดโลกอย่างแน่นอน  เพราะยางเทียมที่ผลิตได้จากปิโตรเลียมนั้นก็ลดน้อยถอยลงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ล่าสุดรัฐบาลอ้างว่าเกษตรกรชาวสวนยางนั้นได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่หลายมาตรการตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งกองทุนสงเคราะห์สวนยาง ทั้งการให้เงินกู้ยืม การให้ปุ๋ย การให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าแรงปลูก การให้ความรู้ความเข้าใจในการกรีด การเก็บ การดูแลรักษามาอยู่พอสมควร และล่าสุดรัฐบาลรับปากให้ความช่วยราคาขึ้นมาที่ 80 บาท จนมีเกษตรกรบางกลุ่มยอมรับข้อเสนอและถอยทัพกลับไปยังที่ตั้งจำนวนหนึ่งแล้ว แต่กํยังมีลงเหลืออยู่อีกพอสมควร ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเกษตรกรหรือหน่วยจัดตั้ง อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ควรที่จะต้องทำให้พี่น้องเกษตรกรทุกภาคส่วนได้รับความเสมอภาคให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่ามันจะยากเย็นเพียงใดก็ตาม ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นนายกของประเทศไทย ไม่ใช่นายกภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง ปัจจุบันสวนยางนั้นก็ใช่ว่าจะมีอยู่แต่ที่ภาคใต้เพียงอย่างเดียวแล้ว ภาคอีสาน ตะวันออก ตะวันตก ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ก็ล้วนแต่มีต้นยางพาราปลูกแล้วแทบทั้งสิ้น แว่วๆ มาว่าจะมีเรื่องการจัดการเขตพื้นที่ปลูกเข้ามาอีกมาตรการหนึ่ง (Zonning) ก็ต้องลุ้นกันดูต่อไปว่าจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดเมื่อนำมาใช้ในประเทศไทย เพราะเรื่องนี้มีการคุยกันมาค่อนข้างยาวนานแล้ว  เหนือสิ่งอื่นใด พี่น้องเกษตรกรต้องช่วยเหลือตนเองให้มากๆ นะครับ ด้วยการทำให้ต้นยางพารามีความอุดมสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความสมดุลย์กับน้ำยางพาราที่ไหลออกไปจากต้น ไม่ใช่ให้ปุ๋ย บำรุงดิน กันเพียงเล็กๆ น้อย ทำให้อาหารที่สะสมอยู่ในดินมีน้อยและไม่เพียงพอต่อการนำไปผลิตเป็นน้ำยางออกมา

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com