ปีนี้เรานัดทำบุญวันอาทิตย์ ที่ ๒๐ ต.ค. ๕๖ ครอบครัวผมจึงออกเดินทางไปชุมพรด้วยรถยนต์ในวันเสาร์ที่ ๑๙ ต.ค. ๕๖ โดยมีสมาชิกที่ร่วมเดินทางเหมือน คราวปี ๒๕๕๒ แต่วันที่ ๑๙ ต.ค. ๕๖ ฝนตกตลอดทาง และบางช่วงตกหนักมาก เราจึงไม่ได้แวะเที่ยวที่ไหนเลย ยกเว้นแวะปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำและซื้ออาหารว่าง แล้วไปกินอาหารเช้าที่ร้านก๋วยเตี๋ยวและข้าวแกงตรงใกล้ๆ แยกไฟแดง และซื้อขนมหม้อแกงแม่กิมไล้เจ้าประจำของเรา
หลังจากนั้นเราก็ขับรถดิ่งไปที่ศูนย์บริการทางหลวงเขาโพธิ์ ถึงเวลาเที่ยงเศษ ได้เวลากินอาหารเที่ยง ที่ศูนย์มีร้านอาหารหลายร้าน คนแน่นขนัดเพราะหลบฝนเข้ามากินอาหารที่นี่ ซึ่งมีข้าวราดแกงและก๋วยเตี๋ยวเป็นหลัก ผมกินข้าวราดกับข้าว ๒ อย่าง ราคา ๔๐ บาท ตอนกินอาหารเช้าที่เพชรบุรีผมกินข้าวราดแกงแบบเดียวกัน ราคา ๓๐ บาท และปริมาณมากกว่า
สาวน้อยติดใจข้าวเหนียวปิ้งเขาโพธิ์ สั่งให้ผมไปซื้อ ผมไปถึงร้าน ลักษณะคล้ายยังไม่เปิดร้าน จึงไปเลื่อนรถมารอคณะ เพื่อไม่ให้ต้องเดินไกล มาได้ที่จอดตรงหน้าร้านข้าวเหนียวปิ้งพอดี เขาเพิ่มเริ่มปิ้ง บอกว่าวันนี้เริ่มช้า เพราะไปวัด ชาวบ้านยังมีประเพณีไปวัดในวันสำคัญทางพุทธศาสนา ข้าวเหนียวปิ้งร้านนี้อร่อยมาก เคล็ดลับคือ (๑) ผสมข้าวเหนียวรสกลมกล่อม (๒) ใช้กล้วยไข่สุกเป็นไส้
แม่ไปนอนโรงพยาบาลเสีย ๒๓ วัน เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อเที่ยงวันที่ ๑๙ ต.ค. ๕๖ แม่บอกว่าสบายขึ้นแล้ว แต่น้องชายมากระซิบว่า วันนี้ปัสสาวะน้อย และก่อนออกจากโรงพยาบาลระดับ creatinine ในเลือดสูงขึ้น ซึ่งแสดงว่าไตทำหน้าที่ไม่ดี
ผมไปเห็นการเตรียมทำแกงไก่เหมงมะพร้าว สำหรับเลี้ยงพระและเลี้ยงแขกพรุ่งนี้ แล้วตกใจมาก ว่าเหมงมะพร้าวมากมายจริงๆ คนทำบอกว่า เป็นมะพร้าวน้ำหอมเสียด้วย เก็บมาหลายทะลายคือแทนที่จะปล่อยให้ผลมะพร้าวโตจนเป็นมะพร้าวอ่อน ก็เก็บมาตอนยังไม่มีเนื้อมะพร้าว มีแต่ส่วนกะลาที่ยังอ่อนนุ่ม ที่คนบ้านผมเรียกว่า “เหม้งหพร่าว” (เหมงมะพร้าว) เอามาแกะออกจากเปลือก แช่น้ำ ลวกน้ำเดือด แล้วเอาไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แกงกระทิกับไก่ เรียกว่าแกงไก่เหมงมะพร้าว ตัวเหมงมะพร้าวมีรสหวานและเคี้ยวกรุบๆ อร่อยมาก สมัยเด็กๆ เราเลือกกินเนื้อไก่ เพราะสมัยนั้นเนื้อไก่เป็นของหากินยาก แต่สมัยนี้เราเลือกกินเหมงมะพร้าว ด้วยเหตุผลเดียวกัน
เดี๋ยวนี้แกงไก่เหมงมะพร้าวหากินยาก เพราะแพงมาก ส่วนที่แพงคือเหมงมะพร้าว ไม่ใช่ไก่
ของหากินยากอีกอย่างหนึ่งคือไข่แมงดา(ทะเล)กวนมะพร้าว น้ำตาล และกระทิ เราไปถึงบ้านน้องชายตอนที่เขากำลังกวนกันอยู่ และน้องสะใภ้บอกว่า กำลังรอมือกวนอยู่พอดี ซึ่งหมายถึง “เลขา” เพราะไปงานนี้ทีไร “เลขา” ร่วมทีมกวนทุกครั้ง
เรากินอาหารเย็นกันที่บ้านน้องชายโดยมีกับข้าวทำกันเอง ๘อย่าง คือใบเหรียงผัดไข่ แกงคั่วปลาดุกทะเล (รายการนี้หลานชายของแม่ - ลูกพี่ชาย เอามาสมทบ) แกงส้มปลากับต้นคูน ขาหมูต้มถั่วลิสง ทอดมันปลา ปลาอินทรีย์ทอด ปลาหมึกต้มหวาน และปูม้าต้ม อาหารอร่อยทุกอย่าง ผมชมว่าปูม้าสดมาก น้องสะใภ้บอกว่า ซื้อมายังเป็นๆ อยู่ ผมกินเสร็จก่อน เขารีบเอาไข่แมงดามาให้กินเป็นของหวาน
โชคดีที่ผมกินอาหารทุกอย่างแบบระวัง ไม่กินตามปาก เพราะอีกครู่เดียวน้องชายและน้องสะใภ้เจ้าของสวนทุเรียน ก็เอาทุเรียนหมอนทองสุกคาต้นที่กำลังพอดีกิน แกะใส่โฟมปิดฟอยล์พลาสติคมาอย่างดี เราจึงได้กินทุเรียนที่อร่อยที่สุดในฤดูกาลทุเรียนปีนี้ เขาบอกว่า พรุ่งนี้จะทำข้าวเหนียวน้ำกระทิทุเรียนให้กินด้วย
เมื่อลูกหลานมากันพร้อมหน้า แม่ก็สดชื่นขึ้น กินอาหารได้มาก
ปีนี้เราพักโรงแรมนานาบุรี ที่โรงแรมมีขบวนรถช็อปเปอร์มาพักด้วย จำนวนน่าจะกว่า ๓๐ คัน ที่จริงกลุ่มนี้ตากฝนมาจากกรุงเทพพร้อมๆ กับเรา ผมไปเลียบๆ เคียงๆ ชื่นชมและถ่ายรูป พบว่าส่วนใหญ่ยี่ห้อ Harley Davidson มีส่วนน้อยมากที่เป็นยี่ห้ออื่น เช่น BMW, Kawasaki, Honda มีคนบอกว่าบางคันราคาถึง ๒ ล้านบาท
วันนี้เป็นวันออกพรรษา คนจึงออกเดินทางกันมาก
ในวันพิธี วันที่ ๒๐ ต.ค. ๕๖ พิธีเหมือนปีก่อนๆ ยกเว้นพิธีกรเปลี่ยนคน เข้าใจว่าคนเดิมซึ่งอายุกว่า ๘๐ ปีคงจะปลดเกษียณตัวเอง อาหารและขนมเลี้ยงพระ (และฆราวาส) ก็คล้ายปีก่อนๆ แต่มีพิเศษที่ปีนี้มาข้าวเหนียวน้ำกระทิทุเรียน ที่ใส่ทุเรียนถ้วยละเม็ด และเมื่อถึงคราวฆราวาสกินเลี้ยง กับข้าวที่ผมรอคอยคือ แกงไก่เหมงมะพร้าว
ผมมีข้อสังเกตว่า แขกที่มาในงานเริ่มเปลี่ยน คือมีเพื่อนของน้องชายที่เป็นเจ้าของบ้านมากขึ้น และเริ่มมีเพื่อนรุ่นลูกของน้องชาย (กอล์ฟ) ที่จบวิศวจุฬา แต่งงานกับเพื่อนที่จบอักษรจุฬา มีลูกสาวอายุ ๗ เดือน และกำลังอยู่ระหว่างสร้างครอบครัวและฐานะ เป็น dynamism ทางสังคมที่เปลี่ยนทีละน้อยๆ จนเราไม่รู้ตัว
วันนี้แม่บวมมากขึ้น ปัสสาวะน้อยลง
วิจารณ์ พานิช
๒๑ ต.ค. ๕๖
|
กวนไข่แมงดา
|
|
เหมงมะพร้าว
|
|
อาหารเย็น
|
|
วงอาหารเย็น
|
|
วันนี้แม่กินอาหารได้มากเป็นพิเศษ
|
|
ทุเรียนมาแล้ว
|
|
พิธีทำบุญ
|
|
อาหารเที่ยงหลังทำบุญ
|
|
แกงไก่เหมงมะพร้าว
|
:)
ยังไม่เคยทานไข่แมงดาเป็นอาหารหวานเลยค่ะ