นานๆ..จะได้สอนชกมวย...วันนี้..แทบจะเป็นลมเลยครับ

        ผมไม่ได้จบทางพลศึกษาแต่อย่างใด แต่ก็โชคดีที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มีโอกาสร่วมงานมหกรรม"กายบริหารแม่ไม้มวยไทย"ในระดับจังหวัด ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ก็ช่วยจุดประกายให้มีใจรักมวยไทย เข้าใจวิธีการฝึกนักเรียน แม้จะยากเย็นแสนเข็ญ ก็สู้ที่จะสอนและใช้บทเพลงลูกทุ่งประกอบท่าทางการออกแม่ไม้ต่างๆ

       ครั้งแรกในชีวิต..เกิดขึ้นเมื่อปลายปี ๒๕๒๙  ผ่านมาแล้ว ๓๒ ปี เมื่อครั้งที่เป็นครูบรรจุใหม่ ที่โรงเรียนบ้านไพรพะยอม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ทางอำเภอให้คัดเลือกครูโรงเรียนละ ๑ คน ไปฝึกที่สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ โดยมีนักศึกษาวิทยาลัยพลศึกษาศรีสะเกษ เป็นวิทยากร ผมได้รับเลือกจากโรงเรียน เพราะครูใหญ่เห็นว่าหนุ่มที่สุด จริงๆก็มีคนหนุ่มและแข็งแรงกว่าผม แต่เขามีครอบครัวแล้ว ผมเองก็ยังใหม่อยู่ และโสดด้วย เขามอบอะไรให้ก็ต้องทำ ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานเลย

       ใช้เวลาฝึกซ้อม ๓ วัน แล้วซ้อมใหญ่อีก ๑ วันที่จังหวัด วันจริงจะต้องแสดงต่อหน้าพระที่นั่ง ซึ่งตอนนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปที่จังหวัดศรีสะเกษ..เป็นวันที่ผมตื่นเต้นที่สุด..เป็นครั้งแรก..ของการรับราชการครู ที่เข้าร่วมงานที่ยิ่งใหญ่

       ผมสงสัยมาจนถึงบัดนี้ว่า..ทำไมวันนั้นผมถึงเรียนรู้วิชามวยไทย ในรูปแบบกายบริหารได้ช้ามาก ในช่วง ๓ วัน รู้สึกทรมานจริงๆ ไม่รู้สึกสนุกเลย กลับถึงบ้านพักครู ต้องรีบซ้อมทันที กลัวจะลืม ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาก็ขำ คงสงสัยว่าครูใหม่จะยืนชกลมอยู่ทำไม ซ้อมที่อำเภอวันสุดท้าย ผมต้องบอกรุ่นพี่ในกลุ่มว่า เวลาจัดแถวในวันแสดงจริงให้ผมอยู่ตรงกลางนะ เวลาลืมในบางท่าจะได้ไม่อายเขา…

       ท่าแม่ไม้มวยไทยที่ผมฝึกมา..เริ่มตั้งแต่ท่าหมัดตรงหน้า หมัดตรงหลัง  หมัดสะวิงหน้า หมัดสะวิงหลัง...ศอกหน้า ศอกหลัง....จวบจนถึง ถีบเท้าหน้าและถีบเท้าหลัง ราวๆสัก ๒๐ ท่าเห็นจะได้ เวลาก้าวเท้าเพื่อทำแต่ละท่า ต้องนับทุกครั้ง นับ ๑ - ๘ และ ๘ - ๑ โดยต้องจบในท่าตรงเสมอ

       ผมไม่มีทักษะพื้นฐานมาก่อน..หรือใจยังไม่รักก็ไม่ทราบเหมือนกัน นับถูกแต่ก้าวผิดและเปลี่ยนท่าใหม่ก็มักจะลืม ..พอถึงวันจริง ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วยิ่งตัวเล็กแถมตัวเตี้ยอีก เขาจัดให้อยู่หัวแถว พูดไม่ออกเลย โชคดีที่ไม่ได้แสดงตรงกลางสนามมากนัก แถวของผมจะเยื้องไปทางซ้าย ตรงกลางเขาจะให้อำเภอเมือง และนักศึกษาเอกพลศึกษา ให้ยืนเด่นเป็นสง่ากว่าเพื่อนเพราะเป็นมือ(มวย)อาชีพ รวมผู้แสดงมากกว่า ๑ พันคน

       ยังจำไม่เคยลืมเลือน เพลงที่ใช้ประกอบการแสดงมวยไทย วันนั้น..ชื่อเพลง เมดอินไทยแลนด์..ของ แอ๊ด คาราบาว..ช่วงอินโทร..ต้องฟังให้ดี จับจังหวะให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะก้าวผิดแล้วนับ ๑...อายเขาตาย ใช้เวลาแสดงรวมจัดแถวแปรขบวนด้วย ราว ๑๐ นาที(แต่รู้สึกว่านานจัง)

       ครับ...ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา..แทบไม่น่าเชื่อ..อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด คนมันจะเก่งก็ต้องเก่ง..การแสดงครั้งยิ่งใหญ่จบลง..แต่เป็นการจบที่ใจ..ฝังแน่น ทนนาน ไม่มีวันลืม ได้ยินเพลงเมดอินไทยแลนด์ หรือเพลงลูกทุ่งเร้าใจไม่ได้ เป็นต้องออกหมัดทันที ขั้นตอนกระบวนการผมจำมาได้ทั้งหมด ลงจังหวะเป๊ะๆ  นี่ล่ะครับ..การผ่านประสบการณ์หนักๆมา มันจะช่วยสอนเราให้กล้าแกร่ง และเป็นบทเรียนที่ยั่งยืน

       ที่บ้านหนองผือแห่งนี้..เคยฝึกเด็กมาหลายรุ่นแล้ว ใช้เพลงหลากหลาย ท้ายสุดใช้เพลง"คนบ้านเดียวกัน" ของ ไผ่ พงศธร ...เคยได้รับเชิญให้ไปเปิดงานกีฬาอำเภอมาแล้ว ตอนหลัง..ต้องหยุดพักไป หันมาใช้กายบริหารมือเปล่าแบบง่ายๆ วันนี้..จึงขอทบทวนและรื้อฝืนกันอีกครั้ง เพื่อการอนุรักษ์และออกกำลังกายและต้องการให้รุ่นพี่เป็นหลัก ได้ช่วยสอนน้องๆต่อไป

       นานๆ..จะได้สอนชกมวย...วันนี้..แทบจะเป็นลมเลยครับ

 

                                                                   ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

                                                                    ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

 

                                               http://www.bannongphue.com