เนื่องจากมีเพื่อนท่านหนึ่งกำลังมีทุกขเวทนา เพราะประมาทปล่อยให้ฟันผุมานาน

และจำเป็นต้องไปถอนฟันกรามที่แตกมาในวันนี้ ด้วยความยากลำบาก เพราะฟันแตก ถอนยาก

และยาชาเพิ่งหมดฤทธิ์ จึงกำลังบ่นขึ้นเฟซมาแบบ ระดับอารมณ์นักประพันธ์ โดยการเขียนกลอน 

ว่า "อยากลอยกรามทิ้งไป"

ผมอ่านแล้วก็คิดว่า แม้จะอยาก ก็ไม่น่าจะทำได้จริง

แต่ที่ทำได้จริง คือ "ลอยความคิดที่กำลังคิดอยู่นี้ไปเสีย"

แล้วหันมาใช้ประโยชน์จากการเจ็บปวดที่มีอยู่ โดย "เจริญสติ" ให้ได้ไปพร้อมๆกัน


โดยกำหนดจิตให้เห็นการเจ็บปวด และทุกขเวทนาทางกายดังกล่าว 
"เป็นของไม่เที่ยง" ฯลฯ

และอย่าให้มันมาเป็น "ทุกขเวทนาทางใจ"

โดย ผมขออ้างคำสอนในพระอภิธรรม

พระท่านว่า ..............

เมื่อถึงเวลาของคนใกล้จะดับขันธ์ ส่วนใหญ่มักจะมีทุกขเวทนาทางกายรุมเร้ามากมาย

และมักดับไปด้วยการขาดสติ (ที่เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย ทั้งภพนี้ และภพหน้า) 

ดังนั้น เมื่อบังเอิญ มีการเจ็บป่วยในวันนี้ จึงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีมากๆ 
ที่จะเป็นการซ้อมให้คุ้นชินการ "เจริญสติ" ในระหว่างที่มีร่างกายมีทุกขเวทนา

ได้มากได้น้อย หรือไม่ได้เลย ก็ไม่เสียหาย ถือว่าเป็นการซ้อมการเจริญสติในภาวะของทุกขเวทนา

แม้ทุกขเวทนาอาจจะไม่รุนแรงเท่าของจริง ก็ถือว่าซ้อมๆไปก่อน
.................................................

และเมื่อวันนั้นมาถึง เราก็น่าจะพร้อมด้วยสติ (มากกว่าไม่ได้ซ้อมมาเลย)

แม้จะมีทุกขเวทนารุมเร้ามากมายเพียงใดก็ตาม ก็ยังน่าจะพอมีสติไม่มีทุกขทางใจไปด้วย

จึงได้แจ้งให้เพื่อนทราบ และพิจารณานำไปใช้ประโยชน์ ก่อนที่การเจ็บปวดจะหมดไป อย่างน่าเสียดาย


นี่ว่าตามหลักพระอภิธรรมครับ


มิได้แต่งเองแต่ประการใดทั้งสิ้น