จึงค้นหาหนังสือของพระไพศาล วิสาโล ได้ทันทีคือ พุทธศาสนากับคุณค่าแห่งชีวิต ซึ่งอ่านแล้วสรุปได้ใจความสำคัญต่อคำถามของชีวิตช่วงนี้บางประการ พาให้คิดว่า นี่ไง ข้อดีของการป่วย

ข้อดีของการป่วย

 

                                            

 

สืบเนื่องจากการป่วยของพี่ที่สนิทกัน พี่สาว แล้วก็คิวตัวเองไม่สบายบ้าง

กังวล เหนื่อย เพลีย ดังที่ได้กล่าวไว้ใน บันทึกนี้

 
(มีบางท่านถามเลียบ ๆ เคียง ๆ ว่าเป็นอะไร ตอบยังไม่ได้ค่ะ ที่ทราบสาเหตุคือ เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกคงขยันมากกว่าปกติ จึงได้มีเลือดออกมากวันเกือบทั้งเดือน จนเพลีย เป็นภาวะที่ต้องเฝ้าดูอาการอีกครั้งหลังจากเริ่มใช้ยาฮอร์โมน)

 

จากกังวล พัฒนาไปสู่การยอมรับกับตนว่า มีเรื่องที่ไม่ปกติ เราต้องตรวจ จึงไปตรวจ ไปพบแพทย์เช้ามืด เพื่อนอาจารย์บอกว่า รออีกนิดมั้ย เราตัดสินใจว่า ไม่ล่ะ เอาเนื้อเยื่อมาตรวจดูเลยแล้วกัน 

หลังจากเอาเนื้อเยื่อออกมาจากตัว เราก็ทำงานตามปกติ รอเวลาเนื้อเยื่อผ่านการแช่น้ำยาได้ที่ เดินมาลงเนื้อเอง และบรรยายลักษณะที่เห็นเองด้วยตาเปล่า นักวิทยาศาสตร์ถามว่า เอาเข้าเวรอาจารย์ไหนดีคะ เข้าชื่ออาจารย์เองเถิดค่ะ ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรเดี๋ยวอาจารย์ปรึกษาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเอง

 

... สรุป มีความไม่ปกติ แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ลองรักษาด้วยยาก่อนได้ อย่างไรก็ตาม คิดเองว่า อยากผ่าตัดลดจำนวนอวัยวะของตนไปหนึ่งระบบ...

 

ช่วงเวลาที่เคลื่อนผ่าน เป็นช่วงที่แอบกังวลใจตลอดเวลา

อ่านหนังสือธรรมะดีกว่า

 

จึงค้นหาหนังสือของพระไพศาล วิสาโล ได้ทันทีคือ พุทธศาสนากับคุณค่าแห่งชีวิต

ซึ่งอ่านแล้วสรุปได้ใจความสำคัญต่อคำถามของชีวิตช่วงนี้บางประการ 

พาให้คิดว่า นี่ไง ข้อดีของการป่วย

 

ตามเนื้อหาในบทที่สาม_ความเป็นตัวของตัวเองและ บทที่สี่_ไม่ระย่อต่อความท้อแท้

 

บทที่สาม อ่านแล้วสรุปกับตนเองว่า เราทุกคนเกิดมาด้วยตัวเอง ดำรงชีวิตด้วยตนเอง ตามหลักธรรมที่ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ณ วันนี้ พาให้เราตาสว่าง จิตใจผ่องใสขึ้นทั้งในแง่มุมเรื่อง เราต้องเป็นตัวของตัวเอง อยู่อย่างมีความสุขในการงานและกุศลกรรม อีกแง่มุมที่สำคัญ คือลดและละวางความเป็นห่วงกังวล คนที่รักแห่งชีวิต โดยเฉพาะ ลูก ลงได้บ้างส่วนหนึ่ง แม้ยังไม่ได้ทั้งหมด

เราคิดขึ้นมาได้ว่า เขาเหล่านั้นจะมีหนทางของเขาเอง อยู่และดำรงชีวิตต่อไปได้ แม้นไม่มีเราอยู่ 

 

 

บทที่สี่ เราสรุปได้ว่า การจะสามารถดำรงตนได้โดย ไม่ระย่อต่อความท้อแท้ เราต้องถึง หมายถึงเข้าใจในจิตวิญญาณเรื่อง สติ สมาธิ และเกิดปัญญาตามมาในที่สุด

คำพระไพศาล อธิบายเปรียบเทียบเหมือนดั่งการส่งของให้ลิงที่วุ่นวาย เอาไปเล่นซุกซนจนไม่สามารถนิ่ง คล้ายกับเวลาที่จิตแส่ส่าย ไม่สงบ ขั้นแรกเราต้องหยุดส่งของให้ลิง เปรียบเหมือนเราต้องหยุดส่งจิตแส่ส่าย โดยหาสิ่งที่ก่อให้เกิด สุขอันประณีต เช่นความสงบจากการเพียรปฏิบัติกุศลกรรม เจริญสมาธิ มาสู่ตน จากนั้นเมื่อเรารู้จักวิถีนี้ เราพึงรู้จักที่จะหยุดจิตอันแส่ส่ายได้ง่ายขึ้น ง่ายขึ้นจนหยุดได้ทันที เป็นอัตโนมัติเหมือนจำเส้นทางเดินที่เดินทุกวันจนเชี่ยวชาญ

ขั้นตอนนี้คือการฝึกตนจนเจริญสติและเกิดสมาธิไปพร้อม ๆ กัน

 

จากนั้น เมื่อทำซ้ำ ๆ เกิดบารมีสะสม เกิดปัญญา แม้เป็นฆราวาสก็สามารถ พบความสุขสงบระดับหนึ่งได้

หรืออาจไปได้ถึงขั้น โยนิโสมนสิการ

 

 

เมื่ออ่านอย่างช้า ๆ และคิดตาม เกิดข้อสรุปดังกล่าว เกิดปิติ จึงบันทึกเอาไว้เป็นการเขียนบันทึกส่วนตัว เป็นกิจกรรมบำบัดยามป่วย ยามพบภาวะไม่ปกติของร่างกาย

และยินดีถ้าจะมีคำถาม คำความแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันค่ะ

 

สุขสันต์คืนวันลอยกระทง วันนี้ฤกษ์งามยามดี คืนเดือนเพ็ญเดือนสิบสอง ที่มีน้ำนองเต็มตลิ่ง ขอแบ่งปันความสุขและเชิญชวนกันสวดมนต์ก่อนเข้านอน

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

 

ภูสุภา

๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖