แย่จังสำลักอาหารเช้า

น้ำมูกไหล นั่งๆไปสักพักจามสุดๆไปเลย

น้ำมูกมาจากไหนมากมาย 

ไม่คิดว่านี่เป็นการติดเชื้อหวัดของตัวเอง

แต่มั่นใจว่าเกิดจากร่างกายพยายามเอาอะไรบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์ออก

และแล้วการจามครั้งยิ่งใหญ่ในรอบปีก็เกิดขึ้น

นั่นปะไร..เกิดดีใจอิอิ ที่คาดเดาได้ถูกในเวลานี้ แต่อาจไม่ถูกต้องเมื่อเวลาผ่านไป

แต่ช่างเถอะ.ขณะนี้คือมี 1 เมล็ดข้าวกล้อง สวยจังแต่ทำไมไม่ผ่านการบดเคี้ยวจากฟันเลย

นี่เรากินข้าวเร็ว เคี้ยวเร็วไป และจะทำให้กระเพาะลำไส้ทำงานหนักเกินอายุการใช้งานเสียแล้ว

ความดีใจหายไปกลายเป็นความกังวล และความคิดจรปรี่เข้ามาทันที่ น่าเข็กกระโหลกตัุวเองสักโปกหนึ่ง

ฝ่ายค้านมาจากไปไม่มีวี่แววปรากฏมาก่อน สงเสียงคัดค้่นทันที เข็กไม่ได้นะ

เพราะกระโหลกเป็นรูปธรรมมันก็อยู่ของมันตามธรรมชาติ 

ไหนใครเป็นคนกล่าวหาเช่นนั้น........5555 งั้นไปหาความจริงกัน เปิดสภา!

 

สำลัก ตามพจนานุกรมแปลไว้ดังนี้
V. choke V. choke def:[อาการที่เกิดเมื่ออาหารหรือน้ำเข้าไปทางหลอดลม] sample:[ระหว่างการรับประทานอาหารอย่าหัวเราะหรือเร่งรีบจนสำลักอาหาร] V. choke def:[อาการที่เกิดเมื่ออาหารหรือน้ำเข้าไปทางหลอดลม] sample:[ระหว่างการรับประทานอาหารอย่าหัวเราะหรือเร่งรีบจนสำลักอาหาร]

 

สำลักเกิดจากอะไร

"การสำลักอาหาร คือ การที่มีเศษอาหารหรือน้ำ (Food particle) หลังกลืนอาหาร หล่นเข้าไปอยู่ในหลอดลม ซึ่งจะทำให้เกิดอาการไอติดต่อกันหลายๆครั้ง เพื่อขับดันให้เศษอาหารนั้นหลุดออกไปจากหลอดลม"

 

มีวิธีวิธีแก้อาการสำลัก นพ.สมศักดิ์ หวานกิจเจริญ  ไว้ดังนี้ " สิ่งแรกที่ควรกระทำคือการประเมินความรุนแรง หากยังมีสติดี และสามารถไอได้ด้วยตัวเอง บอกเพื่อนของคุณให้พยายามไอออกมาด้วยตัวเอง ระหว่างนั้นเฝ้าสังเกตอาการ หากไม่สามารถไอออกมาได้ หรือไม่มีแรงไอออก หรือเริ่มมีอาการของการขาดอากาศหายใจ เช่น สีของใบหน้า เริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ให้ขอความช่วยเหลือด้วยการตามรถพยาบาล และเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยทันที"

อ่านเพิ่มเติม และดูภาพประกอบที่

:http://www.bangkokhospital.com/ent/?p=82

 

จาม (sneeze)คืออะไร

การจาม เป็นกลไกของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในโพรงจมูก สาเหตุที่ทำให้จามอาจเกิดจากไข้หวัด ภูมิแพ้ หรือการระคายเคืองต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ มลพิษ น้ำหอม หรืออากาศเย็น 

ไม่ควรกลั้นจาม เพราะอัตราความเร็วในการจามนั้นสูงถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหากกลั้นไม่ให้จามอาจทำให้เกิดผลกระทบโดยตรงเช่น แก้วหูแตก โพลงจมูกอักเสบได้

ฉันมีเพื่อนต่างประเทศหลายคนที่เวลามามหาชัย แล้วได้กลิ่นทะเล ของเค็มเตะจมูกทันทีเมื่อเปิดประตูรถ พวกเขานิยมทีทจะใช้ข้อศอกพับของเขาเองมาล้อมจมูกของเขาไว้แล้วจึงจาม ดูเหมือนจะเป็นวัฒนธรรมการจามที่ไม่ใก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนข้างเคียงที่ดีมากๆเลย

วิธีการจัดการกับการจามของพวกเขาเพียงยื่นแขนข้างหนึ่งไปจับหัวไหล่ของตัวเองอีกข้างหนึ่งยกแขนที่กำหนดตรงมุมแหลมของข้อศอกให้อยู่ในระดับจมูกแล้วแนบจมูกลงบริเวณมุมศอกที่ขณะยกขึ้นนั้นมันจะล้อมใบหน้าระดับจมูกไว้และให้จาามใส่เข้าไปในมุมหักศอกด้านใน วงแขนของตัวเอง ก็เป็นอันเสร็จพิธีการจามที่ปลอดภัยสำหรับคนรอบข้างนับเป็นการปลูกฝังสำนึกที่ดีที่ควรกระทำในสิ่งที่ไม่ก่อให้สังคมหตรือผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน หรือผลกระทบได้เพราะเหตจากตัวเรานั่นเอง

สำหรับคนไทยเรานิยมจามใส่ผ้าผืนเล็กๆที่เรียกว่าผ้าเช็ดหน้า แต่ปัจจุบันหาคนพกพาผ้าเช็ดหน้าน้อยลง เว้นแต่เข้างาน ก็มักจะใช้ฝ่ามือประกบหลวมๆแล้วซุกจมูกเข้าไป

แบบนี้ไม่แนะนำเว้นแต่เหตุสุดวิสัย เพราะว่าร่างกายอาจรับเอาเชื้อโรคที่แอบอยู่ตามฝ่ามือตัวเราเองได้

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.bangkokhospital.com/ent/?p=104

http://th.w3dictionary.org/index.php?

http://share.psu.ac.th/blog/scifile-etc/28442