ครั้งหนึ่ง พระราชาพระองค์หนึ่งได้เสด็จประพาสต้นทางชลมารคพร้อมกับเสนาอำมาตย์น้อยใหญ่ไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ค่ำที่ไหนก็แวะค้างแรมที่นั่น
ระหว่างการเดินทางนั้น คนแจวเรือรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ตนเองต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น ในขณะที่บางคนโดยเฉพาะที่ปรึกษาของพระราชาเอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ อย่างสบาย
เมื่ออดรนทนไม่ได้พอสบโอกาสที่ปรึกษาไม่อยู่ เขาจึงเข้าไปกราบทูลร้องเรียนของความเป็นธรรมกับพระราชา ซึ่งพระองค์ก็ได้แต่ทรวงพระสรวล ขณะนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้ ๆ ที่ประทับ พระราชาจึงรับสั่งให้คนแจวเรือวิ่งไปดูว่าเสียงอะไร สักครู่คนแจวเรือก็วิ่งกลับมากราบทูลว่า
“เสียงสุนัขพระเจ้าข้า มีกี่ตัว” พระองค์ถาม คนแจวเรือก็วิ่งไปอีกรอบ
“มี 4 ตัว พระเจ้าข้า มีสีอะไรบ้าง” พระองค์ถามต่อ คนแจวเรือก็วิ่งไปอีก
“สีเทา 2 ตัว สีขาว 2 ตัว พระเจ้าข้า ”
“ ตัวผู้กี่ตัว ตัวเมียกี่ตัว” พระองค์ถามอีกรอบ คนแจวเรือวิ่งไปอีกครั้ง
“ตัวผู้ 2 ตัว ตัวเมีย 2 ตัว พระเจ้าข้า” กราบทูลเสร็จก็นั่งหอบด้วยความเหนื่อยอ่อน
ทันใดนั้น พระราชาทอดพระเนตรเห็นที่ปรึกษาซึ่งเพิ่งกลับจากธุระข้างนอก พระองค์จึงทรงเรียกเข้ามาแล้วบัญชาให้ไปดูว่าเสียงที่ดังข้างนอกนั้นเป็นเสียงอะไร ที่ปรึกษาไปสักพักก็กลับมากราบทูลว่า
" เป็นเสียงแม่สุนัข 1 ตัว กับลูกอีก 4 ตัว ซึ่งเป็นตัวผู้ 2 ตัว ตัวเมีย 2 ตัว สีเทา 2 ตัว สีขาว 2 ตัว ลูกสุนัขมันร้องเพราะอากาศหนาวจัด กระหม่อมเลยก่อไฟให้ พอได้รับความอบอุ่นมันเลยหยุดร้องพระเจ้าข้า "
พระราชาทรงแย้มพระสรวลแล้วหันมาตรัสกับคนแจวเรือว่า
" ตอนนี้คงรู้แล้วินะว่า ทำไม่เขาจึงเป็นที่ปรึกษาและทำไมเอ็งต้องแจวเรือ"
ที่ปรึกษากับคนแจวเรือ
มนุษย์เราแตกต่างกันตรงที่รู้จักใช้สมองและปัญญา
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Mr. ธนู ผลบุญ · 20 ต.ค. 2549
Mr. ธนู ผลบุญ · 20 ต.ค. 2549
ไร้นาม · 20 ต.ค. 2549
อ.หนึ่ง · 20 ต.ค. 2549
ยูมิ · 20 ต.ค. 2549
สวัสดีปีใหม่ค่ะท่านอาจารย์
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า.....ตามศักยภาพ กับ เต็มศักยภาพ แตกต่างกันค่ะ