เคยได้ยินคนเตือนบ่อยๆว่า  " อย่าขับรถตามแท็กซี่ในกรุงเทพฯ นะ"

" อย่าขับรถชิดซ้ายหรือขวามากนัก " 

" ถ้าขับช้า  อย่าขับเลนขวานะ "

" แม่จ๋า  แม่จะรอรับผู้โดยสารที่ลงมาจากรถหรือจ๊ะ "  ลูกสาวถามครูอ้อย  หมายความว่า  ครูอ้อยเชื่อคำพูดและปฏิบัติตามข้อกำหนดที่พ่อบ้านกำชับไว้เวลาขับรถในกรุงเทพฯ   เลยขับรถทางสายกลาง  รถประจำทางเขาจอด  ก็จอดตาม แต่ไม่รับผู้โดยสารหรอก ลูกๆแซวแม่อ้อย ที่ไม่ยอมแซงใคร

วันนี้ครูอ้อยไปทำธุระแห่งหนึ่ง  ที่ถนนลาดพร้าว  ก็คือถนนที่ครูอ้อยวิ่งอยู่ทุกวันนั่นแหล่ะค่ะ

แต่วันนี้ครูอ้อย....หนึ่งนอนดึกไปหน่อย  สอง....ใจลอยด้วย  สาม....วันนี้รถติดมากเลย

ดังนั้นเมื่อเข้าตาจน  ครูอ้อยเบียดเข้าซ้ายบนถนนรัชดาภิเษกเพื่อเตรียมแยกเข้าลาดพร้าว ไม่ได้ จึงต้องเลยตามเลยข้ามสะพานข้ามลาดพร้าวไปเลย

มุดลงไปในอุโมงค์  รถติดมากเลยข้างบน แต่ในอุโมงค์นั้น วิ่งตามสบาย ครูอ้อยก็เลยขับช้าๆ ชมวิว และถ่ายรูปด้วย

     

ที่ขับช้าๆ  เพราะไม่รู้ทางต่างหากว่า  เอ...แล้วขึ้นจากอุโมงค์แล้วจะวิ่งไปทางไหนอีก แย่ล่ะสิ

อีกข้อหนึ่งที่พ่อบ้านเตือนไว้ก็คือ  " จะไปไหน ให้ศึกษาทางที่จะไปก่อนวันไป  เพราะถนนใน กทม.มักจะวันเวย์  แล้วต้องไปอ้อมไกลนะ " 

จริงๆด้วยค่ะ ครูอ้อยหลงทางเสียเวลาแล้วทีนี้  เลยตามเลย

มองไปข้างบน  เห็นป้ายสีเขียวเขียนไว้ว่าจะไปไหนได้ต่อ  ค่อยใจชื้น  ตีไฟซ้ายเพื่อขอทาง  ขอตั้งนานไม่มีใครให้  พี่รถประจำทางเธอใจดีหน่อย  ให้ไปก่อน  ไม่ใช่ใจดีหรอกค่ะ เธอเร่งเครื่องไม่ขึ้นต่างหาก

แล้วครูอ้อยก็วิ่งตามกันไป ถนนก็แคบๆมาก วิ่งได้เลนเดียว  และก็มีสิงห์แมงกะบื๋อเยอะมากเลยแถวนี้  วิ่งไปเรื่อยตามป้ายบอกทาง  และแล้วครูอ้อยก็เข้าไปอยู่ในวังวนของหนังจีน  หาทางออกไม่ได้  มาออกอีกทีก็เจอทางเก่า หนังจีนเขาเรียกว่า  อะไรนะ  รีบๆ

 สมองก็คิดถึง  คำพูดของพ่อบ้าน  ทั้งรถติด  หิวน้ำด้วย  มองไป  เห็นพลขับแมงกะบื๋อ  เขาดื่มน้ำที่ กทม.เขาจัดไว้ให้  แล้ว อ.ฉ.จัง

บทเรียนวันนี้ของครูอ้อยที่จะขับรถใน กทม.ต้อง

1. ศึกษาทางก่อนวันจะเดินทาง

2. เตรียมสัมภาระ ประเภทน้ำ อาหารแห้ง ไปด้วย

3.  อย่าใจลอย

มิฉะนั้นจะเหมือนครูอ้อยในวันนี้

ลืมสรุปว่า  ไปทำธุระทันพอดี  มีที่จอดรถด้วย  ดีมาก  ตอนจบนี่  ยังดี  ยังมีโชคดีบ้างในวันนี้

เสร็จจากทำธุระ  ก็เดินทางไป มหาวิทยาลัยเลยค่ะ  คราวนี้ไม่หลงทางแน่  ไปคืนหนังสือที่ยืมมา  และ ยืมต่อไปอีก  เพราะอ่านยังไม่ทันจบ อย่าอ่านบันทึกดังค่ะ  เดี๋ยว Dr.Ka-Poom และ คุณไมโต ดุ เอาว่า  อ่านหนังสือไม่จบ  เอาแต่เขียนบันทึกอยู่  อิอิ