ผมไม่ได้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ไว้นานพอสมควร ก็อาจจะด้วยเหตุผลหลายอย่าง โดยเฉพาะในช่วงมีการเปลี่ยนโปรมแกรม gotoknow ใหม่ รู้สึกมันไม่ค่อยสะดวกเลยทำให้ท้อถ้อยไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตามก็อยากเล่าสู่กันฟังว่า ในส่วนของการทำ KM ที่วลัยลักษณ์ก็ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เรามีกิจกรรมตลอดเวลา ล่าสุดเราก็ได้มีการจัดกิจกรรม KM sport day สนุกมากครับ เราได้เชิญผู้ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม KM ทั้ง 4 รุ่นของเราให้ได้มาพบกันทำกิจกรรมร่วมกันคุยกันใช้ได้ที่เดียวครับ และวันเดือนธันวาคม นี้เราก็วางแผนที่จะมี KM รุ่น 5 ด้วย อย่างที่เคยเล่าให้ฟังนะครับว่า วลัยลักษณ์ได้เริ่มทำ KM มาประมาณ 1 ปี เท่านั้นเอง แต่อย่างไรก็ตามเราก็วางแผนที่จะทำ KM ในปีที่ 2 คือปีงบประมาณ 50 แล้ว และระดับของการทำก็จะสูงไปอีกขั้นหนึ่งจากที่เราเคยทำในปี 49 ที่ผ่านมา ถ้ายังไงคอยติดตามได้นะครับ

สำหรับเรื่องที่อยากจะถ่ายทอดวันนี้ก็คงเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างยุ่งมากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เพราะทุกท่านก็คงทราบเป็นช่วงของการประเมินผลงานและการขึ้นเงินเดือนประจำปี ส่วนผู้บริหารทุกหน่วยงานมักจะปวดหัวเล็กน้อยเสมอ เพราะการประเมินจะทำให้ทุก ๆ พอใจคงยาก เพราะที่มันยากเนื่องจากการประเมินในสังคมไทย ยังไม่ค่อยพูดกันอย่างตรงไปมา ยังมีความเกรงใจ ยังมีความรู้สึกเห็นใจสูง มากเกินไป ที่จะดูกันที่ผลงานที่วัดได้อย่างแท้จริง ทั้ง ๆที่ในบางครั้งเกณฑ์ที่กำหนดไว้ก็สามารถที่จะวัดได้ และเรามักจะประเมินดูเหมือนจะวัดไม่ได้กันเสมอ  ผมเองได้มีการปรับวิธีการประเมินพนักงานในส่วนที่ตนเองดูแลอยู่ โดยได้ใช้กระบวนการและแนวคิดของ KM เข้ามาใช้ ผลออกมาค่อนข้างดีมากครับ ทุกคนมีความสุขกับผลการประเมิน เพื่อนร่วมงานมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้น และมีกำลังใจที่จะทำงานร่วมกันในลักษณะทีมงานมากขึ้นด้วย น่าประทับใจมากครับ ผมคิดว่าในปีหน้าที่หากเป็นไปได้ก็คงจะสนับสนุนให้มีการทำอย่างแพร่หลายมากขึ้นครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นข่าวฝากครับ ตอนนี้ภารกิจอีกเรื่องหนึ่งของทีม KM ของวลัยลักษณ์ก็คือการถ่ายทอดความรู้ kmในกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งค่อนข้างเริ่มเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ  ทั้ง อบต และสถานศึกษาต่าง ๆอย่างไรก็ตามเราก็ต้องพัฒนาทีมงานของเราให้มีความเข้มแข็งและให้มีประสบการณ์มากขึ้นด้วย