ย้อนไปนับตั้งแต่เริ่มมีความคิด ... เคยถามตนเองว่า "เกิดมาทำไม" ... "ทำไมเราจึงเกิดมาเป็นเช่นนี้ เกิดมาเป็นลูกพ่อลูกแม่" ... แล้ว "ตายแล้วเราไปไหน" เป็นคำถามที่วนเวียนไปมาในช่วงวัยเด็ก และเมื่อรู้จักถามก็เริ่มต้นหาคำตอบ แต่ไม่ถามผู้ใหญ่เลย หาคำตอบเอง ด้วยการอ่านหนังสือ คิดค้นหาคำตอบ อาจดูเหมือนเป็นเด็กอัจฉริยะนะแต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรกับตนเองเลย
และในช่วงหนึ่งของชีวิต ... มันเขียนถึงความคิดความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
และมีสิ่งที่อยากเป็นมากมาย เคยเขียนในกระดาษแบบเล่นๆ ว่า "ศ.ดร.นิภาพร ลครวงศ์" แต่นั่นก็ไม่ได้คิดจริงจังจนเป็นความมุ่งมั่นอะไร จวบจนเรียนจบมัธยม ชีวิตเริ่มอยากเป็นครู อยากไปเรียนครู แต่พ่อแม่ท่านสนับสนุนมาทางสายสาธารณสุขมากกว่า ข้าพเจ้าก็มีความฝันตามประสา อยากเป็นครูสอนเด็กอนุบาลสอนประถม แต่แล้วความคิดนั้นก็เลือนไป สาขาอื่นก็ไม่ได้ลงสอบไม่ได้สมัครสอบ ค่านิยมในรุ่นนั้นส่วนมากจะเรียนแพทย์เรียนวิศวะ แต่ข้าพเจ้าก็เมินไม่เลือกสักอย่าง
จนสุดท้ายพ่อขอร้องด้วยความปรารถนาดีต่อชีวิตลูกให้เรียนพยาบาล ข้าพเจ้าก็เรียนไป และเป็นการเรียนไปตามระบบ จบไปตามระบบ แต่ก็ไปเรียนต่อปริญญาโท-เอกทางด้านจิตวิทยา ในสาขาจิตวิทยาให้คำปรึกษา
ข้าพเจ้ารู้สึกว่าการศึกษาค้นคว้าทางด้านจิตใจเป็นเรื่องที่น่าท้าทาย และน่าค้นหา ทำให้เข้าใจถึงชีวิตที่เรียกว่า "คน"
เรียนไปก็ไมไ่ด้คาดหวังว่าจะต้องทำงานในด้านใด แต่สนุกกับการค้นหาค้นคว้า ... เพื่อนบอกว่า "ใช้ชีวิตฆ่าเวลา" ซึ่งก็อาจจริงๆ ก็ได้ แล้วอยู่ๆ วันหนึ่ง ข้าพเจ้าก็ได้เป็น "แม่ครู" ด้วยตำแหน่งที่เด็กๆ ในหมู่บ้านใกล้วัดมอบให้ ถือเป็นความภาคภูมิใจมาก พลอยทำให้ชาวบ้านเรียกตามเด็ก ... ความฝันที่อยากเป็นครูก็ได้เป็น
และครั้งหนึ่งเคยมีช่วงแห่งความฝัน ว่าจะทำงานในสถาบันวิจัยสักแห่ง เป็นนักวิจัย
แล้วชีวิตก็พลิกผัน ได้ทำงานเกี่ยวข้องกับการวิจัย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า R2R (Routine to Research) และเป็นการทำงานในลักษณะที่คล้ายทำงานแบบอิสระ ทำให้นึกถึงคำพูดหนึ่งที่ อาจารย์หมอประเวศ วะสี ท่านเคยบอกว่า "เป็นข้าราชการให้ทำงานเหมือน NGO" ครั้งแรกที่เจอท่าน หลังจากที่ท่านบรรยายพิเศษเสร็จ อ.หมอวิจารณ์ก็กวักมือเรียกข้าพเจ้าเข้าไปแนะนำกับ อ.หมอประเวศ ... ถือเป็นกำลังใจที่หล่อเลี้ยงใจได้ในการทำงาน
เพราะท่านทั้งสองท่านเป็นครูที่สอนวิถีชีวิตการทำงานให้แก่ข้าพเจ้า
ทบทวนการทำงานในปัจจุบัน ชีวิตก็ดูเหมือนได้ทำตามความคิดความฝัน และความหวัง
ไม่ว่าการได้เป็นครู "แม่ครู".... ของเด็กๆ และเป็นครูนอกระบบที่ไม่ต้องมีสังกัด
ได้เป็นนักวิจัย...เป็นแรงส่วนหนึ่งเล็กๆ ของการขับเคลื่อนสำคัญของการขยับขยายกระบวนการวิจัยในการทำงาน
และยังได้ทำงานเกี่ยวข้องกับทางด้านจิตใจ ไปจนถึงการศึกษาค้นคว้าทางจิตวิญญาณ
นี่คือ ความเต็มที่ของชีวิตที่มีคุณค่าและมีความหมายบนเส้นทางการเรียนรู้
...
๑๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๖
