" 22 กรกฎาคม 2432 มีบ้านเรือนมาก ระหว่างฝั่งกับเกาะยวนเรียกว่าคลองหลวง เรือน้ำตื้นบ้างลึกบ้าง จนถึงปากพะยูนจึงจะออกทะเลสาบที่กว้างมีบ้านเรือนหลายสิบหลัง ทางเสด็จผ่านมีต้นไม้หนาแน่นงดงาม ฝั่งขวาที่เรานั่งนี้เป็นเกาะหมาก ฝั่งซ้ายเป็นแหลม เขาปากพะยูน"

      เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ตุลคม 2556 ทาง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่1ตำบลปากพะยูนนาย ธวัชชัย

หนุนอนันต์  ได้โทรศัพท์ มาชวนให้ไปนั่งคุย เรื่องราวของปากพะยูน ด้วยเห็นว่าผู้เขียน

ทำงานทางด้านลุ่มน้ำทะเลสาบมา คงมีเรื่องราวมาบอกเล่าในวงพูดคุย ด้วยทางผู้ใหญ่บ้าน

ต้องการทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน ในหลายประเด็น เรื่องประวัติศาสตร์ชุมชน ภูมิปัญญา

ศาสนาประเพณีและวัฒนธรรม เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทางกรรมการหมู่บ้านต้องการทำแผน

      สรุปเรื่องราว ได้ความว่าให้ผู้ที่ร่วมวงคุย ไปค้นหา สอบถาม ตามเรื่องความเป็นมา

ของชุมชนปากพะยูน แล้วนัดประชุมครั้งหน้าให้ทุกคนได้นำเรื่องราวที่สืบค้นมาร้อยเรียง

เพื่อรวบรวมเป็นประวัติศาสตร์ชุมชน

    โชคดีที่ผู้เขียน มีหนังสือ"ใต้แสงจันทร์" อยู่บนหิ้ง ที่เคยอ่านไปครั้งหนึ่งเนื้อหาเล่าถึง

เรื่องการประพาสหัวเมืองภาคใต้ของพระพุทธเจ้าหลวง.... เล่าไว้ว่า

    " 22 กรกฎาคม 2432 มีบ้านเรือนมาก ระหว่างฝั่งกับเกาะยวนเรียกว่าคลองหลวง

เรือน้ำตื้นบ้างลึกบ้าง จนถึงปากพะยูนจึงจะออกทะเลสาบที่กว้างมีบ้านเรือนหลายสิบหลัง

 ทางเสด็จผ่านมีต้นไม้หนาแน่นงดงาม ฝั่งขวาที่เรานั่งนี้เป็นเกาะหมาก ฝั่งซ้ายเป็นแหลม

เขาปากพะยูน"

    "ถึงกลางเกาะปราบพระองค์บ่ายหัวเรือขึ้นเหนือ จะเดินหน้าไปเกาะรังนก แต่ลมพัดแรง

น้ำก็ตื้น เรือพระที่นั่งไปได้เพียงเกาะยี่โส ึ่งเป็นเกาะที่ สองในหมู่เกาะสี่เกาะห้า"

   "พระองค์ต้องปล่อยเรือกลไฟตีกรรเชียงไปจนถึงพลับพลาซึ่งปลูกไว้ที่เกาะมวย กับเกาะ

พระ ค่ำลงจึงได้ถึงพลับพลาที่หน้าเขาเทวดา ซึ่งเป็นศาลที่พวกเก็บรังนกไหว้ก่อนลงมือ

ทำงาน"

    "วันที่23 ฝนตกทั้งวันเสด็จพระราชดำเนินที่หน้าพลับพลาซึ่งเป็นศาลเจ้า เป็นเพิง

เข้าไปตามเชิงเขา ด้านบนเป็นเพดานราบ ด้านล่างมีแท่นที่ตั้งเครื่องสังเวย ข้างซ้ายเป็นที่

ก่อพระเจดีย์ทราย"  

   "ที่นี้พอเลิกทำรังนกมีชาตรีประชันกันเป็นการฉลองทุกปี ในซอกเขากับที่ก่อพระทรายมี

ร้านมุงกระแชงฝากั้นด้วยกระแชงไว้เป็นที่ผึ่งรังนก ที่หน้าเพิงข้างพลับพลามีบ่อน้ำร้อน"

   "พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเลียบไปทางข้างเขา มีก้อนหินเป็นหลืบโพรง ในช่องปาก

ถ้ำมีต้นไม้ใหญ่เล็ก และดอกกล้วยไม้งดงาม  เสด็จไปรวห้าเส้นถึงที่จะขึ้นถ้ำใหญ่ภูเขา

ค่อนข้างชันต้องใช้กระไดสองตอน "

  "ขึ้นถึงปากถ้ำแล้วต้องผูกเชือกเป็นราวเสด็จลงไปถึงพื้นถ้ำ ในถ้ำเพดานถ้ำสูงมากกว้าง

กว่าสิบห้วา พื้นถ้ำสูงๆต่ำๆและค่อนข้างจะมืด"

  "นกทำรังอยู่ในโพรงในซอกหิน บนเพดานถ้ำ ต้องจุดใต้ผูกปลายไม้ขึ้นไปจึงจะเห็น"

  "การทำรังนกทีนี้ใช้พะโองไม้ลำเดียวพาดขึ้นไปสอย ไม้ถ่อที่สอยก็ใช้ลำเดียว เหล็กปาก

ถ่อทำเป็นแบนๆเหมือนปากสิ่ว เก็บรังนกได้ปีละสองครั้ง"

         (ใต้แสงจันทร์หน้า 31-32)

ประชุมแล้ว รับงานมาแล้ว ได้มาสืบค้นแล้วจึงนำมาบันทึกไว้เป็นการบ้าน จะได้นำส่ง

ข้อมูลให้กับกรรมการหมู่บ้านเพื่อรวบรวมมาร้อยเรียงให้เป็นเรื่องราวประวัตฺศาสตร์ชุมชนคน

ปากพะยูนกันต่อไป (7ตุลาเวลา 04.15น.)